เทศบาลตำบลปากน้ำเป็นตำบลหนึ่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบางคล้า ก่อนที่เทศบาลตำบลปากน้ำจะเข้าร่วมโครงการบ้านพอเพียงชนบทกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนนั้นทางเทศบาลตำบลปากน้ำจะเข้ามาดูแลรับผิดชอบเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในพื้นที่ แต่หากบ้านหลังใดชำรุดทรุดโทรมมากๆ ทางเทศบาลก็ได้ของบประมาณจากหน่วยงานภายนอกมาสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น ประปา โครงการบ้านเทิดไท้ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา หรืองบประมาณส่วนบุคคล ซึ่งในหนึ่งปีจะสามารถช่วยเหลือผู้เดือดร้อนได้เพียง 3-4 หลังคาเรือน ต่อมาเมื่อมีโครงการบ้านพอเพียงชนบทเข้ามา ทางสภาองค์กรชุมชนจึงเกิดความสนใจ เนื่องจากเล็งเห็นปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของภายในเทศบาลตำบลปากน้ำอยู่แล้วว่า มีปัญหาในด้านนี้อยู่มาก
หลังจากที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการบ้านพอเพียงชนบท ทางคณะทำงานได้ลงพื้นที่สำรวจสภาพที่อยู่อาศัยของผู้เดือดร้อน ซึ่งพบว่าผู้เดือดร้อนมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการซ่อมแซมทั้งในกรณีทั่วไปและกรณีเร่งเด่น โดยปัญหาที่พบส่วนมากคือ หลังคาผุพังมีน้ำรั่วซึมเมื่อฝนตก ตัวบ้านทรุดตัว ประตู หน้าต่างไม่สามารถใช้งานได้ปกติ เป็นต้น ซึ่งเมื่อพิจารณาเห็นแล้วว่าหากชาวบ้านต้องซ่อมแซมกันเอง จะต้องใช้เวลาสะสมเงินอยู่นาน หรืออาจนำไปสู่การกู้ยืมเงินได้ จึงได้มีการคัดกรองผู้เดือดร้อนและลำดับผู้เดือดร้อนตามความจำเป็นจากมากสุดและลดหลั่นลงไป โดยมีผู้เดือดร้อนประมาณ 30% ของประชากรในพื้นที่ทั้งหมด
ในปี 2560 เป็นปีแรกที่เทศบาลตำบลปากน้ำได้เข้าร่วมโครงการบ้านพอเพียงชนบทกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โดยทางคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลปากน้ำได้เข้าร่วมรับฟังข้อมูลโครงการจากทางสถาบัน ซึ่งเมื่อเข้ารับฟังข้อมูลแล้วในครั้งแรกยังไม่มีความเข้าใจโครงการมากนัก จึงได้ศึกษาเรียนรู้โครงการเพิ่มเติมเป็นครั้งที่สองที่เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จนกระทั่งเข้าใจโครงการมากขึ้น และได้เชิญพี่น้องในเขตเทศบาลมารับฟังข้อมูลโครงการ ผลปรากฏว่าพี่น้องส่วนใหญ่ให้ความสนใจเพราะจะได้นำเงินไปซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้เดือดร้อนจริง โดยเดิมนั้นทางสภาองค์กรชุมชนตำบลปากน้ำก็ได้มีแผนที่จะแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยแก่ผู้เดือดร้อนอยู่แล้วด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีพี่น้องบางส่วนไม่เห็นด้วยที่จะทำโครงการ เนื่องจากงบประมาณของโครงการที่ให้รายหลังเพียงหลังละ 18,000 บาท ทางผู้ที่ไม่เห็นด้วย เห็นว่าเงินมีจำนวนน้อยเกินไป ไม่น่าจะเพียงพอต่อการซ่อมแซม รวมทั้งโจทย์สำคัญของสถาบันที่ต้องการให้เงินงบประมาณสามารถนำไปสู่การพัฒนาด้านอื่นๆต่อไปได้นั้น เป็นความท้าทายที่พี่น้องส่วนนี้เป็นกังวล แต่ตามเสียงส่วนใหญ่แล้ว จึงมีมติเห็นด้วย แล้วจึงจัดตั้งคณะทำงานที่รับผิดชอบโครงการโดยเฉพาะขึ้น “คณะทำงานโครงการบ้านพอเพียง”
คณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทของเทศบาลตำบลปากน้ำประกอบด้วย กรรมการสภาองค์กรชุมชน 6 คน ผู้แทนท้องถิ่น 6 คน คณะที่ปรึกษา 3 คน (กำนัน นายก ปลัด) และในแต่ละหมู่จะมีตัวแทนผู้เดือดร้อน เป็นคณะทำงานหมู่ละ 2 คน สำหรับการประชุมที่เกี่ยวข้องกับโครงการบ้านพอเพียงชนบท ทางคณะทำงานได้ใช้เวทีการประชุมของสภาองค์กรชุมชน เป็นเวทีในการประชุมเรื่องโครงการบ้านพอเพียงชนบทร่วมด้วย
|
ในส่วนของแผนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามแนวทางของโครงการบ้านพอเพียง ที่คณะทำงานได้ตั้งไว้ ประกอบด้วยเกณฑ์การพิจารณา 2 รูปแบบ ดังนี้
- เกณฑ์การพิจารณาผู้เดือดร้อน ประเภททั่วไป
1) เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและอยู่อาศัยจริงในพื้นที่เทศบาลตำบลปากน้ำ
2) เป็นผู้ที่มีความจำเป็นที่จะต้องกู้ยืม เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยในระดับครัวเรือนเท่านั้น ไม่ใช่การกู้ยืมเชิงพาณิชย์ เช่น การนำไปปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเช่า
3) เป็นผู้ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด การพนัน และสิ่งอบายมุขใดใด
4) ผู้เดือดร้อนที่เข้าร่วมโครงการบ้านพอเพียงชนบทจะต้องออมเงินเพื่อที่อยู่อาศัย เดือนละ 30 บาท
- เกณฑ์พิจารณาผู้เดือดร้อน ประเภทสงเคราะห์
1) เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและอยู่อาศัยจริงในพื้นที่เทศบาลตำบลปากน้ำ
2) เป็นผู้ที่อยู่ในระบบกองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลปากน้ำ
3) เป็นผู้ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด การพนัน และสิ่งอบายมุขใดใด
4) เป็นผู้ที่ผ่านการประชาคมหมู่บ้านและคณะกรรมการกองทุนฯ
ปี 2560 เป็นปีแรกที่ทางเทศบาลตำบลปากน้ำได้ดำเนินการโครงการบ้านพอเพียงชนบท โดยในปีแรกนี้ได้ขอรับงบประมาณไป 64 หลังคาเรือน งบประมาณ 1,134,000 บาท แต่เมื่อรับรู้แล้วว่าได้รับการอนุมัติแน่นอน ทางคณะทำงานจึงได้ขอยืมเงินงบประมาณจากกองทุนสวัสดิการของตำบลมาใช้ในการดำเนินการก่อน ส่งผลให้การดำเนินงานเสร็จอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยไม่ต้องรองบประมาณจากสถาบัน
วิธีการสำคัญในการดำเนินงาน ดังนี้ 1) คณะทำงานได้เผยแพร่ข้อมูลโครงการผ่านทางแกนนำของแต่ละหมู่บ้าน จนได้ผู้เดือดร้อนที่ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ 8 ที่มีจำนวนประชากรมากที่สุด 2) แบ่งคณะทำงานออกเป็น 3 ทีม ประกอบด้วย ทีมซ่อมสร้าง มีหน้าที่ในการประเมินการซ่อมสร้างแต่ละหลัง
ทีมจัดซื้อ/ตรวจรับ มีหน้าที่จัดซื้อของจากร้านค้าร่วมกัน โดยผู้เดือดร้อนจะต้องไปตรวจเช็คว่าวัสดุเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ด้วย ทีมบริหารกองทุน จัดระบบการคืนเงินแบบ 100% งบประมาณรายหลังจะลงไปตามที่ประเมินตามจริง 3) การบริหารงบประมาณ ได้ใช้จ่ายเงินเป็นกองทุนนกลาง เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมสร้างรายหลังตามจริง หากหลังใดงบประมาณเกิน 18,000 บาท จะต้องออกเอง โดยทั้งนี้การใช้จ่ายผู้เดือดร้อนจะไม่ได้ถือเป็นตัวเงิน จะต้องประเมิน/คำนวณวัสดุการซ่อมสร้าง แล้วทางคณะทำงานจะจัดซื้อให้ที่ร้านค้ากลาง 4) ผู้เดือดร้อนจะต้องติดต่อช่างส่วนตัว แต่หากหาช่างไม่ได้ต้องรอตามลำดับ หรือใช้วิธีการลงแรง ช่วยแรงกันเอง 5) ตั้งแต่การตรวจรับวัสดุอุปกรณ์จนถึงการตรวจรับบ้าน เจ้าของบ้านมีสิทธิ์ในการตรวจสอบ
“เวทีเปิดโครงการบ้านพอเพียงชนบท โดยนายธีระ พรชูตรง นายอำเภอบางคล้า ประธานเปิดโครงการ พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลปากน้ำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนตำบลปากน้ำ ร่วมกันเปิดโครงการบ้านพอเพียง และมอบวัสดุก่อสร้าง/ใบสั่งวัสดุก่อสร้าง”
จากข้อมูลที่ได้มีการลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อนพบผู้เดือดร้อนจำนวน 145 ครัวเรือน ซึ่งทางสภาองค์กรชุมชนฯได้มีการประชุมจัดลำดับเรื่องการซ่อมสร้างไว้แล้วนั้น ผลการดำเนินงานโครงการบ้านพอเพียงเทศบาลตำบลปากน้ำ ปี 2560 ได้รับการสนับสนุนจำนวน 64 หลังคาเรือน ปี 2562 จำนวน 10 หลังคาเรือน ซึ่งผลการดำเนินงานในปี 2560 ได้มีการซ่อมสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว 64 หลังคาเรือน มีสงเคราะห์จำนวน 2 หลังคาเรือน หลังจากซ่อมสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ของกองทุนฯจะเรียกผู้เดือดร้อนมาทำสัญญาในการคืนเงิน ตามสัญญาคือจะต้องผ่อนจ่ายรายเดือนละ 300 บาท และออมเงินเพิ่มเติมอีก 30 บาท โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รวบรวมเงินทุกวันที่ 7 ของเดือน และนำฝากต่อเจ้าหน้าที่กองทุนฯทุกวันที่ 10 ของเดือน ซึ่งสาเหตุที่ผ่อนคืนเพียงเดือนละ 300 บาท ก็เนื่องจากประเมินตามศักยภาพของผู้เดือดร้อนแล้ว โดยเงินที่ถูกจ่ายคืนมานั้นทางคณะทำงานเห็นควรแล้วว่าจะนำไปหมุนเวียนดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยผู้เดือดร้อนรายอื่นๆต่อไป ทั้งนี้การบริหารกองทุนฯยังไม่มีแผนในการขยายกองทุนฯให้เติบโต เป็นเพียงการหมุนเวียนเงิน ไม่มีดอกเบี้ยในการจ่ายคืนใดใด
รูปธรรมความสำเร็จ
3.1 ผลการเปลี่ยนแปลง
-
- ด้านกายภาพ : สภาพบ้านมีความมั่นคง แข็งแรง และมีความปลอดภัยในการอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น
- ด้านคุณภาพชีวิต : เมื่อมีสภาพบ้านที่ส่งผลต่อเนื่องให้ผู้ที่อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- ด้านความร่วมมือ : ชาวบ้านเกิดความร่วมไม้ร่วมมือในการช่วยเหลือกัน สานสัมพันธ์ของระบบเครือญาติให้ดียิ่งขึ้น
- ด้านการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาคี : เกิดการประสานหน่วยงานภาคีในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนโครงการบ้านพอเพียงชนบทมากขึ้น
- ด้านความพึงพอใจ : ผู้เดือดร้อนมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก เมื่อได้รับการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และ คณะทำงานสามารถดำเนินงานได้รวดเร็ว
- ด้านงบประมาณ : เกิดกองทุนในการพัฒนาตำบลเพิ่มเติมอีก 1 กองทุน โดยสามารถนำงบประมาณส่วนนี้ไปหมุนเวียนต่อไปได้
3.2 ปัจจัยที่ทำสำเร็จ
1) แกนนำชุมชนและคณะทำงานมีศักยภาพในการดำเนินงาน โดยมีการลงสำรวจพื้นที่และจัดทำ
ข้อมูลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจโครงการบ้าพอเพียงชนบทแก่ผู้เดือดร้อน
2) หน่วยงานท้องถิ่นให้การสนับสนุนในกาดำเนินงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท
3) ผู้เดือดร้อนให้ความมือในการเข้าร่วมโครงการบ้านพอเพียงชนบท
3.3 ปัญหาอุปสรรค
1) ทีมซ่อมสร้างไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซม ส่งผลให้การซ่อมสร้างล่าช้า ต้องรอตามลำดับ
2) คณะทำงานไม่ค่อยมีเวลาในการลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน
3) บุคลากรสำหรับจัดทำระบบข้อมูลเอกสารมีน้อย
4) ไม่มีงบประมาณสำหรับบริหารจัดการคณะทำงาน โดยการดำเนินงานของเทศบาลตำบลปากน้ำจึงใช้งบประมาณของสภาฯที่ยังคงเหลืออยู่ในปีก่อน แต่ก็มีจำนวนน้อย
3.4 ความร่วมมือเชื่อมโยงหน่วยงานภาคี
-
- พัฒนาชุมชนอำเภอ สนับสนุนช่วยเหลือในการประสานงาน
- สภาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ในด้านงบประมาณ และด้านวิชาการ
-
- มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จัดทำผังที่อยู่อาศัยของผู้เดือดร้อนและด้านวิชาการ
- เทศบาลตำบลปากน้ำ หนุนเสริมด้านบุคลากร เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน คณะที่ปรึกษา
เอื้อเฟื้อสถานที่การประชุม และดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ
บุคคลที่ได้รับการช่วยเหลือก่อน/หลังดำเนินการ
นางสาวประจวบ ชาวนา อายุ 70 ปี บ้านเลขที่ 13 หมู่ 2 เทศบาลตำบลปากน้ำ
คุณยายประจวบอาศัยอยู่ในเพียงลำพัง แต่ก็มีความโชคดีอยู่บ้างที่บ้านของญาติพี่น้องก็อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้ๆกัน คุณยายประจวบถือเป็นหนึ่งในสองของผู้ที่รับการซ่อมแซมบ้านฟรี เพราะเป็นบุคคลที่อยู่ในเกณฑ์ผู้สูงอายุ อาศัยอยู่ลำพัง และไม่มีรายได้จากการประกอบอาชีพใดใด ซึ่งยายประจวบเล่าให้ฟังว่าสภาพบ้านเดิมก่อนที่จะได้รับการซ่อมแซมนั้น ตัวบ้านของคุณยายทรุดตัว หลังคาผุพังมีรูรั่ว และห้องน้ำที่คุณยายเข้านั้นมีสภาพไม่ค่อยน่าดูสักเท่าไหร่ แต่ภายหลังจากที่ยายได้เข้าร่วมโครงการบ้านพอเพียงชนบท คุณยายได้รับการซ่อมแซมบ้านอย่างรวดเร็ว คณะทำงานแวะมาตรวจดูให้อยู่เรื่อยๆ คุณยายมีความรู้สึกดีใจมากๆที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการนี้






