“กล้วยน้ำว้าขึ้นชื่อ เลื่องลือผักกระชับ
จุดพักทัพพระเจ้าตาก ของฝากกะปีน้ำปลา
ล่องธารา ลำน้ำประแสร์”
บ้านทะเลน้อย ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นชุมชนเก่าแก่ สันนิษฐานว่าเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะมีวัดและพระอุโบสถที่เก่าแก่รูปทรงเหมือนกับที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อว่า “วัดราชบัลลังก์” ชาวบ้านเรียกว่า “วัดทะเลน้อย”
นอกจากนี้ชาวบ้านยังมีความเชื่อว่า สมัยกรุงศรีอยุธยาเสียกรุงครั้งที่ 2 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ครั้งยังเป็น ‘พระยาวชิรปราการ’ ได้รวบรวมกำลังทหารจำนวน 500 นาย ตีฝ่าวงล้อมทหารพม่า มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก ผ่านนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี นำทัพมาพักที่หมู่บ้านทะเลน้อย เพราะเป็นชัยภูมิที่เหมาะสม มีแม่น้ำประแสร์สามารถแล่นเรือออกสู่ทะเลได้ และมีสระน้ำอยู่ชายเนิน สามารถใช้อุปโภค บริโภคได้ โดยมีหลักฐานที่พบคือ ‘แท่นรองพระบาท’ เชื่อกันว่าเป็นของที่อยู่คู่กับบัลลังก์ของพระเจ้าตาก (ปัจจุบันบัลลังก์จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ )
หมู่บ้านทะเลน้อยในอดีต ในช่วงฤดูฝนจะเกิดน้ำท่วมทุ่ง มองดูเหมือนเป็นทะเลน้อยๆ ชาวบ้านจึงเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านทะเลน้อย” มาจนถึงปัจจุบัน
ท่องเที่ยวชุมชนบ้านทะเลน้อย
ขณะเดียวกันชาวบ้านทะเลน้อยได้รวมกลุ่มกันพัฒนาชุมชน โดยมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย เช่น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มผลิตน้ำดื่ม กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้ง กลุ่มปลูกผักกระชับ มีศูนย์การเรียนรู้บ้านทะเลน้อย และการท่องเที่ยวชุมชน โดยมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น
‘วัดราชบัลลังก์’ หรือ ‘วัดทะเลน้อย’ เป็นพระอุโบสถสมัยอยุธยา อายุกว่า 300 ปี มีลักษณะ


แบบเดียวกับพระอุโบสถที่สร้างในสมัยอยุธยา ผนังก่ออิฐถือปูน โครงสร้างทำด้วยไม้แก่น หลังคามุงกระเบื้องดินเผา ซุ้มประตูและหน้าต่างเป็นปูนปั้น ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยลายคราม ปัจจุบันได้บูรณะขึ้นใหม่บางส่วน คือ เปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคาพระอุโบสถเป็นกระเบื้องว่าว แต่ก็ได้คงรูปเดิมไว้เพื่อให้ลูกหลานได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป

หลวงพ่อโครงหวาย โดยใช้ไม้หวายขึ้นโครงเป็นพระพุทธรูป จากนั้นจึงฉาบปูนและปิดทอง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ชาวบ้านในหมู่บ้านทะเลน้อยเรียกพระพุทธรูปองค์นี้นี้ว่า “หลวงพ่อโครงหวาย”
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยทางวัดและชาวบ้านหมู่บ้านทะเลน้อย กองทัพเรือ กองทัพบก ร่วมกันก่อสร้างศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเพื่อรำลึกเมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเคยใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งทัพก่อนไปตีเมืองจันทบุรี
ต้นโพธิ์และต้นมะขามเก่าแก่ มีตำนานเล่าขานว่า ณ วัดราชบัลลังก์แห่งนี้ สมัยเป็นที่ตั้งทัพของพระเจ้าตากสินมหาราชก่อนจะไปตีเมืองจันทบุรี พระเจ้าตากฯ ได้ส่งกองกำลังทหารจีนจำนวน 500 นายมาตั้งทัพอยู่ที่บริเวณแม่น้ำประแสร์ ขุนรามหมื่นซ่อง นำพรรคพวกไล่กระโจมฟันแทงฆ่าทหารจีนของพระเจ้าตากฯ ตายไปจำนวนมาก ทำให้พระองค์ท่านเสียพระทัยเป็นยิ่งนัก จึงนำกองกำลังทหารไล่ล่าพวกขุนรามหมื่นซ่องจนแตกพ่าย
ส่วนทหารจีนที่ถูกฆ่าตายอย่างเหี้ยมโหด พระเจ้าตากฯ ได้นำมาศพมาฝังไว้ที่เนินสระ แล้วปลูกต้นโพธิ์และต้นมะขามไว้บริเวณนั้น ปัจจุบันต้นโพธิ์และต้นมะขามยังคงปรากฏอยู่ในวัดราชบัลลังก์

‘กล้วยน้ำว้าสองน้ำ’ กล้วยน้ำว้า เป็นผลไม้ที่ปลูกกันได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เป็นผลไม้ที่นิยมและมีคุณค่าทางด้านอาหารมากมาย
แต่กล้วยน้ำว้าบ้านทะเลน้อย จะมีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นๆ คือ เป็นกล้วยน้ำว้าที่ปลูกสองน้ำ เพราะบริเวณหมู่บ้านทะเลน้อยอยู่ติดกับแม่น้ำประแสร์ที่ไหลลงสู่ทะเล ในช่วงหน้าฝน น้ำบริเวณหมู่บ้านจะเป็นน้ำจืด เวลาหน้าแล้ง น้ำทะเลจะหนุนขึ้นมาจนเป็นน้ำกร่อย ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้กล้วยน้ำว้าในหมู่บ้านทะเลน้อยมีรสชาติหวานอร่อย หลายคนมากินแล้วบอกว่าอร่อยที่สุดตั้งแต่กินกล้วยน้ำว้ามา ทั้งยังไม่มีเมล็ดในเนื้อกล้วยอีกด้วย
กล้วยน้ำว้าบ้านทะเลน้อยจึงเป็นของดีที่ผู้มาเยือนต้องกิน ทุกวันนี้ต้องสั่งจองล่วงหน้าเพราะมีแม่ค้าเจ้าประจำสั่งจองตลอดเวลา แม่ค้าเล่าว่าลูกค้าที่ซื้อไปกินบอกว่า “กล้วยน้ำว้าที่บ้านทะเลน้อยอร่อยที่สุดในโลก”
ผักกระชับ ผักพื้นบ้านของบ้านทะเลน้อย “ผักเอ๋ยผักกระชับ เจ้าถูกเพาะอยู่ในดิน ถึงเวลากว่าได้กิน จวบจนสิ้นเกือบสามเดือน” ผักกระชับเป็นผักพื้นบ้านชนิดหนึ่งของบ้านทะเลน้อย เกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่เห็นว่าต้นผักกระชับ เป็นไม้ล้มลุก เมื่อต้นแก่จะออกผล มีขนแข็งๆ อยู่โดยรอบ ผลของผักกระชับจะมีเมล็ดอยู่ข้างใน เมื่อร่วงลงสู่พื้นดินที่เป็นเลนปนทรายจะงอกเป็นต้น และต้องใช้เวลาสามเดือนจึงจะนำมากินได้ มีรสชาติหวาน กรอบ แต่ถ้าเมล็ดยังอยู่ในน้ำตลอดเวลาจะไม่งอกเป็นต้นกระชับ ชาวบ้านจึงนำเมล็ดกระชับมาเพาะ จนกลายอาชีพเสริมและสร้างรายได้หลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวในนาแล้ว
ผักกระชับ มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ต้นขี้ครอก ผักขี้อ้น เกี๋ยงนา ฯลฯ ราคาขายส่งกิโลกรัมละ 120-200 บาทตามฤดู ต้นอ่อนนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น เป็นผักสดจิ้มน้ำพริก แกล้มกับผัดไทย แกงส้ม ผัดน้ำมันหอย ผัดผัก ยำผักกระชับ ฯลฯ มีสรรพคุณทางยามากมาย เช่น เปลือกต้นใช้ต้มน้ำดื่มแก้ไขข้ออักเสบ โรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ ขับเหงื่อ ปวดประจำเดือน ใบใช้แก้โรคต่อมน้ำเหลือง งูสวัด เริม เนื้อลำต้นใช้ตำพอกแผลแมลงกัดต่อย ปวดศีรษะ ปวดหู รากเป็นยาขมช่วยเจริญอาหาร ฯลฯ

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถไปเที่ยวได้ทั้งแบบไป-กลับ หรือจะพักค้างคืนแบบโฮมสเตย์ ราคาที่พักคนละ 200 บาท อาหารเช้าคนละ 50 บาท อาหารเย็น 150 บาท ล่องเรือชมป่าโกงกางคนละ 100 บาท ติดต่อได้ที่ 08 1864 9086
จากการจัดการท่องเที่ยวชุมชนของชาวบ้านทะเลน้อยดังกล่าว ในปี 2561 ชุมชนบ้านทะเลน้อยจึงได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ‘Thailand Tourism Award’ หรือ ‘รางวัลกินรี’ ครั้งที่ 11 จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเว็บไซต์ของ https://tourismawards.tourismthailand.org แนะนำแหล่งท่องเที่ยวบ้านทะเลน้อยว่า…
“เป็น 1 ในหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริมาเป็นเเนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการนำมรดกวัฒนธรรมของท้องถิ่นมาสร้างรายได้ นำเสนอให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้ สัมผัสวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นบ้านทะเลน้อยผ่านกิจกรรมวิถีชุมชนต่างๆ ได้แก่ ไหว้พระอุโบสถ 300 ปี พระพุทธรูปองค์หวาย ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ฐานการเรียนรู้เชิงเกษตร ผักพื้นบ้านอย่าง “ผักกระชับ” ที่หาทานยาก OTOP ของบ้านทะเลน้อย และการล่องเรือลำน้ำประแสร์”






