เดิมมีหนองน้ำมากมายและหนองน้ำมีต้นปรือมากมาย เดิมมี 9 หมู่บ้าน ต่อมาในปี 2504 สมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ รัฐบาลสมัยนั้นมองการณ์ไกลคิดว่าประเทศไทยควรที่จะเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคนี้ โดยมีการทดลองตัวอย่างของดิน ปรากฎว่าคหบดีของตำบลหนองปรือ นำดินที่หลุดจากรอยไถที่แห้งแล้วไปให้ทดสอบและต่อมากระทรวงคมนาคมได้ทำการศึกษา และพิจารณาพบว่าสนามบินนานาชาติแห่งที่สองควรตั้งอยู่บริเวณท้องที่ตำบลหนองปรือ บางโฉลง และราชาเทวะ เมื่อรัฐบาลอนุมัติกรมการบินพาณิชย์ จึงทยอยจัดซื้อที่ดินระหว่างปี 2506 – 2515 ได้ที่ดินมา 11,803 ไร่ ในปี 2516 เวนคืนมาอีก 7,740 ไร่ ได้ที่ดินมาทั้งสิ้น 19,543 ไร่ แต่การสร้างไม่มีความคืบหน้าขึ้น ต่อมาในปี 2540 ได้ดำเนินการเวนคืนที่ดินอย่างจริงจัง ตำบลหนองปรือถูกเวนคืนคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน 3 หมู่บ้าน
นางสาวธัญลักษณ์ เผ่าชวด ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองปรือ เล่าการขับเคลื่อนงานกองทุนสวัสดิการชุมชนให้ฟังว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองปรือ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2550 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันของคนในชุมชน ตั้งแต่เกิดจนตายเพื่อเป็นหลักประกันในการพึ่งพาตนเองโดยแรกเริ่มนั้นมีสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน จำนวน 50 คน มีเงินกองทุนสวัสดิการชุมชน จำนวน 159,025 บาท ปัจจุบันกองทุนฯ มีสมาชิก จำนวน 739 คน และมีเงินกองทุนรวม 1.9 ล้านกว่า
โดยจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก 9 ด้าน ได้แก่
- สวัสดิการด้านการเกิด/คลอดบุตร สนับสนุนเงินรับขวัญจำนวน 500 บาท โดยหักหักเงินเข้าดกองทุนสวัสดิการชุมชนจำนวน 365 บาท และถอว่าเด็กนั้นมีสภาเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการทันที
- สวัสดิการด้านการบำรุงครรภ์ จะได้รับสวัสดิการบำรุงครรภ์ จำนวน 1,000 บาท
- เจ็บป่วย/รักษาพยาบาล ได้รับเงินสวัสดิการรักษาพยาบาลแบบเหมาจ่ายครั้งละ 500 บาท ไม่เกิน 3 ครั้ง/ปี
- สวัสดิการด้านเสียชีวิต จะได้รับสวัสดิการตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนครบ 6 เดือน – 1 ปี ได้รับสวัสดิการ 2,500 บาท
เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนครบ 1 – 5 ปี ได้รับสวัสดิการ 5,000 บาท
เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนครบ 6 – 10 ปี ได้รับสวัสดิการ 7,000 บาท
เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนครบ 10 ปีขึ้นไป ได้รับสวัสดิการ 8,000 บาท
5) 1สวัสดิการด้านผู้สูงอายุ เมื่อสมาชิกมีอายุครบ 60 ปี จะได้รับเบี้ยชราภาพ ตามเงื่อนไข ดังนี้
เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนครบ 1- 14 ปี ได้รับเงินชราภาพเดือนละ 50 บาท
เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนครบ 15 – 19 ปี ได้รับเงินชราภาพเดือนละ 300 บาท
เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนครบ 20 – 24 ปี ได้รับเงินชราภาพเดือนละ 400 บาท
เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนครบ 25 – 30 ปี ได้รับเงินชราภาพเดือนละ 500 บาท
6) สวัสดิการด้านการผู้ด้อยโอกาส/ผู้พิการ
7) สวัสดิการด้านการศึกษา สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับสมาชิก
8) สวัสดิการด้านที่อยู่อาศัย (ซ่อม/สร้าง)
9) สวัสดิการด้านการจกรรมสาธารณประโยชน์
จากการจัดสวัสดิการของกองทุนฯ นั้น จะเห็นได้ว่า กองทุนเองมีรายจ่ายค่อนข้างสูง หากจะรอเพียงเงินสมทบจากสมาชิกและเงินสมทบจากภาครัฐ คงไม่เพียงพอที่จะดูแลพี่น้องได้ครอบคลุมทั้งตำบล ทำให้กองทุนสวัสดิการฯ ต้องคิดวิธีหางบประมาณเข้ากองงทุนสวัสดิการชุมชนเพื่อให้สามารถดูแลสวัสดิการให้กับสมาชิกได้ครอบคลุม ดังนั้น กองทุนฯ จึงได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อหาเงินรายได้เข้าสู่กองทุนฯ เช่น การจัดการแข่งขันเดินวิ่งมหากุศลฯ ซึ่งบริเวณที่จะดำเนินการจัดกิจกรรมอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลหนองปรือ ซึ่งได้รับการปรับภูมิทัศน์อย่างเหมาะสม นอกจากจะเป็นการเดินวิ่งการกุศลแล้วยังเป็นการประชาสัมพันธ์พื้นที่ตำบลหนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้กับประชาชนทั่วไปได้รู้จัก โดยรายได้จากการจัดกิจกรรมในครั้งนั้น กองทุนได้นำไปสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน ดังนี้
1.ช่วยเหลือผู้ยากไร้/ผู้ด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาวาตภัย,อุทกภัย,อัคคีภัยครัวเรือนละ 3,000.-บาท
2.ช่วยเหลือผู้ยากไร้/ผู้ด้อยโอกาสที่ขาดปัจจัยดำรงชีพรายละ 500.-บาท/เดือน จำนวน 15.-ราย ประจำปี 2562 (เริ่มเดือนมกราคม – ธันวาคม 2562) โดยไม่จัดสรรเป็นรูปตัวเงิน แต่จัดซื้อเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่ในพื้นที่นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้/ผู้ด้อยโอกาสแล้วยังเป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกร/ร้านค้าของชุมชน
3.ช่วยเหลือเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กยากไร้/ด้อยโอกาส ทุนละ 1,000.- บาท หมู่บ้านละ 2 ทุน ประจำปี 2562
4.ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืน ตรวจสอบและต่อยอดได้แก่สมาชิกกองทุนฯ
ทั้งนี้การจัดงานดังกล่าวข้างต้น เป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปรือ ซึ่งได้ให้การสนับสนุนทางด้านสถานที่ บุคลากร ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่และบุคลากรเข้ามาประสานงานพร้อมทั้งช่วยเหลือจัดเตรียมสถานที่การจัดงานจนแล้วเสร็จ อีกทั้งยังช่วยดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆกับทางกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองปรืออีกด้วย
นอกจากนี้แล้ว กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองปรือ ยังให้ความสำคัญกับปัญหาของผู้ยากไร้ที่ไม่อาจเข้าถึงสวัสดิการจากทางภาครัฐได้ จึงได้ขอความอนุเคราะห์จากพระครูปลัดสุวัฒนกวีคุณ และพระครูสังฆรักษ์สุรนาถ ปสนโน วัดศรีวารีน้อย ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลศรีษะจระเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นวัดขนาดใหญ่ที่มีประชาชนเข้ามาทำบุญอย่างหนาแน่น โดยท่านได้ให้ความอนุเคราะห์บริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง นม ยารักษาโรค ยาสระผม ยาสีฟัน แป้ง ฯลฯ ที่ทางพุทธศาสนิกชนนำมาบริจาคให้ทางวัด ซึ่งในแต่ละเดือนนั้นมีปริมาณมาก และทางวัดไม่สามารถใช้ได้ทัน กองทุนจึงของนำมาบริจาคเป็นถุงยังชีพให้กับผู้ยากไร้ที่มาขึ้นทะเบียนไว้ที่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองปรือ และสลับสับเปลี่ยนไปยังผู้ยากไร้รายอื่น เช่น ในกรณีที่ผู้ยากไร้รายเดิมที่ได้ลงทะเบียนไว้เสียชีวิต ทั้งนี้หากมีผู้ยากไร้บางรายไม่ประสงค์ขอรับถุงยังชีพต่อ เนื่องจากสามารถหางานทำและมีรายได้แล้ว ทางกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองปรือก็จะนำถุงยังชีพที่เหลือไปให้ผู้ลงทะเบียนยากไร้รายใหม่แทน
จากการขับเคลือนงานกองทุนสวัสดิการชุมชนที่ผ่านมาของตำบลแห่งนี้ จะเห็นได้ว่า กองทุนไม่ได้มองเพียงสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่สมาชิกพึงจะได้รับเท่านั้น แต่กองทุนยังมองเห็นไปถึงปัญหาอีกหลายๆ ด้านที่อยู่รอบชุมชน ซึ่งกองทุนเองไม่เคยหยุดนิ่งที่จะลุกขึ้นมาช่วยเหลือ พัฒนา อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในพื้นที่เป็นอย่างดี ทุกฝ่ายร่วมมือ ร่วมใจ เพื่อช่วยกันพัฒนาสร้างความมั่นคงให้กับชุมชน โดยหวังแค่เพียงให้พี่น้องในตำบลหนองปรือได้รับสวัสดิการอย่างทั่วถึง มีคุณภพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว






