
ตำบลปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มีจำนวน 7 หมู่บ้าน เป็นชุมชนดั้งเดิม พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล มีแม่น้ำประแสร์กั้นเขตตำบล มีลำคลองไหลลงสู่ทะเล เหมาะแก่การทำนากุ้ง เลี้ยงปลาน้ำกร่อยริมฝั่งแม่น้ำประแสร์ ปลูกมะม่วง และมะพร้าว บริเวณปากแม่น้ำเป็นชุมชนหนาแน่น เป็นแหล่งการค้าของตำบล และมีกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประมง เช่น กลุ่มแปรรูปอาหารทะเลตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ทำปลากรอบสามรส กะปิ ชาใบขลู่ และเชื่อมโยงไปสู่เรื่องการท่องเที่ยวชุมชน นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มกันพัฒนาตำบล เช่น โครงการบ้านพอเพียงชนบท
นางดวงฤดี ขวัญนิยม ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลปากน้ำประแส เล่าว่า สภาฯ จัดตั้งเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2551 มีกลุ่มที่จดแจ้งจัดตั้งสภาฯ จำนวน 21 กลุ่ม ในปี 2561 คณะทำงานสภาองค์กรชุมชนได้เข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานระดับจังหวัด จึงได้ทราบว่าสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. มีโครงการ ‘บ้านพอเพียงชนบท’ เป็นโครงการที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในชนบท โดยการซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีฐานะยากจน สภาพบ้านทรุดโทรม
“คณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลปากน้ำประแสเห็นความสำคัญของโครงการนี้ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพประมง บ้านเรือนอยู่ติดชายฝั่งจึงทำให้ถูกน้ำกัดเซาะจนผุพัง ส่วนที่เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำก็มีสภาพทรุดโทรมเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการร่วมกันลงสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนทั้งตำบล ผลจากการสำรวจพบว่ามีผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยและต้องการความช่วยเหลือจำนวน 110 ครัวเรือน สภาพปัญหาที่พบ คือ หลังคารั่ว ฝาบ้านพัง พื้นบ้านต่ำ มีน้ำท่วมขัง เสาบ้านชำรุด และบางหลังพังถึงขั้นซ่อมไม่ได้ต้องรื้อสร้างใหม่ แต่เจ้าของบ้านไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะทำเองได้” ประธานสภาฯ บอกเล่าปัญหา
เมื่อได้ข้อมูลแล้ว คณะทำงานสภาฯ จึงได้มีการจัดประชุมรับรองและจัดลำดับผู้เดือดร้อน เพื่อเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ โดยในปี 2561 ได้รับงบสนับสนุนจาก พอช.จำนวน 42 หลัง งบประมาณไม่เกินหลังละ 18,000 บาท แต่ไม่ครอบคลุมผู้เดือดร้อนที่มีทั้งหมด 110 ครัวเรือน คณะทำงานจึงได้จัดประชุมและลงมติว่าจะบริหารงบประมาณโครงการโดยการจัดตั้ง ‘กองทุนบ้านพอเพียงชนบทตำบลปากน้ำประแส’ โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานดังนี้
1.เพื่อให้ครัวเรือนยากจนที่มีปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยในชุมชนได้มีที่อยู่อาศัยดีขึ้น มีความมั่นคง 2.เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนได้ดูแลและช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยที่เป็นผู้ยากจนในการดำเนินการซ่อมแซม ปรับปรุง ต่อเติมบ้าน หรือการสร้างใหม่แทนบ้านเดิมที่มีสภาพทรุดโทรมที่อาจเป็นภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัยได้ และ 3.เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถวางแผนจัดการที่ดินและที่อยู่อาศัยร่วมกันในระดับพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสามารถเชื่อมโยงกับงานพัฒนาด้านต่างๆ ในตำบล
โดยจะมี ‘กองทุนบ้านพอเพียงชนตำบลปากน้ำประแส’ เพื่อหนุนช่วยบ้านเรือนที่เดือดร้อนให้ครบทุกหลัง โดยให้ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนคืนเงินเข้ากองทุน 50 เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณที่ได้รับ (หลังละไม่เกิน 18,000 บาท) และให้สมาชิกส่งคืนกองทุนเดือนละ 500 บาท โดยไม่มีดอกเบี้ย เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนรายอื่นๆ ต่อไป
ส่วนในปี 2562 ชุมชนได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบทจาก พอช.อีก 19 หลัง (รวมกับปี 2561) รวมเป็น 61 หลัง ขณะนี้ได้ซ่อมแซมบ้านเรือนทั้งหมดแล้ว ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกที่ได้รับการสงเคราะห์ 2 หลัง (ไม่ต้องคืนเงินเข้ากองทุน) และนำเงินจากกองทุนบ้านพอเพียงฯ ไปช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนผู้เดือดร้อนรายอื่นได้อีก 1 หลัง นอกจากนี้คณะทำงานสภาฯ ยังมีแผนการดำเนินงานต่อยอดการแก้ไขปัญหาผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยในตำบลอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะไม่ได้รับงบประมาณสมทบอีกก็ตาม
“ตอนที่ลงไปสำรวจบ้านครั้งแรก บ้านบางหลังเราไม่คิดว่าจะพังจนถึงขั้นที่ซ่อมไม่ได้ ต้องสร้างใหม่อย่างเดียว คือถ้ารื้อก็จะพังหมด บางหลังหลังคารั่ว ฝนตกมาก็ต้องหาถังหรือกะละมังมารองน้ำฝน บางหลังพื้นบ้านผุพังจนแทบจะไม่มีที่เดิน แล้วยังมีน้ำขังใต้ถุนบ้านอีก คนที่นี่ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงกันเยอะ รายได้ไม่แน่นอน บ้านพังก็ไม่มีงบจะซ่อม พอรู้ว่ามีโครงการบ้านพอเพียงเข้ามาก็ดีใจ แต่บางหลังก็ยังไม่มั่นใจว่าจะมีโครงการนี้จริงๆ และจะช่วยได้จริง พอเราเริ่มทำก็เจอปัญหา เพราะโครงการนี้ไม่มีค่าแรง คนจนจริงๆ ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากค่าแรงที่นี่แพง ไม่มีเงินไปจ้างช่าง บ้านบางหลังพอมีกำลังก็ใช้เงินเก็บมาทำ ถ้าไม่มีโครงการนี้เข้ามาก็คงไม่ได้ซ่อมบ้าน” ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลปากน้ำประแสเล่า
ประธานสภาฯ สรุปการทำโครงการบ้านพอเพียงฯ ที่ผ่านมาว่า การทำงานในปีแรก จากเดิมชาวบ้านที่ไม่มั่นใจก็หันมาให้ความสนใจและซักถามกันมากขึ้น มีความสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการ และเห็นว่าโครงการนี้ดี ช่วยเหลือคนจนได้จริง แม้บางหลังจะช่วยไม่ได้ทั้งหมด เนื่องจากงบประมาณมีจำกัด แต่ก็ยังพอช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง จึงอยากให้มีโครงการนี้ต่อไป และอยากให้ พอช.สมทบงบประมาณอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ให้มีบ้านที่มั่นคงแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
นางสาวกิตติมา นิยมผล บ้านเลขที่ 84/1 ม.3 มีสมาชิกอาศัยอยู่ในบ้าน 3 คน บอกว่า บ้านเดิมเป็นบ้านเก่า ยกสูงจากพื้นดินนิดเดียว สภาพบ้านฝาบ้านผุพัง พื้นบ้านเป็นไม้ผุ มีน้ำท่วมขังบริเวณใต้ถุน พอคณะทำงานมาลงพื้นที่สำรวจ ตนก็ได้แจ้งความประสงค์และพามาดูสภาพบ้าน
“พอได้รับงบประมาณก็นำมาเปลี่ยนฝาบ้าน และนำเงินเก็บมาทำเพิ่มเติม เพราะงบประมาณที่ได้ไม่เพียงพอ แต่ถ้าไม่มีงบประมาณโครงการนี้เข้ามา ฉันก็คงไม่ได้ซ่อมบ้าน อย่างน้อยๆ ก็ยังได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง อยากให้มีโครงการนี้ต่อไปจะได้ช่วยเหลือคนจนให้มีบ้านที่มั่นคง และอยู่อย่างมีความสุข” เจ้าของบ้านหลังนี้กล่าว










