ตำบลบึงบอนตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอหนองเสือ มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 32,437 ไร่
แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 9 หมู่บ้าน ตำบลบึงบอนมีประชากรทั้งสิ้น 8,350 คน แยกเป็นชาย 4,065 คน แยกเป็นหญิง 4,295 คน จำนวนครัวเรือนทั้งพื้นที่ 3,307 ครัวเรือน มีอาชีพที่เป็นเศรษฐกิจหลักของคนในชุมชน คือ การทำการเกษตร ทำนา ปลูกผัก และอาชีพรอง เป็นการรับจ้าง ค้าขาย
ในอดีตพื้นที่ตำบลบึงบอนเป็นพื้นที่ราบเหมาะแก่การทำการเกษตร ลักษณะเป็นป่าบอน และป่ากก ในสมัยก่อน และเป็นลำลาง ที่ผู้คนเรียกกันว่าทางช้างผ่าน เป็นพื้นที่ ที่เป็นหนองบึงใหญ่ นิยมทำการประมงน้ำจืด เนื่องจากเป็นลำธาร หรือบึงขนาดใหญ่ตามธรรมชาติ จึงมีปลาที่เกิดจากธรรมชาติอยู่มาก หากินได้ง่าย และเป็นพื้นที่ราบรุ่ม เป็นที่ใกล้แหล่งหนองน้ำ ประชาชนจึงอพยพ มาจากที่อื่น เข้ามาอาศัย หักล้างถางพงเพื่อทำนา จึงเป็นที่อาศัยทำมาหากินของประชาชนที่อพยพ มาตั้งถิ่นฐาน ทำมาหากินเนื่องจากใกล้แหล่งน้ำ ผลผลิตที่ได้ส่วนใหญ่ เก็บไว้ใช้บริโภคในครัวเรือน และบางส่วนนำไปแลกเปลี่ยน ในกลุ่มที่อพยพมาด้วยกัน การดำรงชีวิตมีความใกล้ชิดกับธรรมชาติ การคมนาคมสมัยก่อนต้องเดินทางด้วยเท้า ถ้าระยะทางไกลผู้ที่มีถานะดี ก็จะใช้ม้าเป็นพาหนะ ในสมัยก่อนตำบลบึงบอน ในสมัยปี พ ศ. 2433 – 2439 รัชกาลที่ 5 ทรงพัฒนาทุ่งรังสิตให้เป็นคลองซอยเล็กๆได้มีการขุดคลองชลประทาน ตั้งแต่รังสิตไปจนถึงติดเขตจังหวัดนครนายกที่เรียกว่าคลอง 1 ถึงคลอง 14 บริเวณตำบลบึงบอนจึงเป็นที่อุดมสมบูรณ์ ประชาชนอพยพเข้ามาทำมาหากินเพิ่มมากขึ้น ในปี พ.ศ.2460 ทางราชการได้จัดตั้งอำเภอหนองเสือ โดยแบ่งออกเป็น 7 ตำบล และแยกเป็นตำบลบึงบอนในปี พ.ศ. 2462 เป็นที่มาของชื่อตำบลบึงบอนในปัจจุบันมีคลองส่งน้ำจำนวน 3 คลอง ซึ่งมาจากคลองระพีพัฒน์ ใช้สำหรับบริโภค เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันตำบลบึงบอน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ องค์การบริหารส่วนตำบลบึงบอน
ความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย
จากการดำเนินงานเรื่องที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน มีการสำรวจพบผู้เดือนร้อน 373 ครัวเรือน ที่ประสบปัญหา ไม่มีที่อยู่อาศัย และไม่มีที่ดินทำกิน เนื่องประชาชนจากอาศัยอยู่ในที่ดินสปก. ที่ดินวัด( ธรณีสงฆ์ ) เมื่ออยู่เป็นเวลานาน มีครอบครัวขยายเกิดขึ้นแต่มีที่ดินไม่เพียงพอ เพราะที่ดินไม่สามารถซื้อขาย หรือขยายอาณาเขตออกไปได้ และจาก 373 ครัวเรือนที่เคยทำการสำรวจในเรื่องที่ดินทำกิน มีครัวเรือนที่ได้รับการช่วยเหลือ จากการเข้าร่วมโครงการบ้านพอเพียงชนบท 22 ครัวเรือน แต่การช่วยเหลือก็ยังไม่ครอบคลุมทั้งตำบล เริ่มแรก เป็นการดำเนินงานเพียง 2 หมู่บ้าน คือ หมู่ 2 และหมู่ 7 ซึ่งสภาพบ้านโดยรวมที่พบจากการสำรวจ คือ บ้านส่วนใหญ่ไม่มีฝาผนัง ( ใช้ป้ายโฆษณา มาประกอบเป็นฝาผนัง ) หลังคารั่ว ตัวบ้านผุพัง ห้องน้ำอยู่ในสภาพทรุดโทรม ไม่ถูกสุขลักษณะ และโดยส่วนใหญ่แล้วผู้เดือดร้อนมีฐานะยากจน ไม่มีทุนทรัพย์ในการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านเรือน
โครงสร้างคณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท
โครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลบึงบอน มีคณะทำงานซึ่งประกอบด้วย ผู้นำชุมชน 9 คน ( มาจากผู้ใหญ่บ้านทั้ง 9 หมู่ ) กรรมการหมู่บ้าน หมู่ละ 10 คน โดยทำหน้าที่เป็นผู้สำรวจข้อมูลผู้เดือกร้อน และตรวจสอบการดำเนินงาน
กิจกรรมสำคัญของตำบล
- ที่อยู่อาศัยที่ดินทำกิน โดยดำเนินการสำรวจ แก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน และจากการถูกไล่ที่ในกรณีที่อาศัยอยู่ในที่ดินเอกชน รวมทั้งการซ่อมแซม และสร้างบ้านเรือน ในโครงการบ้านพอเพียงด้วย
- เกษตรอินทรีย์ และเกษตรทฤษฎีใหม่ ดำเนินงานร่วมกับท้องที่-ท้องถิ่น สปก. เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ และเกษตรจังหวัด ประชาชนในตำบลให้ความสนใจ เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ขณะนี้อยู่ในช่วงกระบวนการผลิต ยังไม่สามารถนำออกขายได้ และมีแผนที่จะขยายฐานการผลิตให้ทั่วทั้งตำบล
- สวัสดิการชุมชนตำบลบึงบอน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2551 เริ่มแรกมีสมาชิก 120 คน ปัจจุบันมีสมาชิกเข้าร่วมกองทุนสวัสดิการรวมประมาณ 1,000 คน โดยมีการเก็บเงินสมทบสวัสดิการ เดือนละ 30 บาท จัดสวัสดิการให้กับสมาชิก 3 รูปแบบ คือ ในกรณี ป่วย คลอดบุตร และเสียชีวิต มีการเชื่อมโยงกับองค์การบริหารส่วนตำบล ให้งบสนับสนุนปีละ 30,000 บาท
- การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยการดำเนินโครงการรักษา และอนุรักษ์แม่น้ำคูคลอง มีการปรับแต่ภูมิทัศน์ริมคลอง และรณรงค์การรักษาความสะอาดของแม่น้ำคูคลองที่คนในพื้นที่ต้องใช้ประโยชน์ไปอีกนานเท่านาน
การดำเนินงานโครงการบ้านพอเพียง ในการสำรวจ คัดเลือกผู้เดือดร้อนโดย ผู้นำ และคณะกรรมการหมู่บ้านที่เป็นคณะทำงานแต่ละหมู่ ลงพื้นที่สำรวจตามแบบฟอร์ม รวบรวมรายชื่อทั้งหมด แล้วผู้นำคัดกรองอีกครั้ง เพื่อเสนอต่อกองทุนบ้านพอเพียง ในการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลบึงบอน เมื่อได้ครัวเรือนที่จะช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านแล้ว จึงเปิดเวทีชี้แจงรายละเอียด ทำความเข้าใจกับผู้เดือดร้อน ทำการประเมินวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ( BOQ ) และทำสัญญา จึงดำเนินการซ่อม และตรวจสอบตามลำดับ ในกรณีกองทุนบ้านพอเพียงตำบลบึงบอน ผู้เดือดร้อนจะเป็นผู้สั่งซื้อสินค้า และดำเนินการซ่อมสร้างเองทั้งหมด โดยจะได้รับงบประมาณครัวเรือนละ 18,000 บาทเท่าๆกัน ส่วนเกิดผู้เดือดร้อนรับผิดชอบเอง เมื่อแล้วเสร็จจึงนำบิลจัดซื้อมาส่งให้แก่กองทุน
ผู้เดือดร้อน ในรายที่ชำระเงินคืน ต้องชำระคืนขั้นต่ำ 300 บาท/เดือน และจ่ายค่าบริหารจัดการ 30 บาท รวมเป็น 330 บาทต่อเดือน






