สภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เป็นสภาองค์กรตำบล เลขที่ 2605 ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ตั้งอยู่ที่ สำนักงานเทศบาลตำบลเกาะหวาย ณ บ้านเลขที่ 55 หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เดิมฐานะเป็นสุขาภิบาลเกาะหวาย จัดตั้งตามประกาศกระทรวงมหาดไทย และได้รับการเปลี่ยนแปลงฐานะจากสุขาภิบาลเป็นเทศบาลตามพระราชบัญญัติเปลี่ยน แปลงฐานะสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ.2542 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 116 ตอนที่ 9 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2542 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 มีพื้นที่ประกอบดัวย 4 หมู่บ้าน ได้แก่ 1) ชุมชนบ้านเกาะหวาย 2) ชุมชนบ้านใหม่ 3) ชุมชนบ้านฝั่งคลอง – ตลาดท่าแดง 4) ชุมชนบ้านท่าแดง ในด้านวัฒนธรรมประเพณี ประวัติศาสตร์ ศาสนา ส่วนใหญ่เป็นชุมชนไทยพวน เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว เข้ามาประเทศไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันไทยพวนที่นี่ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยพวนอยู่ และนับถือศาสนาพุทธ มีวัฒนธรรมประเพณีของชุมชน ได้แก่ ด้านแต่งกายไทยพวน ด้านภาษาพูด ภาษาเขียน ด้านอาหาร ด้านศิลปะวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้าน และยังฝึกปฏิบัติ ตาม ฮีต 12 คอง 14 แบบเดียวกับประเพณี 12 เดือนของไทย เช่น เดือน 3 ทานข้าวจี่ เดือน 5 สงกรานต์ มีพิธีสูตรเสื้อ สูตรผ้า เดือน 9 แรม 14 ค่ำ สารทพวน เป็นต้น
“ไป กะ เลอ ดี ไทยพวน ปากพลี ดี เน้อ” นี่คือคำพูดของชุมชนชาวไทยพวน ที่มีวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งด้านภาษาไทยพวน การแต่งกายไทยพวน (ผ้าขาวม้าผูกเอวชาย ผ้านุ่งสาว) โดยเฉพาะเรื่องผ้าไทยพวนนับว่าเป็นวัฒนธรรมที่โดดเด่นมาก
หลังการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลเกาะหวายขึ้น คณะทำงานได้ร่วมกันวิเคราะห์ชุมชนพบว่าตำบลแห่งนี้ มีทุนเดิมในชุมชนที่เป็นจุดเด่นของชุมชน คือ เป็นชาติพันธุไทยพวน ซึ่งชาวไทยพวน ที่อพยพมาจากประเทศลาว พากันมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านท่าแดง และได้ขยายชุมชนไปเรื่อยๆในเขตเทศบาลตำบลเกาะหวาย จะประกอบด้วย 4 ชุมชน คือชุมชนบ้านท่าแดง ชุมชนบ้านฝั่งคลอง ชุมชนบ้านเกาะหวาย และชุมชนบ้านใหม่ ทุกชุมชนเป็นไทยพวน ซึ่งมีศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีของตนเอง และนับวันจะหายไป จึงต้องมีการฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบทอดไว้ได้แก่ วัฒนธรรมการแต่งกายแบบไทยพวน ,ภาษาพูด – ภาษาเขียน (อักษรไทยน้อย ) ,อาหารไทยพวน,การแสดง และการละเล่นพื้นบ้านไทยพวน จึงได้จัดทำแผนพัฒนาตำบลขึ้น เป็นแผนพัฒนาเชิงธุรกิจของเทศบาลตำบลเกาะหวาย ในเรื่องท่องเที่ยวชุมชนเชิงวัฒนธรรม และดำเนินการพัฒนาศักยภาพคณะทำงานท่องเที่ยวโดยชุมชนไทยพวน, ปรับภูมิทัศน์แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน ,จัดระบบบริหารจัดการกลุ่ม/เครือข่ายเพื่อให้มีระบบในการบริหารงาน ,จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์แหล่งเรียนรู้ท่องเที่ยวโดยชุมชน,การต่อยอดผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นบ้านไทยพวน เช่น ห่อหีบ/บรรจุภัณฑ์ ,การพัฒนาสร้างแบรนด์ สินค้าชุมชน สู่ระบบ แอพลิเคชั่น ,การสร้างโปรแกรมการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวโดยชุมชนในระดับจังหวัด ,การทำตลาดน้ำอัตตลักษณ์ชุมชนไทยพวน ,การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น ,เปิดตลาดแลกเปลี่ยนเรียนรู้/ศึกษาดูงานของชุมชนของอาเซียนและนานาชาติ
ผลการจัดกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน ในปัจจุบันเทศบาลตำบลเกาะหวาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม มีประชาชน หน่วยงาน กลุ่มองค์กรมาศึกษาดูงาน เยี่ยมชมจำนวนมาก มีมาทุกระดับตั้งแต่เยาวชนในสถานศึกษา นักศึกษา นักวิจัยในมหาวิทยาลัยต่างๆให้ความสนใจ กิจกรรมในการมาเยี่ยมชมที่ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดฝั่งคลอง เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน แต่ถ้ามาเป็นหมู่คณะทางคณะทำงานก็มีขั้นตอน พิธีการให้นักท่องเที่ยวเลือกตามต้องการ
ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ของเทศบาลตำบลเกาะหวาย จากเดิมสภาพปัญหาด้านวิถีชีวิตของชุมชนไทยพวนเริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากสภาพสังคมปัจจุบัน มีความเจริญมากขึ้น ทำให้วิถีชีวิตก็ปรับเปลี่ยนไป เช่น การแต่งกาย อาหารการกิน การใช้ภาษา การแสดง เป็นไปตามยุคสมัยใหม่ สิ่งที่เป็นวัฒนธรรมเดิมๆของชาติพันธุไทยพวนก็หายไปๆ ซึ่งเป็นของมีค่าทางวัฒนธรรม จากการเปิดเวทีของสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลเกาะหวาย พบว่าชุมชนต้องการฟื้นฟูอนุรักษ์ และจะสืบสาน วิถีวัฒนธรรมไทยพวนไว้สืบไป ปัจจุบันได้มีการฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบทอดวิถีชีวิตทางวัฒนธรรมไทยพวนอย่างเป็นรูปธรรม ในลักษณะ การจัดการท่องเที่ยวของชุมชน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และมีผู้สนใจมาเยี่ยมชมจำนวนมาก
นายสะกิด ทางาม ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเล่าให้ฟังว่า พื้นที่ตำบลนี้โชคดีที่มีทุนทางวัฒนธรรมของชาวไทยพนวนอยู่ ทั้งเรื่องประเพณี วัฒนาธรรม ภาษา อาหาร และยังมีบริบทของการช่วยเหลือกัน มี บวร (บ้าน,วัด,โรงเรียน) ที่หนุนเสริมช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด อีกทั้งที่นี่ยังมีข้าราชการบำนาญ ผู้มีความรู้และมาช่วยกันเป็นจิตอาสาในการพัฒนาร่วมกัน จึงทำให้พื้นที่ได้มีการวางแผนการพัฒนา และประสานหน่วยงานเข้ามาช่วย ทั้งในเรื่องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ผ่านโครงการบ้านพอเพียงชนบท ซึ่งจากที่ตนเองได้เข้ามาเป็นคณะทำงานของสภาฯ ก็ทำให้ได้ช่วยเหลือ พัฒนาตำบลและยังได้มีโอกาส ถ่ายทอดภูมิปัญญาของชาวไทยพวน ให้ลูกหลานได้รู้จักและสืบต่อไป





