ตำบลโพธิ์แทน อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก สันนิษฐานว่าชื่อตำบล “โพธิ์แทน” นั้นดั้งเดิมมาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงประชาชนกระจัดกระจายกันอยู่ตามพื้นที่เนินสูงน้ำไม่สามารถท่วมถึงได้ ซึ่งในอดีตมีเรื่องเล่ากันว่า ในฤดูน้ำหลากเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ทำให้ชาวบ้านและสัตว์ป่าต้องอพยพขึ้นไปอยู่บนที่สูงเหนือน้ำ ในจำนวนนั้นมีช้างโขลงใหญ่หนีขึ้นไปอยู่บนสันดอนซึ่งมีต้นโพธิ์และโบสถ์เก่า เมื่อระยะเวลาผ่านไปน้ำยังไม่ลดโขลงช้างเกิดความหิวโหยจึงอาละวาดโค่นล้มกัดกินต้นโพธิ์ ต่อมาช้างได้ตายทั้งหมดโดยที่ชาวบ้านไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ หลังฤดูฝนผ่านไป น้ำได้เริ่มลดลงเป็นปกติ ชาวบ้านได้ระลึกถึงโขลงช้างดังกล่าวจึงได้นำต้นโพธิ์ไปปลูกแทนไว้ ณ.ที่เดิม ต่อมาประชาชนได้ขยายที่อยู่อาศัยลงมาเรื่อยๆจึงได้ตั้งชื่อตำบลว่า ตำบลโพธิ์แทนมาจนถึงปัจจุบัน
ลุงอนันต์ หอมลำดวน รองประธานโครงการบ้านพอเพียง เล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2560 ได้รับข่าวสารจากขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครนายกว่าจะมีโครงการบ้านพอเพียงช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับคนในชุมชน หากตำบลไหนสนใจขอให้รีบดำเนินการจัดทำข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศํยเตรียมไว้ เมื่อทางตำบลได้รับข่าวสารมาดังนั้น สภาองค์กรชุมชนตำบลโพธิ์แทนจึงได้ดำเนินการจัดประชุมผู้ใหญ่บ้านทั้ง 9 หมู่ เพื่อหารือร่วมกับผู้ใหญ่บ้านในการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลว่ามีครอบครัวไหนที่เดือดร้อนและต้องการที่จะได้รับความช่วยเหลือเรื่องที่อยู๋อาศัยบ้างและจัดตั้งคณะทำงานบ้านพอเพียงขึ้น โดยคณะทำงานโครงการบ้านจะลงพื้นที่ร่วมสำรวจข้อมูลครัวเรือนผู้เดือดร้อน และนำข้อมูลที่ผู้เดือดร้อนที่ได้มาเสนอค่อคณะกรรมการโครงการบ้านพอเพียง
จากการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนของตำบลโพธิ์แทนในปี 2560 นั้น พบว่า มีจำนวนผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยจำนวน 20 หลังคาเรือน รวมครัวเรือนที่ช่วยไปแล้วเสร็จทั้งสิ้น 23 หลังโดยมีแนวทางการคัดเลือกบ้านผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือนั้นเดือดร้อนนั้น ทางคณะกรรมการจะใช้วิธีการจับฉลากในการคัดเลือก โดยวิธีการดังกล่าวนั้นได้มีการตกลงร่วมกับชาวบ้านและทางคณะทำงานแล้ว หลังจากนั้น จะประชุมชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ของโครงการบ้านพอเพียงให้กับกลุ่มผู้เดือดร้อนได้รับทราบ โดยผู้เดือดร้อนจะได้รับงบประมาณช่วยเหลือในจำนวนครัวเรือนละ 18,000 บาท และหากมีส่วนเกินไปมากกว่านี้ผู้เดือดร้อนจะต้องจ่ายเพิ่มเอง หลังจากนั้นคณะทำงานก็จะจัดสรรงบประมาณให้กับผู้ใหญ่บ้าน โดยให้ผู้ใหญ่บ้านไปบริหารจัดการกันเองภายในชุมชน ซึ่งจะเป็นการใช้งบประมาณสำหรับการซื้ออุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมแซมบ้านผู้เดือดร้อนตามที่ได้สำรวจและพิจารณาไว้เท่านั้น โดยในส่วนของช่างนั้น ชาวบ้านในพื้นที่จะช่วยเหลือกันภายในชุมชนของตน เพื่อช่วยกันลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องค่าแรงของช่างที่เจ้าของบ้านจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายเอง ทำให้เห็นถึงน้ำใจอันยิ่งใหญ่และความรัก ความสามัคีกันในชุมชนในการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นการแสดงพลังให้เห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชนตำบลโพธิ์แทน
จากการขับเคลื่อนงานบ้านพอเพียงที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับผูเดือดร้อนในตำบลแล้ว จำนวน 23 หลัง โดยในปีแรก คือ ปี 2560 ได้ดำเนินการช่วยการช่วยเหลือจำนวน 18 หลัง และในปี 2562 ดำเนินการช่วยการช่วยเหลือจำนวน อีกจำวน 5 หลัง
ในการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงนี้ คุณลุงอนันต์เล่าว่า ตำบลไม่ได้ดำเนินการเพียงลำพัง ยังมีหน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนร่วมด้วย เช่น อำเภอ, ทหารที่เข้ามาช่วยซ่อมสร้างบ้านหรือซ่อมแซมบ้านให้กับผู้เดือดร้อนในโครงการ นอกจากนี้องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์แทนและกลุ่มอสม.ยังเข้ามาช่วยดูแลความเรียบร้อยร่วมอีกด้วย
นาย ป่วน ธิบดี อายุ 59 ปี มีอาชีพรับจ้าง นายป่วน นั้นมีปัญหาทางการสื่อสารและยังเป็นคนขี้หลงขี้ลืม ก่อนหน้าที่จะได้รับความช่วยเหลือนั้น บ้านมีการผุพังของสังกะสี และผนังของบ้าน จึงได้มีการซ่อมแซมในส่วนดังกล่าว ทำให้การเป็นอยู่ของคนในบ้านดีขึ้น
คุณยาย ชุ่ม พูลศิลป์ อายุ 81 ปีบ้านเลขที่ 63 ม.1 ต.โพธิ์แทน อ.องค์รักษ์ จ.นครนายก คุณยายเล่าว่าอยู่กับลูก 2 คน ลูกมีอาชีพรับจ้าง แต่รายได้ก็ไม่ค่อยพอค่าใช้จ่าย บ้านของคุณยายก่อนได้รับการช่วยเหลือนั่นมีปัญหาของเรื่องหลังคาที่รั่วซึม และการผุพังของตัวผนังบ้าน จึงซ่อมแซมในส่วนของหลังคาและผนังโดยการเปลี่ยนเป็นแผ่นเมทัลชีท ซึ่งเมื่อซ่อมแซมแล้วก็ทำให้การเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น ไม่ต้องกังวลในเรื่องของหลังคารั่วซึม
“ต้องขอขอบคุณทางพอช.ที่ได้เข้ามาทำการช่วยเหลือแม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นโครงการที่ดี ทำให้คนในตำบลมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” คุณลุงอนันต์กล่าวทิ้งท้าย






