กว่า 100 ปีมาแล้ว ตำบลอ่าวใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดตราด ในสมัยนั้นแต่เดิมเรียกว่า “ตำบลอ่าวญวน” ผู้สูงอายุเล่าว่า ตำบลนี้ตั้งอยู่ริมทะเลซึ่งมีส่วนเว้าเข้ามาในแผ่นดินมากในบริเวณบ้านแหลมเทียน ชาวบ้านจึงได้เรียกว่า “บ้านอ่าวใหญ่” และต่อมาจึงตั้งเป็นตำบลอ่าวใหญ่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบ สลับกับเชิงเขา มี 6 หมู่บ้าน มีประชากรกว่า 4,487 คน หรือประมาณ 895 ครัวเรือน ประชากรส่วนใหญ่ในตำบลอ่าวใหญ่มีอาชีพหลัก คือ การทำสวน การทำไร่ ทำนา และรับจ้างทั่วไป
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตำบลอ่าวใหญ่ ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2536 มีสมาชิก 119 คน กรรมการ 12 คน ได้รับการสนับสนุนจากกรมการพัฒนาชุมชน เริ่มการดำเนินธุรกิจครั้งแรก จากการระดมทุนถือหุ้น เป็นการออมรูปแบบสัจจะ ซึ่งเงินร่วมหุ้นในวันก่อตั้ง 63,000 บาท ทุนที่ได้นั้นนำมาดำเนินธุรกิจร้านค้า “ศูนย์สาธิตการตลาด” ซึ่งธุรกิจที่ว่านี้ดำเนินมาได้เพียง 1 ปี แต่ผลที่ได้รับ คือ ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ยังคงดำเนินงานต่อ จนกระทั่งไม่สามารถปิดบัญชีได้ในปีที่ 3 เกิดภาวะขาดทุนอย่างหนัก และอาจจะต้องปิดตัวลงได้ ส่งผลให้สมาชิกและคณะกรรมการบางคนต่างลาออก และถอนหุ้นคืน สมาชิกบางคนทุจริตการซื้อสินค้า ทำให้กลุ่มได้รับความเสียหายยิ่งกว่าเดิม
ต่อมาในปี 2540 คณะกรรมการที่เหลือได้ประชุมปรึกษากันว่า จะดำเนินการธุรกิจต่อ หรือจะยกเลิกกิจการทั้งหมด ตามมติที่ประชุมครั้งนั้น คณะกรรมการที่เหลือ 6 คน มีความเห็นตรงกันให้ดำเนินการต่อ แต่เปลี่ยนรูปแบบจากการค้า เข้ามาสู่สินเชื่อให้เงินกู้เพื่อการลงทุนประกอบอาชีพ และได้เริ่มปล่อยเงินให้กู้ ในปี 2540 และได้รู้ว่าผลของการเริ่มธุรกิจในรูปแบบใหม่นั้น ทำให้กลุ่มมีสภาพการเงินที่ดีขึ้น มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเนื่องจาก มีความมั่นใจในตัวของคณะกรรมการ และกลุ่มเองไม่ได้มีระเบียบกฎเกณฑ์ที่ทำให้เข้าถึงยากมากนัก นอกจากนั้นทุกคนมีใจที่จะทำงานร่วมกัน
ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิก 811 คน มีเงินสมาชิกถือหุ้นรวม 7,834,905 บาท เงินในส่วนอื่นๆ อีก 314,789 บาท ณ เวลานี้มีเงินทุนหมุนเวียนกว่า 11,236,230 บาท มีคณะกรรมการ 15 คน ซึ่งทางกลุ่มไม่ได้เปิดธุรกิจเงินกู้ของชุมชนเพียงเพื่อให้กู้เพื่อประกอบอาชีพเท่านั้น แต่ยังช่วยเหลือผู้เดือดร้อนเกี่ยวกับการผลิต เช่น เกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า ชาวสวนชาวไร่ เป็นต้น รวมทั้งสมาชิกที่มีปัญหาเรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัย หนี้สินนอกระบบ พาหนะ เป็นต้น
เป้าหมายสำคัญเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชน
เครือข่ายองค์กรการเงินชุมชน ภายใต้การขับเคลื่อนของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตของตำบล เป็น “องค์กรการเงิน” ที่สามารถให้ความช่วยเหลือกับทุกๆ คนในชุมชนได้ และยังสามารถเป็นทุนให้กับทุกคนในชุมชน ได้นำไปใช้ประโยชน์ เพื่อการประกอบอาชีพที่ยั่งยืน มีที่พักอาศัยเป็นของตนเอง และมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีองค์กรที่ช่วยเหลือทางด้านการเงินให้แก่ตำบลกว่า 17 แห่ง มีสถานะการเงินมากกว่า 114 ล้านบาทแล้วก็ตาม ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมความต้องการแก่ทุกคนในชุมชนได้ เพราะเหตุนี้ กลุ่มจึงต้องการที่จะตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ หากมองย้อนกลับไปสู่อดีตที่เคยพลาดพลั้งแล้วนั้น ก็สามารถตอบได้อย่างภาคภูมิใจได้ว่า “กลุ่มอยู่ได้ เพราะความเข้มแข็งและอดทนของแกนนำที่พร้อมใจกันทำเพื่อคนในชุมชนของตน”
เครือข่ายองค์กรการเงินตำบลอ่าวใหญ่
- กลุ่มออมทรัพย์ตำบลอ่าวใหญ่ ม.1 สมาชิก 811 คน เงินทุนหมุนเวียน 11,236,230 บาท
- กองทุนหมู่บ้านอ่าวใหญ่ ม.1 สมาชิก 248 คน เงินทุนหมุนเวียน 2,680,380 บาท
- สถาบันการเงินชุมชนบ้านอ่าวใหญ่ ม. 1 สมาชิก 337 คน เงินทุนหมุนเวียน 3,450,000 บาท
- กลุ่มประมงพื้นบ้านแหลมเทียน ม. 1 สมาชิก 162 คน เงินทุนหมุนเวียน 2,447526 บาท
- กลุ่มเกษตรกรทำสวนตำบลอ่าวใหญ่ สมาชิก 12 คน เงินทุนหมุนเวียน 292,000 บาท
- กลุ่ม อสม. ตำบล สมาชิก 178 คน เงินทุนหมุนเวียน 710,000 บาท
7.กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ ม.2 สมาชิก 713 คน เงินทุนหมุนเวียน 15,876,042 บาท
- กองทุนหมู่บ้านอ่าวช่อ ม. 2 สมาชิก 248 คน เงินทุนหมุนเวียน 2,567,934 บาท
- กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ ม.3 สมาชิก 383 คน เงินทุนหมุนเวียน 7,975,206 บาท
- กองทุนหมู่บ้านแหลมหญ้า ม.3 สมาชิก 123 คน เงินทุนหมุนเวียน 2,322,830 บาท
- กองทุนหมู่บ้านแหลมพร้าว ม.4 สมาชิก 186 คน เงินทุนหมุนเวียน 2,644,159 บาท
- กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ ม.4 สมาชิก 332 คน เงินทุนหมุนเวียน 10,232,669 บาท
- กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ ม.5 สมาชิก 655 คน เงินทุนหมุนเวียน 31,462.869 บาท
- กองทุนหมู่บ้านอ่าวขาม ม.5 สมาชิก 244 คน เงินทุนหมุนเวียน 2,960,600 บาท
- กองทุนหมู่บ้านแหลมศอก ม.6 สมาชิก 282 คน เงินทุนหมุนเวียน 11,200,000 บาท
- สถาบันการเงินชุมชนบ้านอ่าวช่อ ม.2 เงินทุนหมุนเวียน 993,500 บาท
- กองทุนเครือข่ายสวัสดิการชุมชนตำบล สมาชิก 2,060 คน เงินทุนหมุนเวียน 10,988,566 บาท
รวมมีเงินทุนหมุนเวียนทั้งสิ้น 114,629,615 บาท
การบริหารจัดการเครือข่ายองค์กรการเงินตำบลอ่าวใหญ่
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตำบลอ่าวใหญ่ มีการคัดเลือกคณะกรรมการทำงาน 15 คน โดยใช้เงื่อนไขของความดี การตั้งกฎเกณฑ์ในการให้ช่วยเหลือ รวมถึงนโยบายในการดำเนินการช่วยเหลือ สมาชิก และบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิก นโยบายที่สามารถยืดหยุ่นได้ในกรณีต่างๆ กฎเกณฑ์ กติกาที่นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเคร่งครัดของสมาชิก มีดังต่อไปนี้
- การเลือกคณะกรรมการ คณะกรรมการแต่ละชุดจะผ่านการเลือกจากสมาชิก 827 คน จนเหลือ 15 คน หลังจากได้คณะทำงานที่ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว จะต้องนำรายชื่อของบุคคลที่ถูกเลือกเข้าสู่การพิจารณาแต่งตั้งในที่ประชุมใหญ่ คณะกรรมการจะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน เพื่อเข้ามาร่วมบริหารในระยะเวลาทุกๆ 2 ปี ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงปีละ 7-8 คน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการทำงานจะขึ้นอยู่กับความสามารถและความซื่อสัตย์ของผู้ถูกเลือกด้วย
- มีการบูรณาการกองทุน โดยเชื่อมโยงกับกลุ่มองค์กรการเงินในชุมชนทั้ง 17 องค์กร รวมทั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตด้วยเช่นกัน จัดการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์พร้อมทั้งเสนอ แนวคิดใหม่ๆ ให้แก่กัน เพื่อประโยชน์ และความมั่นคงของแต่ละกลุ่มในชุมชนของตน เพื่อให้ระบบการทำงานมีความมั่นคง และมีระบบจัดการที่มีมาตรฐานเป็นไปในทางเดียวกัน
- มีหลักเกณฑ์การกู้ยืมเงิน การกู้ยืมเงินต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ และประธานกรรมการของกลุ่ม จะสามารถอนุมัติเงินกู้ได้ทันทีในวงเงินไม่ถึง 100,000 บาท แต่จะต้องมีคณะกรรมการท่านอื่นๆอยู่ด้วย ในวันที่มีการทำสัญญากู้ยืมกว่า 2 ท่านขึ้นไป และในกรณีที่วงเงินกู้มากกว่า 100,000 บาท ขึ้นไปนั้น จะต้องผ่านการประชุมจากคณะกรรมการ และผู้เป็นประธานของกลุ่ม โดยจำนวนกรรมการมากกว่า กึ่งหนึ่งของ15 ท่านก่อนที่จะสามารถเซ็นอนุมัติเงินกู้ได้
หลักการกู้ยืม ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก และ 2 ประเภทย่อยๆ ดังนี้
1) ประเภทหลัก
1.1) ประเภทหลักแบบที่1 คือ ผู้ที่กู้ยืมเป็นสมาชิกของกลุ่ม ซึ่งได้รับการตรวจสอบ และผ่านการสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้วนั้น สามารถทำการกู้ยืมเงินได้ โดยที่ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ใดๆ มาค้ำประกัน แต่ต้องมีผู้ค้ำประกัน 2 คน โดยที่วงเงินนั้นจะต้องไม่เกิน 50,000 บาท แต่หากวงเงินกู้ยืมนั้นสูงกว่า 50,000 บาท จะต้องมีหลักทรัพย์ อาทิเช่น เงินฝากในบัญชีธนาคาร โฉนดที่ดิน หรืออื่นๆ เป็นต้น มาค้ำประกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะต้องผ่านการตรวจสอบจากคณะกรรมการท่านอื่นๆ เช่นกันว่า มีความเดือนร้อน และเงินสามารถนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์ได้จริงๆ
1.2) ประเภทหลักแบบที่ 2 คือ ผู้ที่กู้ยืมนั้นมิได้เป็นสมาชิก แต่เป็นชาวบ้านในตำบลอ่าวใหญ่เท่านั้น ไม่ว่าจำนวนวงเงินที่ขอกู้ยืมนั้นจะมากน้อยเพียงใดก็ตามแต่ จะต้องมีหลักค้ำประกันตามที่กล่าวในประเภทหลักที่ 1 เท่านั้น จึงจะสามารถยื่นเรื่องขอกู้ยืมได้
2) ประเภทย่อย
2.1) ประเภทย่อยแบบที่ 1 คือ ผู้ที่กู้ยืมนั้นมิได้เป็นสมาชิก และไม่มีหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกัน แต่มีความเดือดร้อนอย่างมากที่ต้องการกู้เงินเพื่อไปบรรเทาทุกข์ ซึ่งสามารถทำการกู้ยืมได้ แต่จะต้องเป็นบุคคลในพื้นที่ ที่ไม่เคยมีประวัติเสียหายเกี่ยวกับการเงินในสถาบันใดสถาบันหนึ่งมาก่อน และจะต้องผ่านการพิจารณาอย่างเคร่งครัดจากคณะกรรมการเกินกว่ากึ่งหนึ่งจาก 15 ท่าน ว่าเงินที่กู้ยืมนั้น มีวงเงินที่ไม่สูงจนเกินไป และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง มิใช่นำไปใช้ในทางที่ไม่สมควร
2.2) ประเภทย่อยที่ 2 ผู้ที่กู้ยืมนั้นมิได้เป็นสมาชิก และไม่มีหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกัน โดยที่ต้องการได้สิทธิประโยชน์เหมือนกับผู้ที่เป็นสมาชิกนั้น ก็ต้องทำตามกฎระเบียบที่ทางกลุ่มตั้งขึ้น นั่นก็คือ“ต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่ม” ซึ่งมีการเปิดรับสมัครสมาชิกเป็นประจำทุกปี ในระหว่างเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ และจะเปิดรับในวาระการประชุมคณะกรรมการและสมาชิกใหญ่สามัญประจำปีเท่านั้น โดยทางกลุ่มจะมีการประกาศให้กับชาวบ้านได้ทราบทั่วกันก่อนจะมีการประชุมทุกครั้ง วิธีการสมัครดังนี้
– แจ้งความจำนงในการเป็นสมาชิกต่อในที่ประชุม พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนรับรองสำเนาถูกต้อง
– เขียนใบสมัครด้วยลายมือตนเอง ด้วยความสัตย์จริงทุกประการ ซึ่งคณะกรรมการจะมีการตรวจสอบประวัติส่วนตัว และประวัติทางการเงินของผู้ที่แจ้งความจำนงขอเป็นสมาชิกอย่างละเอียด ถ้าในกรณีที่มีประวัติเสียหายมานั้น จะถือว่าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นสมาชิกของกลุ่ม ในกรณีที่ไม่เคยมีประวัติเสียหายมาก่อนนั้น ก็ถือว่ามีคุณสมบัติที่สามารถเป็นสมาชิกของทางกลุ่มได้ มีค่าสมัคร 20 บาทต่อคน
– สมาชิกจะต้องมีการลงหุ้นของกลุ่ม เป็นเงิน 1,000 บาท
– หลังจากเป็นสมาชิกแล้วนั้น ผู้เป็นสมาชิกจะต้องสร้างนิสัยการออม โดยต้องนำเงินส่วนตัวของตนเข้าร่วมออมกับทางกลุ่มทุกๆ เดือน เดือนละไม่ต่ำกว่า 100 บาท และไม่เกินกว่า 500 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นสมาชิกกลุ่ม จะได้รับสิทธิประโยชน์พร้อมทั้งสวัสดิการจากทางกลุ่ม ดังนี้
– หากสมาชิกเจ็บป่วย ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทางกลุ่มจะมอบเงินเพื่อชดเชยรายได้ให้เป็นเงิน 150 บาทต่อคืน และจะจ่ายไม่เกิน 15 คืนต่อปี (ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการเข้ารักษา)
– หากสมาชิกเสียชีวิต (ไม่ว่าจะเสียชีวิตกรณีใดก็ตาม) ทางกลุ่มจะมีการช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพ และคืนเงินในส่วนที่สมาชิกออมเอาไว้ทั้งสิ้น (หากสมาชิกมีการกู้ยืมกับทางกลุ่มเอาไว้ เงินในส่วนนี้จะทำการหักลบหนี้สินเสียก่อน) พร้อมเงินอีก 10,000 บาท หรือแม้แต่ญาติของสมาชิกเสียชีวิตเองก็ตาม ทางกลุ่มก็จะช่วยเหลือค่าฌาปนกิจศพเช่นเดียวกัน
– เมื่อสมาชิกลาออก ทางกลุ่มจะทำการคืนเงินในส่วนของที่สมาชิกได้มีการออมเอาไว้ทั้งสิ้น (หากสมาชิกมีการกู้ยืมกับทางกลุ่มเอาไว้ เงินในส่วนนี้จะทำการหักลบหนี้สินเสียก่อน) และจ่ายเงินให้สมาชิกเพิ่มอีก 10,000 บาท เป็นเงินขวัญถุงให้เพื่อประโยชน์ส่วนตน
– ทางกลุ่มมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยกับทางสมาชิก และผู้ที่เข้ามาขอกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ 7-15 เปอร์เซ็นต่อปี ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยอาจมีการปรับลดหรือเพิ่ม ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการชำระหนี้ของแต่ละบุคคล และความรับผิดชอบของแต่ละคนเช่นกัน ว่าทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับกลุ่มที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเคร่งครัดหรือไม่
– รูปแบบในการชำระหนี้คืนกับทางกลุ่มก็มีรูปแบบหลักๆ 3 รูปแบบด้วยกัน คือ ชำระรายวัน ชำระรายเดือน และชำระรายปี ซึ่งแต่ละรูปแบบทางกลุ่มจะมีการพิจารณาจากความเหมาะสมของรายได้ของผู้กู้ยืมว่าประกอบสัมมาอาชีพอะไร และมีกำลังชำระหนี้คืนในรูปแบบใด
ตัวอย่างความสำเร็จของการดำเนินงานที่ผ่าน
การบริหารจัดการภายใต้แนวความคิดของการมีส่วนร่วม มีมติร่วมกัน เพื่อเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างเป็นฐานเศรษฐกิจ สร้างภูมิคุ้มกัน สร้างความมั่นคง มีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาชุมชน รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน
- ซื้อที่ดินจากกองบังคับคดี ดินหลุดมือเป็นของสมาชิกชุมชน
นายไพโรจน์ ไกรญาติ ประธานกลุ่ม ประมูลที่ดินจากกองบังคับคดี จำนวน 2 แปลง เพื่อให้สมาชิกที่ต้องการมีที่ดินเป็นของตนเองก็ซื้อจากกลุ่มโดยการผ่อนส่งระยะยาว กลุ่มจะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี หรือการเช่า
ซื้อที่ดินบ้านจากนายใส สุวรรณวงษ์ ที่จะถูกนายทุนยึด เพื่อมาเป็นของชุมชน
- การช่วยเหลือสมาชิกซ่อมแซมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในที่ดินตนเองโดยการให้กู้ยืมเงินจากองค์กรการเงิน ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี
น.ส.พุดซ้อน ศิลาอาศน์ น.ส.พิมพ์พา ทองโชติ
3.การช่วยเหลือทุนประกอบอาชีพให้กับสมาชิก
มรดกอันล้ำค่าให้แก่รุ่นลูกรุ่นหลาน
การทำงานในระบบของชุมชนนั้น ถึงแม้จะทำให้เกิดปัญหามากมายก็ตาม แต่อย่างน้อยที่สุดก็ได้รับบทเรียน และบทเรียนต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น จะทำให้คณะทำงานเกิดความแข็งแกร่ง และสามารถทำงานต่อได้อย่างเข้มแข็งทั้งด้านจิตใจ และความคิด ซึ่งการจัดตั้งเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชนขึ้นมานั้น นอกจากการที่เห็นชาวบ้านในตำบลอ่าวใหญ่มีอาชีพที่ดี ไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน และยังสามารถปลูกจิตสำนึกรักการออมได้แล้วนั้น เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของการจัดตั้งกลุ่มขึ้นมา เพื่ออยากให้กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จะเป็นมรดกอันล้ำค่าให้แก่ รุ่นลูกรุ่นหลานของสมาชิกทุกคน รวมทั้งชาวบ้านตำบลอ่าวใหญ่ทุกคนด้วย






