
จ.จันทบุรี /ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2563 พอช.และ depa ได้จัดอบรมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเตือนภัยช้างป่า ติดตั้งระบบ พร้อมทั้งอบรมวิธีการใช้งาน การแจ้งเหตุ และการวิเคราะห์ข้อมูล กลุ่มผู้ดูแลระบบ (Admin) อบรมวิธีการเข้าใช้และการใช้งานแอพพลิเคชั่น ฝึกปฏิบัติเพื่อทดสอบการใช้งานระบบ โดย กลุ่มอาสาสมัครรุ่นที่ 1และ2 วิทยากรจาก บริษัท เอนนี่แวร์ ทู โก จำกัด และได้มอบงบประมาณสนับสนุน ให้กับสภาองค์กรชุมชนตำบลพวา จำนวน 120,000 บาท โดยมี ดร.รัฐศาสตร์ กรสูตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ หัวหน้าสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพวา ในการนี้ยังได้รับเกียรติจากนายอำเภอแก่งหางแมวเป็นประธานกล่าวเปิดการอบรม และตัวแทนชุมชนร่วมงานกว่า 120 คน ณ เทศบาลตำบลพวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี
โครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเตือนภัยช้างป่า โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลพวา เนื่องจากพื้นที่ตำบลพวาอยู่ติดกับเขตป่าจึงมีโขลงช้างป่าเข้ามากินพืชผลทางการเกษตรที่ชาวบ้านปลูก บางครั้งยังทำลายบ้านเรือน และทำร้ายชาวบ้านจนบาดเจ็บและเสียชีวิต แม้ว่าที่ผ่านมาชาวบ้านและหน่วยงานในท้องถิ่นจะร่วมกันหาวิธีป้องกัน เช่น ขุดคูน้ำ ทำรั้วรังผึ้ง ฯลฯ แต่ยังไม่ประสบผล ชุมชนจึงเสนอโครงการใช้เทคโนโลยีเพื่อเตือนภัยช้างป่า โดยใช้แอพพลิเคชั่น ‘ I lert u’ แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายผ่านสมาร์ทโฟน

นายปกครอง บุญชูกุศล นายอำเภอแก่งหางแมว กล่าวว่า การนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลในการเตือนภัยช้างป่ามาใช้ในพื้นที่ครั้งนี้ นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจ และมีประโยชน์ในการแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังและหนีห่างจากช้างป่าได้อย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตทึ่จะเกิดขึ้นนอกจากนี้ ข้อมูลที่อาสาสมัครและประชาชนได้แจ้งเหตุผ่านระบบแอพพลิเคชั่นเตือนภัยช้างป่า จะถูกจัดเก็บและสามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์ รวมถึงใช้ในการวางแผนการป้องกันช้างป่าได้อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต หากระบบดังกล่าว สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ และมีประโยชน์ ผมเชื่อมั่นว่ายังมีพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาช้างป่า ทั้งในอำเภอแก่งหางแมว และจังหวัดอื่น สนใจและรอที่จะนำระบบดังกล่าวไปใช้เพื่อการแจ้งเหตุและเตือนภัยช้างป่าในพื้นที่อย่างแน่นอน ต้องขอขอบคุณทางสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้ประกอบการ ที่พัฒนาระบบแอพพลิเคชั่น และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ที่ได้เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเตือนภัยช้างป่าในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะสนับสนุนการขยายผลการใช้ระบบแอพพลิเคชั่นเตือนภัยช้างป่าไปยังพื้นที่อื่น ซึ่งกำลังประสบปัญหาช้างป่าเช่นเดียวกับตำบลพวา

นางวรรณี ชีวชูเกียรติ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลพวา กล่าวถึง สถานการณ์ ปัญหาช้างป่า ว่า เมื่อปี 2558 มีช้างป่ากว่า 100 ตัว ลงมาจากป่า เข้ามาหากินและอาศัยใกล้ที่อยู่อาศัย สวนผลไม้ของชาวบ้านตำบลพวา และวนเวียนหากินในเขตชุมชน ทำให้ชาวบ้านหวาดผวาไม่กล้าออกไปกรีดยางและประกอบอาชีพทำสวนตามปกติ บางครั้งเลวร้ายถึงขั้นมีชาวบ้านเสียชีวิตเกือบทุกปี ไม่รวมความเสียหายทางทรัพย์สินต่างๆ ปัญหาช้างป่าที่อาศัยอยู่กินละแวกตำบลพวา ถือว่ารุนแรงอันดับหนึ่งของประเทศ ที่ผ่านมาถึงแม้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะจัดเวรยามรักษาความปลอดภัยให้แก่ชาวบ้านเป็นกรณีพิเศษ รวมทั้งการช่วยเหลือจากองค์กรภาคเอกชน แต่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา จึงได้มีการรวมตัวของกลุ่มคนจากหลายภาคส่วน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือ การหาทางออกปัญหาช้างป่าบนฐานการพึ่งตนเองของชุมชนเพื่อหาทางออก ว่า “คน ช้าง ป่า” จะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ชาวบ้านได้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ที่จะเฝ้าระวัง ป้องกัน ตลอดจนอยู่อาศัยร่วมกับช้างป่าได้ จึงได้ดำเนินการสร้าคูชะลอกั้นช้าง ใช้ลวดแปลงไฟฟ้ากั้นช้างและรั้วรังผึ้ง มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตามพื้นที่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ช.ร.บ. ชุดอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่า ซึ่งชาวบ้านพยายามปรับตัวเข้ากับช้างที่เข้ามาในพื้นที่ โดยมีการใช้สื่อ “ไลน์” ส่งข่าวสารแจ้งเตือนให้กันในพื้นที่ ปลูกพืชที่สามารถเป็นอาหารของช้างป่า

ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า depa มีนโบายการทำงานกับชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก้ไขปัญหาของชุมชน ปีที่ผ่านมา depa ได้สนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนและลดรายจ่าย รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ฯลฯ ส่วนการการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเตือนภัยช้างป่าของตำบลพวา เป็นการอบรมวิธีการเข้าใช้และการใช้งานแอพพลิเคชั่นให้กับผู้นำชุมชน เพื่อหลีกเลี่ยงหรือเตรียมป้องกันอันตราย ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียต่างๆ ที่เกิดจากช้างป่า โดยใช้เทคโนโลยีมาแจ้งเตือน ดร.รัฐศาสตร์กล่าว

นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ หัวหน้าสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ พอช. กล่าวว่า พอช.เริ่มเข้ามาทำงานสนับสนุนชาวบ้านในตำบลพวา ตั้งแต่ปี 2553 โดยการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล เริ่มจากการแก้ไขปัญหาของชุมชน โดยสนับสนุนให้ชุมชนร่วมกันสำรวจข้อมูลปัญหาและความเดือดร้อน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และวางแผนการแก้ไขต่างๆ มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือกัน นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชน ต่อมาจึงได้เสนอประสานชุมชนเสนอโครงการการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเตือนภัยช้างป่า จาก depa เมื่อกลางปี 62 ที่ผ่านมา

นายประทุม นิลบ่อ อาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่าอำเภอแก่งหางแมว กล่าวถึง การออกจากป่าเข้ามาหากินในชุมชนยามค่ำคืน ของ ช้างป่าในพื้นที่แ แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติ สำหรับชาวบ้าน ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เพราะพบเห็นเป็นประจำกันมานาน 7-8 ปีที่ผ่านมา มักชอบออกมาหากินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน ที่อยู่บริเวณแนวชายป่า และหลายครั้ง ก็มักจะเดินเลยเข้ามาในเขตชุมชน เพื่อกินเศษอาหารในถังขยะ ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ และจะกลับเข้าป่าไปในตอนเช้า เราเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของช้างป่าอยู่นาน พบว่า แม้จะมีลักษณะไม่ดุร้ายและดูคุ้นเคยกับคน แต่การออกมาหากินนอกพื้นที่ป่าได้สร้างเดือดร้อนให้กับคนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่และอาสมัครซึ่งเป็นทีมเฝ้าติดตามพฤติกรรมช้าง เพื่อหาแนวทางป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพืชผลทางการเกษตร ด้วยสภาพพื้นที่ของตำบลพวา ที่มีแนวเขตติดต่อกับป่าสงวนแห่งชาติ กว่าร้อยละ 95 จึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ พบเห็นช้างป่าที่นี่ ขณะเดียวกันการเพิ่มจำนวนประชากรช้าง ภายใต้แหล่งหากินที่ถูกจำกัดและแหล่งน้ำที่ลดลง ก็เป็นปัจจัยร่วมที่ถูกมองว่า กระตุ้นให้ช้างป่าออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน ที่มีอยู่กว่า 500,000 ไร่ รอบผืนป่า
“สิ่งสำคัญกว่าการปกป้องดูแลช้าง ของเจ้าหน้าที่และกลุ่มอาสาฯ คือการสร้างความเข้าใจและอาศัยความร่วมมือกับผู้คนในชุมชน ที่จะนำช้างกลับไปยังบ้านของพวกมันเพื่อป้องกันความเสียหายในพื้นที่เกษตรของชุมชนระยะยาว”

กิตติพัฒน์ พลทำ เจ้าหน้าที่ไอทีซัพพอร์ทของบริษัท เอนนี่แวร์ ทู โก จำกัด เล่าว่า แอพพลิเคชั่นเตือนภัยช้างป่า สำหรับใช้ในการแจ้งเตือนช้างป่า ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งตำแหน่งช้าง ภาพถ่าย พร้อมส่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เดิมประชาชนเขาแจ้งเหตุทางไลน์ แต่แอพพลิเคชั่นเตือนภัยช้างป่า สามารถแสดงกราฟข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์การเฝ้าระวังในอนาคตได้ วิธีการใช้งานให้เข้าไปใน play store และ App Store ลงทะเบียนประชาชนทั่วไปอาจจะลงทะเบียนผ่าน Facebook ได้แจ้งเหตุมาแล้ว ข้อมูลจะถูกส่งกลับมาที่ Cloud Server โดยไม่มีค่าใช้จ่าย การใช้งานแจ้งเหตุเฝ้าระวังช้าง ใช้ร่วมกับ วิทยุสื่อสาร ไลน์ หรือการโทรศัพท์ แจ้งเหตุ เป็นหนึ่งในช่องทางการเตือนภัยช้างป่าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ในโครงการนี้จะนำแอพฯ ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการแจ้งตำแหน่งที่อยู่ของช้างป่าให้กับอาสาสมัครและบุคคลที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับทราบว่าขณะนี้ช้างกำลังจะไปทางไหน เพื่อหลีกเลี่ยงหรือเตรียมป้องกันอันตราย ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีมาแจ้งเตือน









