แต่เดิม ตำบลปะตงเป็นส่วนหนึ่งของตำบลทรายขาวซึ่งขึ้นการปกครองกับอำเภอโป่งน้ำร้อน และได้แยกตัวมาตั้งเป็นกิ่งอำเภอสอยดาวเมื่อปี 2531 ยกฐานะเป็นอำเภอเมื่อปี 2535 ตำบลตะปงเป็นตำบล 1 ใน 5 ของอำเภอสอยดาว มี 10 หมู่บ้าน เป็นที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอสอยดาว และส่วนราชการต่างๆ ตลอดจนบริการต่างๆ ผู้คนส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จันทบุรี ภาคกลาง และจังหวัดใกล้เคียง ในส่วนสภาพพื้นที่เป็นที่ราบสลับกับเนินเขา มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากมีอากาศร้อนชื้น ในช่วงฤดูหนาวจะหนาวกว่าพื้นที่อื่นในจังหวัดจันทบุรี ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย และรับจ้างทั่วไป
ตำบลปะตงพึ่งได้เข้าร่วมโครงการบ้านพอเพียงเมื่อปี พ.ศ. 2561 จำนวน 36 หลัง ในปี 2562 จำนวน 20 หลัง ที่ได้รับงบประมาณในการสร้าง ต่อเติมบ้าน จำนวน 18,000 บาทต่อหลัง โดยสำรวจหรือคัดเลือกผู้เดือดร้อนจากข้อมูลที่ได้จากความร่วมมือของผู้ใหญ่แต่ละหมู่บ้านที่ผ่านการสำรวจข้อมูลแต่ละหมู่มาแล้วว่าบ้านไหนที่มีความเดือดร้อน สมควรได้รับการซ่อมสร้างก่อน
เมื่อได้รับโครงการบ้านพอเพียงเข้ามาในชุมชน คณะทำงานได้ร่วมกันบริหารจัดการโดยให้มีการประชุมสภาทุกเดือน นำเรื่องหรือปัญหาที่พบในชุมชนมาเสนอในที่ประชุม หลังจากได้รับงบแล้วมีการเปิดบัญชีเงินฝากสำหรับโครงการบ้านพอเพียง และมีการเก็บเงินออมทรัพย์ให้สมาชิกมีเงินหมุนเวียนในการดำเนินโครงการต่อไป
นางสาวกัญจนา พันธุ์แก่น บ้านเลขที่ 115 หมู่ 11 บ้านเขาพูลทองสามัคคี ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ปรับปรุงครัว และหลังคาบ้าน
นายสมาน แก้วรอดบ้านเลขที่ 115/5 หมู่ 11 บ้านเขาพูลทองสามัคคี ต.ปะตง อ.สอยดาว
จ.จันทบุรี ปรับปรุงห้องครัว
จะเห็นได้ว่าชาวบ้านในตำบลมีความรัก สามัคคี ห่วงใยพี่น้องที่มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ถึงแม้ชาวบ้านจะไม่ได้มีเงิน แต่ก็ช่วยเหลือกันโดยการลงแรงสร้างบ้านให้กับผู้เดือดร้อนเพราะส่วนใหญ่เมื่อผู้เดือดร้อน ได้รับงบประมาณแล้วจะลงมือทำเอง เนื่องด้วยงบประมาณที่มีจำกัดชาวบ้านในตำบลจึงร่วมมือกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อีกทั้งคณะทำงานเข้าร่วมช่วยเหลือโดยจิตอาสา ไม่ได้มีรายได้หรือค่าตอบแทนเป็นตัวเงิน แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับคือความสุข ความปลาบปลื้มใจที่ได้จากการช่วยเหลือ
ตัวอย่างบ้านของผู้เดือดร้อนที่ได้ทำการซ่อมสร้าง
ตัวอย่างบ้านของผู้เดือดร้อนที่ยังไม่ได้รับงบในการซ่อมสร้าง
จากภาพตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่าชาวบ้านตำบลปะตงค่อนข้างจะมีปัญหาเรื่องของที่อยู่อาศัย บ้านที่อาศัยอยู่ไม่สามารถกันแดด กันฝน บ้านไม่มั่นคง ห้องน้ำไม่สะอาด ฯลฯ ชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือต่างก็พูดกันเป็นเสียงเดียวว่า “ดีใจ และปลื้มใจที่ได้บ้านหลังใหม่” ซึ่งการที่มีโครงการบ้านพอเพียงถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนา และแก้ไขปัญหาต่างๆในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการรวมชุมชนเข้าด้วยกัน ทำให้เห็นว่าพลังของความร่วมมือ ความรัก ความสามัคคี การช่วยเหลือเกื้อกูลกันสามารถหนุนให้เกิดการพัฒนาต่อไปได้






