ตำบลดงน้อยเดิม ได้อยู่ในความปกครองของอำเภอพนมสารคาม ต่อมามีการยกฐานะกิ่งอำเภอราชสาส์นขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2520 และยกฐานะเป็นอำเภอราชสาส์น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2537 ตำบลดงน้อยจึงอยู่ในความปกครองของอำเภอราชสาส์นจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีลำคลองไหลผ่าน มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่ประมาณ 6,948 คน หรือจำนวนหลังคาเรือน 1,854 หลังคาเรือน และแน่นอนว่าอาชีพหลักๆของประชากรนั้นคือ การทำนา ซึ่งบางส่วนของประชากรในพื้นที่มีอาชีพเสริม หรือบางส่วนอาจจะมีการยึดเป็นอาชีพหลักของครัวเรือนนั้นๆ ก็คือ การเลี้ยงกุ้ง ปลูกไม้ไผ่ ปลูกกก หัตถกรรม และงานรับจ้างทั่วไป
สถาบันการเงินชุมชนตำบลดงน้อย เริ่มก่อตั้งเมื่อขึ้นเมื่อปี 2553 โดยการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้นมีสมาชิก 130 คน ที่เห็นปัญหาเรื่องการเงินของคนในชุมชน ทั้งหนี้สินนอกและในระบบที่มีมากมายเกินจากความสามารถในการชำระหนี้ จึงเกิดความร่วมมือ ร่วมใจของสมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่ม ร่วมกันออกกฎระเบียบในกลุ่มออมทรัพย์ว่า สมาชิกทุกคนจะต้องทำการออมเงินกับทางกลุ่ม เดือนละ 50 บาท หรือปีละ 600 บาท และเงินทุนก้อนแรกของกลุ่มที่ได้มาจากการออมของสมาชิก คือ 3,150 บาท จุดเริ่มต้นกับการช่วยเหลือคนในชุมชนด้วยเงินก้อนแรกนี้ โดยคนในชุมชนที่มีปัญหาด้านการเงิน ในรูปแบบต่างๆที่ให้ความเชื่อถือและไว้วางใจแก่กลุ่ม ก็ต่างพากันเข้ามาขอรับความช่วยเหลือ มีการลงชื่อเพื่อขอกู้ตามลำดับ และทางกลุ่มก็ได้ให้ความช่วยเหลือตามลำดับก่อนหลังของคนที่เข้ามาขอรับความช่วยเหลือ จากเงินก้อนเล็กๆ เพียง 3,150 บาท ณ เวลานี้จากกลุ่มออมทรัพย์ ก้าวสู่ “องค์กรการเงิน” ของบ้านดงน้อยเต็มตัว มีเงินหมุนเวียนในกลุ่มกว่า 1,121,450 บาท และมีสมาชิกกลุ่มกว่า 233 คน และจากการช่วยเหลือด้วยความมุ่งมั่นของสมาชิกผู้ก่อตั้งนั้น เป็นผลให้ปัจจุบันนี้ ทางกลุ่มสามารถช่วยเหลือคนในชุมชน และสมาชิกได้กว่า 60% ของผู้ที่ประสบปัญหาทางการเงินทั้งหมดในชุมชน
สถาบันการเงินใกล้บ้าน ที่ชุมชนเป็นเจ้าของ
จากคำขวัญของกลุ่มที่ว่า “สถาบันการเงินใกล้บ้าน ที่ชุมชนเป็นเจ้าของ” เป้าหมายขององค์กรที่มีต่อคนในชุมชนตำบลดงน้อยนั้น คือ การแก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งในและนอกระบบ ซึ่งไม่ได้สูงจนเกินเอื้อมหรือไกลจนยากที่จะแก้ไขได้ เห็นได้จากคำขวัญขององค์กรที่สามารถแสดงจุดยืนและเป้าหมายสูงสุดเป็นอย่างดีแล้วว่า ต้องการจัดสรรงบการเงินขององค์กรการเงินให้มีเสถียรภาพ มีเงินหมุนเวียนมากพอที่จะสามารถทำให้ ประชากรในชุมชนทั้ง 1,854 ครัวเรือนนั้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดการเกิดหนี้สินทั้งนอกและในระบบ จนกว่าทุกคนในชุมชนไม่มีหนี้สินและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีอาชีพที่มั่นคงสามารถยึดเป็นหลักให้แก่ตนเองและครอบครัวได้ และอีกหนึ่งหนึ่งเป้าหมายหลังจากที่ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินและปากท้องของชาวบ้านแล้ว คือต้องการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับทุกคนในชุมชน เพื่อการยกระดับความสามารถ และความรู้ให้มีระดับที่สูงขึ้นๆไป และสามารถพัฒนาไปสู่คนในชุมชนนั่นเอง
การดำเนินงานสถาบันการเงินชุมชนตำบลดงน้อย
การดำเนินงานวิธีการที่ไม่ซับซ้อน ไม่ยุ่งยากขององค์กร ทำให้คนในชุมชนเข้าใจการทำงานได้ง่าย และตอบรับต่อการดำเนินเป็นอย่างดี โดยที่แกนนำของกลุ่ม มีการจัดกิจกรรมพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงการทำงานและ สร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้านในเวลาเดียวกัน เนื้อหาที่มีในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง คือเนื้อหาของการปฏิบัติงาน และอุดมคติต่อการทำงานของกลุ่มการเงินของชุมชนที่ถูกจัดตั้งขึ้นมา และระบบการทำงานนั้นก็คล้ายคลึงกับสถาบันการเงินทั่วไปซึ่งอาจจะดูเรียบง่ายและเข้าใจได้ง่ายกว่านั้น คือการให้ชาวบ้านเข้ามาลงทุนกับองค์กรการเงิน โดยการที่เข้ามาขอกู้ยืมเงินจากองค์กรและผ่อนชำระคืนให้กับองค์กรด้วยวิธีง่ายๆ ที่ชาวบ้านสามารถเลือกเองได้ 2 วิธี
- ผ่อนชำระงวดละ 500 บาท ซึ่งการชำระครั้งนี้จะแยกออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรก 300 บาทเป็นเงินผ่อนชำระเงินที่กู้ไป (เงินต้น) ส่วนที่สอง 100 บาท เป็นค่าดอกเบี้ยของเงินกู้ และส่วนสุดท้าย 100 บาทเป็นการเก็บเงินออมให้กับผู้กู้ยืมไปในตัว
- ผ่อนชำระงวดละ 1,000 บาท ซึ่งการชำระครั้งนี้จะแยกออกเป็น 3 ส่วนเช่นเดียวกันกับการชำระแบบที่ 1 คือ ส่วนแรก 800 บาทเป็นเงินผ่อนชำระเงินที่กู้ไป (เงินต้น) ส่วนที่สอง 100 บาท เป็นค่าดอกเบี้ยของเงินกู้ และส่วนสุดท้าย 100 บาทเป็นการเก็บเงินออมให้กับผู้กู้ยืมไปในตัว
ในช่วงเวลาปลายปีของทุกปี จะนำผลกำไรที่ได้มาจากดอกเบี้ยที่เรียกเก็บกับสมาชิกองค์กรการเงินมาทำการจัดสรรปันส่วนไปยังส่วนต่างๆเพื่อผลประโยชน์ต่อทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยแบ่ง 50% ของผลกำไรรวมทั้งหมด มาคืนให้แก่สมาชิกในรูปแบบของเงินปันผล จะแบ่งสรรไปตามยอดเงินที่มาร่วมลงทุนกับองค์กร 20% เป็นผลตอบแทนของบุคลากรผู้ดำเนินงาน และผู้จัดทำเอกสารการบัญชีขององค์กรการเงิน 30% เป็นส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ เช่น กองทุนเพื่อการประกันหากเกิดเหตุสุดวิสัย กองทุนเพื่อสมาชิกขององค์ที่มีญาติเสียชีวิตต้องการเงินไปช่วยเหลือการจัดงานฌาปนกิจ เป็นต้น
นโยบายสำคัญขององค์กรการเงินตำบลดงน้อย คือ การกู้ยืมเงินโดยที่ไม่ต้องมีหลักค้ำประกันใดๆ ในการยื่นเรื่องร้องขอการกู้เงิน หรือร่วมลงทุนกับองค์กรแต่อย่างใดเลย ซึ่งข้อนี้เป็นนโยบายหลักที่ชาวบ้านต่างไว้วางใจในการหันมาใช้บริการองค์กรนี้ แทนที่ที่จะเลือกใช้บริการเงินด่วนของเงินกู้นอกระบบ
การสร้างการเปลี่ยนแปลงในชุมชน
1.แกนนำ คณะทำงานขององค์กรการเงินตำบลดงน้อย มีหลักของการทำงาน 3 ข้อ เป็นลักษณะสำคัญ และเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนองค์การเป็นอย่างมาก เพื่อให้องค์กรมีความมั่นคง และเชื่อถือได้นั้น คือ ตรงเวลา ซื่อสัตย์ ละเอียดรอบคอบ หากขาดข้อใดข้อหนึ่งไปใน 3 ข้อนี้ ก็สามารถถือได้ว่า บุคคลนั้นไม่มีคุณสมบัติพอที่สมาชิกจะไว้วางใจให้ทำงานองค์กรการเงิน ที่สมาชิกและคนในชุมชนทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน
2.ชุมชน ซึ่งปัจจัยที่ดี ที่ได้รับจากชุมชนนั้น คือการให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎระเบียบเงื่อนไข และรวมทั้งมีความไว้วางใจให้องค์กรการเงิน เข้ามาบรรเทาทุกข์ทางการเงินของตน และที่สำคัญคือการตอบรับในทางที่ดีจากคนในชุมชนที่ทยอยเข้ามาเป็นสมาชิกกับองค์กรการเงินอย่างต่อเนื่องเกิดจากความมั่นใจจึงประชาสัมพันธ์ และแพร่กระจายข่าวสารขององค์กร ด้วยการบอกต่อๆกันด้วย “ปากต่อปาก”
3.หน่วยงาน หลังจากที่องค์กรการเงินตำบลดงน้อยพิสูจน์ความสามารถในการช่วยเหลือชุมชน โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดๆสามารถจัดตั้งกลุ่มองค์กร เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ ในระยะแรกๆ ทำให้หน่วยงานราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นศักยภาพขององค์กร ที่ความมุ่งมั่นเพื่อบรรเทาทุกข์ พัฒนา ยกระดับชุมชนให้ดีขึ้น จึงได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณสมทบกองทุนเพื่อกระจายความช่วยเหลือได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของชุมชน
การเชื่อมโยงภาคีพัฒนา
1.องค์กรกองทุนระดับอำเภอ สนับสนุนงบประมาณ และสถานที่เพื่อจัดกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายการเงินให้องค์กรการเงินของตำบลดงน้อยอยู่ในสภาวะที่เสถียรพอที่จะช่วยเหลือประชากรในชุมชนได้
- องค์กรพัฒนาชุมชนของอำเภอ สนับสนุนงบประมาณ อุปกรณ์ และสถานที่ของการจัดอบรม เพื่อพัฒนาองค์ความรู้สู่สมาชิก และคนในชุมชน
3.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สนับสนุนงบประมาณการพัฒนาศักยภาพขององค์กร ช่วยเหลือให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการระบบการทำงานงาน การวิเคราะห์ปัญหา และการแก้ไข
4.การศึกษานอกระบบ (กศน.) ตำบลดงน้อย สนับสนุนช่วยในด้านโปรแกรมการทำบัญชีทางคอมพิวเตอร์ เพื่อสะดวกแก่การทำบัญชีในการจัดการการเงินขององค์กร
5.องค์การบริการส่วนตำบลดงน้อย สนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อการจัดกิจกรรมการเชื่อมโยงเครือข่าย
การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาชุมชนคนดงน้อย
ก่อนที่องค์กรการเงินจะได้รับการสนับสนุน การช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ นั้น สมาชิกที่จัดตั้งกลุ่มนั้น มีเพียงแค่ สมุดและปากกา เพื่อทำการจดบันทึกสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น และดำเนินการไป หลังจากการช่วยเหลือที่ทางกลุ่มได้ช่วยเหลือคนในชุมชนออกไปนั้น ผลกำไรก็มีมากขึ้นตามการช่วยเหลือ และผลกำไรที่ได้รับนั้น ได้นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะทำงาน เก้าอี้ อุปกรณ์เครื่องเขียน รวมไปถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซึ่งก่อนที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณนั้น ทาสงกลุ่มถือว่าได้วางรากฐานในการทำงานไว้เป็นอย่างในระดับหนึ่งแล้ว และมีการพัฒนาการทำงาน และศักยภาพในการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆมากมาย และปัจจัยของการช่วยเหลือ พึ่งพาตนเองก่อนการเรียกร้องหาความช่วยเหลือ การสนับสนุนจากผู้อื่นนั้น ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแร่ง และความมั่นคงขององค์กร ที่มีต่อสมาชิก และชุมชนเป็นอย่างดี
การช่วยเหลือแก่คนในชุมชนที่ยังคงมีปัญหาเดือดร้อนในด้านของการเงินนั้น ไม่ทั่วถึงมากพอที่จะสามารถแก้ปัญหาทางการเงินของคนในชุมชนให้หมดไปได้ เนื่องจากทุนในการช่วยเหลือนั้น มีไม่เพียงพอต่อประชากรในขุมชุนที่มีปัญหา แต่ก็ถือได้ว่า องค์กรสามารถบรรเทาปัญหาของชุมชนไปได้กว่า 60% แล้ว ปัญหาในด้านนี้ ยังคงเกิดขึ้นในปัจจุบัน และคาดว่าคงยากที่จะขจัดปัญหาให้หมดไปได้ เนื่องจากต้องได้รับความร่วมมือในการไม่สร้างหนี้สินนอกระบบเพิ่มขึ้นอีกนั่นเอง
องค์กรการเงินของชุมชนตำบลดงน้อยได้ก้าวผ่านอุปสรรคมากมายหลากหลายด้าน ซึ่งแน่นอนว่าการเรียนรู้ และบทเรียนที่ได้รับนั้นย่อมเกิดอย่างต่อเนื่องเช่นกัน อย่างไรก็ตามหากพูดถึงการทำงานที่เกี่ยวข้องกับระบบทางการเงินนั้น ย่อมมีอุปสรรคและบทเรียนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นการทำงานที่ไม่ง่ายเลย คนในชุมชน มีความคิดที่เริ่มออม แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถแก้ไขปัญหาที่ใหญ่ๆได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลา ในการเก็บออม เพียงเท่านี้ก็สามารถบรรเทาทุกข์ของการเป็นหนี้ ช่วยเหลือให้ตนเองและครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น ความรอบคอบ และการประเมินความสามารถขององค์กรในการช่วยเหลือชาวบ้านนั้น ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือและมั่นคงขององค์กรการเงินและสมาชิกส่วนมากเป็นหลัก หากทางองค์กรการเงินช่วยเหลือทุกความเดือดร้อนองค์กรก็อาจจะไม่สามารถเป็นที่พึ่งของคนในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเกิดการร่วมมือ ร่วมใจ ของสมาชิก ชุมชน ก็จะได้เห็นถึงความรักที่มีต่อกันในคณะทำงาน ชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้ในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ขณะที่การบริหารจัดการ ทุกขั้นตอนขององค์ที่เป็นการจดบันทึก การทำงาน หรือรายละเอียดทางการเงิน จะต้องมีความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถแสดงรายละเอียดต่อสมาชิกทุกท่านได้ทุกเมื่อ เมื่อมีการร้องขอจากสมาชิกทุกท่าน อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสทุกๆเรื่องที่เกี่ยวกับการเงิน ที่ต้องได้รับการตัดสินใจเพื่อการลงมือทำนั้น จะต้องผ่านการประชุมของคณะทำงาน บุคลากร และแกนนำขององค์กรก่อนเท่านั้น ถึงจะสามารถลงมือปฏิบัติได้
นอกจากนี้บทเรียนที่ได้รับต่อในการออกระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการ เพื่อการปฏิบัติตามกันนั้น ถือเป็นบทเรียนสำคัญ หากสมาชิก หรือคณะทำงาน ไม่ปฏิบัติตามเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแล้วนั้น ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถแก้ไขให้หมดสิ้นไปได้อย่างแน่นอน
คุณสุเมธ ฉิมพาลี แกนนำคนสำคัญของสถาบันการเงินตำบลดงน้อย มีความเห็นว่า ทุกคนในชุมชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อย่างมุ่งมั่นครับ ซึ่งได้สอบถามกับคุณสุเมธว่า จากการดำเนินงานมาถึงทุกวันนี้นั้น มีความพอใจมากน้อยเพียงใด ซึ่งคำตอบคือ “ยังไม่มากพอที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ แต่ก็เป็นผลที่น่าพอใจต่อความสำเร็จในระดับหนึ่ง ซึ่งหากมองย้อนกลับไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา องค์กร ยังเป็นเพียงแค่ กลุ่ม ซึ่งถือว่าได้พัฒนากลุ่มของตนเองมามากพอ เพราะทางองค์กรการเงิน ณ เวลานี้ สามารถช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเพียง 10 หมู่บ้านจาก 16 หมู่บ้านหรือ เพียง 4,000 คน จาก 6,948 คนเท่านั้นเองหากสามารถช่วยเหลือได้ครบทุกคนในชุมชน นั้นคือความพอใจ และจุดหมายสูงสุด ซึ่งต้องอยู่ภายใต้ความสุขของคนในชุมที่ต้องเป็นไปอย่างดีด้วยเช่นกัน” ซึ่งสรุปได้ว่า องค์กรต้องการขยายกองทุนให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อที่จะได้สามารถช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ให้กับคนในชุมชนได้มากขึ้นต่อไป ตราบจนวันที่คนในหมู่บ้านจะมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่สุขสบายขึ้น
นายสุเมธ ฉิมพาลี
แกนนำสถาบันการเงินตำบลดงน้อย






