จากผังชีวิตชุมชนสู่การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน คนดงขี้เหล็ก ปราจีนบุรี
พื้นเพเดิมชาวดงขี้เหล็กเป็นคนลาวเวียงจันทร์ อพยพมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่เป็นป่าดงดิบมาปักหลักที่วัดดงขี้เหล็ก แล้วแยกพื้นที่อาศัยตามหนองต่างๆ บริเวณแห่งนี้น้ำดีมาก มีน้ำซับดี มีอาชีพหลักคือ ทำนา และเดินหาบของไปขาย บ้านดงขี้เหล็กเดิมทีเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ก่อตั้งขึ้นประมาณ พ.ศ. 2440 ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหมู่บ้านหนองทะเล และบ้านดงขวาง หมู่บ้านตั้งอยู่บนดอนมีความอุดมสมบูรณ์ หมู่บ้านหนึ่งคนที่มาตั้งบ้านดงขี้เหล็กคนแรกมาจากเวียงจันทร์ เห็นความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ก็จับจองพื้นที่ทำนา ทำสวน พื้นที่แห่งนี้มีต้นขี้เหล็กขึ้นอยู่มากชาวบ้านสมัยนั้น ก็เรียกชื่อบ้านตามชื่อต้นไม้คือ “บ้านดงขี้เหล็ก”
บนเส้นทางสู่การจัดการตนเอง
ย้อนหลังไปในอดีต คนดงขี้เหล็กต่างดำรงชีวิตและทำมาหากินด้วยการพึ่งพาตนเอง พึ่งพาอาศัยซึ่ง กันและกัน รวมถึงพึ่งพาทรัพยากรจากธรรมซาติในพื้นที่อย่างสมดุล ต่อมา เมื่อการพัฒนาต่างๆ เริ่มเข้ามาใน พื้นที่ และขยายตัว ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งที่เป็นโอกาสและผลกระทบ ที่เห็นได้อย่าง ชัดเจนคือปัญหาเรื่องหนี้สินอันเนื่องมาจากการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ/พืชเชิงเดี่ยว ปัญหาดังกล่าวได้ นำมาสู่การรวมตัวของคนดงขี้เหล็กในปี 2524 เพื่อร่วมกันหาทางออกในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการส่งเสริมการออม จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ นับเป็นการจุดประกายทางความคิดให้คนดงขี้เหล็ก ต้องร่วมไม้ ร่วมมือกัน ระดมทุนจากภายใน เพื่อต่อสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่จนประสบผลสำเร็จ เป็นที่ยอมรับ อย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังเป็นฐานสำคัญที่น่าไปสู่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาดงขี้เหล็กอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
“ทุกคนที่เข้ามาอยู่ร่วมกันในชายคาบ้านภายในตำบลดงขี้เหล็ก และรับเอาระเบียบปฏิบัติที่ชุมชน ร่วมกันตั้งขึ้น ย่อมได้รับสวัสดิการ และมีหลักประกันในชีวิตตั้งแต่วันที่เขาเกิด จนถึงวันตาย เท่ากับว่าเราได้มี โอกาส ทดแทนแผ่นดินเกิด ในฐานะที่เราเป็นผู้นำ จึงเป็นความภูมิใจ ที่ได้สร้างสิ่งที่ดี ให้กับลูกลูกหลานหลาน และคนร่นหลังจะได้สืบทอด และสร้างสรรค์ พัฒนา ให้เจริญงอกงามต่อไป”
นายบรรจง พรมวิเศษ
ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลดงขี้เหล็ก
ผังชีวิตชุมชนคนดงขี้เหล็ก
ชุมชนได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) พัฒนาชุมชน (พช.) เกษตรอำเภอ และ สาธารณสุข สำรวจข้อทุกมิติ เพื่อบริหารจัดการวางแผนชุมชนร่วมกันทุกภาคส่วน จัดทำแผนพัฒนาตำบล โดยชุมชนเป็นเจ้าภาพหลักในการออกแบบ หน่วยงานภาคีหนุนเสริมพัฒนา พร้อมทั้งจัดทำข้อมูลทุกมิติที่จำเป็นเร่งด่วนของตำบล อาทิเช่น ข้อมูลน้ำ ข้อมูลพื้นที่ จุด GPS การเข้าถึงสวัสดิการชุมชนของคนในตำบล ซึ่งขบวนองค์กรชุมชนได้ร่วมกันทำแผนที่ทำมือ ข้อมูล ศักยภาพตำบล ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน
จากผังชีวิตชุมชนสู่การจัดการน้ำโดยชุมชนอย่างยั่งยืน
จากปัญหาการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงการประกอบอาชีพจากเดิมเมื่อปี 2524 คือการทำนาเป็นหลัก และมีคันทดน้ำไว้ใช้ ต่อมาปี 2535 มีการเปลี่ยนแปลงอาชีพหลักมาปลูกไผ่ตง และปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ทำให้พื้นที่มีความลาดชันและพื้นที่ไม่มีที่กักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง ต้องประสบกับปัญหาการแคลนน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤษภาคมของทุกปี นอกจากนี้ ปริมาณการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นทุกปีเฉลี่ย 10 % ต่อพื้นที่ ในขณะที่แหล่งน้ำมีเท่าเดิม น้ำจึงไม่ เพียงพอต่อการเกษตร พอถึงช่วงฤดูฝนก็ยังไม่สามารถเก็บกักไว้ใช้ได้ เพราะมีแหล่งเก็บกักน้ำไม่เพียง อีกทั้ง ยังต้องเผชิญกับปัญหาน้ำกร่อย น้ำเค็ม
จากสภาพปัญหาดังกล่าว คณะทำงานเพื่อการจัดการน้ำโดยขุมซน จึงใช้สภาองค์กรชุมชน เป็นเวที แลกเปลี่ยนเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยมีกระบวนการทำงานคือ การร่วมกันวิเคราะห์สภาพ
ปัญหาเรื่องน้ำ ค้นหาจุดที่เป็นปัญหาเรื่องน้ำ ออกแบบกระบวนการและน่าเสนอแนวทางการแก้ไข นำไปสู่ ข้อสรุปร่วมปัญหาของปัญหาและการออกแบบการสำรวจเส้นทางน้ำ และนำไปดำเนินการแกไขปัญหาในที่สุด
ผลจากการจัดการน้ำโดยขุมซน เกิดแหล่งน้ำที่สร้างขึ้นในตำบลดงขี้เหล็ก ได้แก่ บ่อน้ำตื้น 1,112 แห่ง บ่อโยธา 85 แห่ง ฝาย 18 แห่ง สระน้ำ 13 แห่ง และอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง ทำให้มีปริมาณนํ้าไว้ใช้มากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับน้ำในช่วงหน้าน้ำหลาก สามารถเก็บสำรองไวใช้ มีชุมชนได้รับประโยชน์ 17 หมู่บ้าน 10,750 คน พื้นที่การเกษตร 14,875 ไร่ เกิดเครือข่ายการจัดการแปลงเกษตรแนวทฤษฎีใหม่ ตาม แนวพระราชดำริ โดยการปรับเปลี่ยนวิถีการเพาะปลูก สร้างแนวคิดกินอยู่อย่างพอเพียงให้กับชาวบ้าน จาก เดิมปลูกไม้ประดับ พืชเขิงเดี่ยวเพื่อค้าขาย หันมาปลูกพืชกินได้เสริมในแปลงเกษตร ผลผลิตที่ได้นำมาบริโภค ในครัวเรือน จากเกษตรกรแปลงตัวอย่างจำนวน 5 ราย สามารถลดรายจ่ายในครัวเรือนได้เฉลี่ยปีละ 16,800 บาท เนื่องจากมีการวางระบบกระจายน้ำแบบมินิสปริงเกอร์ ใช้น้ำน้อยแต่ให้น้ำพืชได้ทั่วถึง ปลูกไม้มรดก พืช กินได้ ผักสวนครัว
ปัจจุบันตำบลขี้เหล็ก ได้จัดตั้ง “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ” ในตำบลดงขี้เหล็ก โดยความร่วมมือกับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมทำข้อมูล ร่วมวางแผนพัฒนาตำบลและจังหวัดด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนตำบลยังได้ร่วมสนับสนุนการทำข้อมูลยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี การถ่ายองค์ความรู้และลงพื้นที่ช่วยทำข้อมูล และทำกิจกรรมร่วมกับตำบลอื่นๆ ได้ร่วมงานกับภาคีหลายภาคส่วน เช่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี, เครือข่าย ทสม. ตำบลดงขี้เหล็ก สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี ศูนย์จัดการกลุ่มป่าสงวนแห่งชาติที่ 235 ป่าน้ำตกเขาอีโต้, บริษัท ปตท.จำกัด มหาชน, สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์, องค์การบริหารส่วนตำบลดงขี้เหล็ก เป็นแหล่งศึกษาดูงานของคนทั่วไปในการจัดการน้ำโดยชุมชน






