ตำบลแม่สาคร เดิมทีขึ้นอยู่กับตำบลอ่ายนาไลย และปี 2531 ได้แยกตั้งตำบลมีหมู่บ้าน 6 หมู่บ้านด้วยกัน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านสาคร หมู่ที่ 2 บ้านท่าเลอ หมู่ที่ 3 บ้านจะเข้ภูหอม หมู่ที่ 4 บ้านป่างิ้ว หมู่ที่ 5 บ้านไพรอุดม และสุดท้ายหมู่ที่ 6 บ้านป่าค่า
สภาพทั่วไปของตำบลแม่สาคร
มีภูมิประเทศทางกายภาพเป็นพื้นที่ภูเขา ลาดเชิงเขาจากทางทิศใต้ไปทิศเหนือ โดยบริเวณด้านทิศเหนือพื้นมีลักษณะเป็นพื้นราบ ระดับความสูงประมาณ 600-900 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งลักษณะภูมิประเทศสามารถแบ่งได้เป็น 4 ลักษณะดังนี้ พื้นที่ราบ 10% พื้นที่ลาดเชิงเขา 30% พื้นที่ภูเขา 20% พื้นที่ป่า 40%
ทิศเหนือ ติดกับ เขต ต. อ่ายนาไลย อ. เวียงสา จ. น่าน
ทิศใต้ ติดกับ เขต ต. น้ำตก อ. นาน้อย จ. น่าน
ทิศตะวันออก ติดกับ เขต ต. อ่ายนาไลย และ ต. ส้าน อ. เวียงสา จ. น่าน
ทิศตะวันตก ติดกับ เขต ต. อ่ายนาไหล อ. เวียงสา จ. น่าน
มีพื้นที่ จำนวน 112 ตารางกิโลเมตร 70,000 ไร่
มีประชากร 1,027 ครัวเรือน 2,772 คน
สภาพเศรษฐกิจ เป็นชุมชนที่มีการทำการเกษตรเป็นหลักรายได้ส่วนใหญ่มากจากการเกษตร และอาชีพรองคือ การหาของป่า และรับจ้าง มีอาชีพอื่นๆ เช่น ค้าขาย ข้าราชการ
สภาพสังคมวัฒนธรรมประเพณี ประชาชนมีการนับถือศาสนาพุทธ 100% มีการนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และนับถือผีตามความเชื่อแบบคนพื้นเมืองที่สืบต่อกันมา เป็นสังคมชนบท มีวัฒนธรรมเดียวกันทั้งตำบล คนในชุมชนมีความเอื้อเฟื้อพึ่งพาอาศัยกัน
พัฒนาการความเป็นมาของกาดฮิมตาง ต.แม่สาคร
เนื่องจากตำบลแม่สาครเป็นเมืองหน้าด่าน อยู่ติดทางหลวง เป็นทางเข้าออกเชื่อมโยงระดับจังหวัด น่าน-แพร่ การเดินทางออกนอกจังหวัดน่านจะใช้เส้นทางสายนี้เป็นหลักในการไปจังหวัดอื่น ด้วยต้นทุนทางธรรมชาติของตำบลแม่สาครที่มีพื้นที่ป่ามากและยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับการรักษาป่าไม้ โดยมีการตั้งคณะกรรมการ และกติกาการรักษาป่าและการใช้ประโยชน์ร่วมกันระดับหมู่บ้านดูแลป่ากันมาอย่างยาวนาน จึงทำให้เป็นข้อได้เปรียบในการสร้างรายได้ของคนในชุมชน
ย้อนหลังไป 30 ปี ด้วยสติปัญญาในการหาเลี้ยงชีพชอบของคนรุ่นเก่า เช่น แม่อุ้ยมูล ถึงสุข แม่อุ้ยปัน ถึงสุข แม่อุ้ยส่วย มีคำ คนบ้านแม่สาครที่เป็นคนต้นคิดในการนำผลผลิตจากป่าไปขายริมข้างทางเพื่อสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว จนเกิดเป็นอาชีพที่คนในชุมชนทำตามแบบอย่าง จึงเริ่มมีการเลียนแบบและนำผลผลิตไปขายร่วมกัน เริ่มจากการขายเห็ดดิน เช่นเห็ด ไข่ห่าน หรือเห็ดโม้โก้ง เห็ดไข่เหลือง เห็ดด่าน ที่ออกช่วงหน้าฝน แต่เดิมนั้นใช้การออกไปหาและขายของใครของมัน ต่อมามีพัฒนาการมีแม่ค้าในชุมชนรับซื้อโดยการขายส่งและแม่ค้าในตำบลก็มานั่งขายปลีกข้างทาง โดยทุกหมู่บ้านจะนำผลผลิตมาขายให้กับผู้รับซื้อที่บ้านแม่สาคร
ผลผลิตจากป่าที่นำมาขายจะมีทุกฤดูกาล เริ่มจาก ช่วง มกราคม มดแดงจะเริ่มออกไข่ กุมภาพันธ์ถึงมีนาคม จะมีไข่มดแดง และผักหวานป่า เดือนเมษายน น้ำผึ้ง อึ่ง กบ เขียด เดือน พฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายนตุลาคม เห็ดโคน เห็ดดินชนิดต่างๆ หน่อไม้ ผักที่กินได้ที่ หลากหลายชนิดที่ออกในป่า ให้คนในชุมชนเก็บขายสร้างรายได้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม เห็ดขอน ประเภท เห็ดลม เห็ดขอนขาว ซึ่งนอกจากการขายผลผลิตทางตรงยังมีการนำมาแปรรูป เช่นการทำเครื่องจักสานจากไม้ไผ่ ข้าวหลาม
ในปี 2555 เริ่มมีการขายส่งจากหมู่บ้านชุมชนอื่น ซึ่งแต่เดิมมีเฉพาะคนบ้านแม่สาครเป็นผู้หาและผู้ขาย การขายทำแบบปัจเจก ไม่ได้รวมกลุ่ม มีคนที่เป็นผู้ขาย จำนวน 130 หลังคาเรือน
ปี 2557 กศน.อำเภอเวียงสาได้สนับสนุนกลุ่มอาชีพ จึงเริ่มนำสินค้าประเภท งานจักสาน ฝากขายที่กาดฮิมตางหลวงบ้านแม่สาคร
ปี 2559 เริ่มมีการสั่งซื้อใบตองกล้วยป่าจึงทำให้กล้วยป่าเป็นผลผลิตจากป่าชุมชนอีกชนิดหนึ่งที่สร้างรายได้ให้คนตำบลแม่สาคร แต่เดิมคนในชุมชนจะรู้จักใช้ใบตองตึงในการทำฝาบ้านทำหลังคาเพิงเพื่อกันแดดกันฝน แม่ค้าขายของข้างทางจะใช้ห่อพืชผัก เห็ด หรือ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ แมลงต่างๆ มาแต่โบราณ ต่อมาใบตองตึง เริ่มลดบทบาทลง เนื่องจากใบตองตึงจะแห้งเร็ว ทำให้กรอบต้องเก็บมาใหม่ๆและใช้เลย และตองตึงใบใหญ่ในปัจจุบันก็หายากขึ้น
ปี 2561-6562 ในยุคของการสื่อสารผ่านสมาร์โฟน คนในตำบลแม่สาครเริ่มใช้ประดยชน์จากสื่อโชเชี่ยลมิเดียและเทคโนดลายีด้านการสื่อสารจึงเริ่มมีการขายของจากป่าผ่านทางมือถือ การสั่งจองสั่งซื้อทำได้ง่ายและสะดวกขึ้น มีการส่งผลสินค้าถึงกรุงเทพผ่านการสื่อสารและการส่งทางเคอรี่ ไปรษณีย์ ฝากรถโดยสารประจำทาง หรือการนำส่งแบบการขับรถไปส่งถึงที่ ในปีนี้ได้มีการอบรมให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารกับแม่ค้าข้างทางด้วย และเริ่มมีการาการนำพวกสินค้าแปรรูปของชุมชนและผลผลิตทางการเกษตรมาขายด้วย เช่น มะขามหวาน ข้าวหลาม
ชาวบ้านบอกว่าการทำข้าวโพดใน 1 ปีเมื่อเปรียบเทียบรายได้แล้วยังไม่เท่าการขายเห็ด ซึ่งไม่ต้องลงทุนอะไรเลยแค่เติมน้ำมันรถและตื่นแต่เช้าก็มีรายได้ หมู่บ้านที่ประชากรมีอาชีพในการหาของป่าขายมากที่สุดคือ บ้านท่ามงคล และบ้านป่างิ้ว
ได้มีการสรุปตัวเลขโดยประมาณถึงรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนที่หาเห็ดและของป่าขาย ในปี 62 ตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง เดือน พฤษภาคม มีรายได้รายละ 70,000 บาท โดยประมาณ จากข้อมูลรายได้เมื่อเปรียบเทียบกันของคนในชุมชนจึงทำให้คนเริ่มที่จะเปลี่ยนจากการมุ่งทำแต่ข้าวโพดลดลงและใช้เวลากับการหาของป่าและการค้าขายเพิ่มขึ้น ทำให้ความเป็นอยู่ของคนในตำบลแม่สาครดีขึ้น และเกิดความตระหนักรู้ในคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้คนในตำบลจึงช่วยกันดูแลป่าเนื่องจากป่าสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน และเริ่มที่จะมีการส่งเสริมการนำเอาพืชเช่นไม้ไผ่ ผักหวาน ที่เป็นพืชในป่ามาปลูกในสวน เพื่อเป็นการอนุรักษ์และการจัดการด้านการใช้ประโยชน์เพื่อไม่ให้มีการสูญเสียทรัพยากรมากเกินไป และเป็นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ
วิธีการจัดการในการเรียกลูกค้าให้จอดรถซื้อ คือการทำเพิงดักทั้งสองข้างทางเพื่อดักลูกค้าทั้งขาเข้าและขาออกจากจังหวัดน่าน ซึ่งการจัดการด้านราคาจะขายราคาเดียวกันทั้งหมู่บ้าน รายได้รวมต่อปีจากการขายเห็ดและผลผลิตจากป่า อยู่ที่ประมาณ ปีละ 5 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ การขายจะเริ่มตั้งแต่เปิดกาดคือ 6 โมงเช้าถึงเวลาค่ำ เอาพระอาทิตย์ว่า เนื่องจากกลางคืนไม่มีไฟฟ้าบริเวณนั้น การนั่งขายของข้างทางนั้นต้องอาศัยความอดทนและต้องชื่นชอบการขายเพราะหากวันไหนไม่มีรถจอดซื้อหรือมีคนเข้าออกเดินทางน้อยรายได้ก็ลดลง ไม่คงที่แต่ด้วยการขายที่มีมาอย่างยาวนานและมีความสม่ำเสมอจึงเป็นที่รู้จักของผู้ผ่านไปมาแวะซื้อหาติดไม้ติดมือเป็นประจำ
ปัญหาของการดำเนินการกาดฮิมตาง คือการ การทะเลาะกันของแม่ค้าในตลาด การไม่ได้หลับเนื่องจากต้องออกหาของป่าตั้งแต่ตอนกลางคืนถึงเช้ามืดเพื่อเตรียมส่งของขายในช่วงกลางวัน เวลา 2 ทุ่ม ชาวบ้านก็เริ่มเข้าป่า ซึ่งกาดฮิมตางก็ยังขาดกรรมการในการดูแลอย่างจริงจัง ใช้การแก้ไขปัญหาโดยการให้ผู้นำชุมชนเป็นผู้ไกล่เกลี่ย หรือชาวบ้านมักจบปัญหากันเองด้วยการไม่ถือสากัน
ในปีนี้ อบต.แม่สาครได้เห็นความสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจของชุมชนเห็นศักยภาพของตำบล จึงเริ่มมีวงพูดคุยร่วมกันของผู้นำทั้งท้องที่และท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนเรื่องของการท่องเที่ยวโดยชุมชน จึงทำให้เกิดแนวคิดในการบริหารจัดการการพัฒนาพื้นที่ริมทางให้เป็นร้านค้าของตำบลเพื่อสร้างรายได้ให้คนในตำบลและจัดรูปแบบการบริหารจัดการกาดฮิมตางให้มีมาตรฐานที่ดีขึ้น
ปัจจุบัน ตำบลแม่สาครมีโอกาสในการพัฒนาต่อยอดเนื่องจากจะมีการสร้างจุดพักรถที่ข้างทางของตำบลแม่สาคร และจากการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนของ อบต.แม่สาคร ที่จะพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ที่มีจุดท่องเที่ยวสำคัญและมีเส้นทางเชื่อมดยงกับแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอำเภอนาน้อย การเดินทางจากตำบลแม่สาครไปอำเภอนาน้อย ก็จะทำให้ กาดฮิมตางถูกพัฒนาและเส้นทางในตำบลก็จะเกิดเป็นเส้นทางเศรษฐกิจและจะเกิดตลาดธรรมชาติขึ้น
จากความคิดของคนรุ่นเก่าในการหาเลี้ยงชีพสร้างเศรษฐกิจที่ดีให้กับครอบครัว การริเริ่มค้าขายจึงเกิดขึ้นสองข้างทางโดยธรรมชาติ จึงเกิดตลาดธรรมชาติและการมีต้นทุนในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงทำให้ชาวบ้านมีรายได้การริเริ่มการมองเห็นโอกาสของคนในชุมชน จึงทำให้กาดฮิมตางตำบลแม่สาครเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจของตำบลที่มีคนในตำบลได้มีพัฒนาการในการสร้างขึ้นมาด้วยภูมิปัญญาของคนในชุมชนเอง ในวันนี้กาดฮิมตาง กำกึ๊ดคนมะเก่าจึงเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งที่คนในชุมชนตำบลแม่สาครไม่อาจปฏิเสธได้ว่า กาดฮิมตางคือส่วนหนึ่งที่จากการมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ ที่หล่อเลี้ยงคนแม่สาครให้มีความกินดีอยู่ดีมีรายได้
หลักคิด/แนวคิดการพัฒนากาดฮิมตาง
- การสร้างเศรษฐกิจชุมชนต่อยอดบนฐานทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนที่มีอยู่
- สร้างรายได้ ยกระดับพัฒนาอาชีพทางเลือกในชุมชน
กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การระเบิดจากภายในของคนที่มีใจและเห็นโอกาส
- ต่อยอดจากฐานทุนด้านทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน (ป่าชุมชน )
- การลงมือทำ และพัฒนาการตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
- การเรียนรู้ในการวางแผนด้านการจัดการร่วมกัน
- การเชื่อมต่อกับหน่วยงาน เช่น กศน. อบต.
- การเสนอแนวคิดการพัฒนาต่อท้องถิ่น
- ท้องถิ่นมีแผนในการเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาท้องถิ่นด้านการท่องเที่ยวชุมชน
- การพัฒนาทักษะด้วยการฝึกอบรม เช่น การอบรมการใช้สื่อ ออนไลน์ในการขาย
- การพัฒนาต่อยอดในส่วนของการจัดการทรัพยากรเพื่อให้เกิดความยั่งยืนทั้งทางทรัพยากรและเศรษฐกิจ
เทคนิค/ทักษะ
- การจัดบริหารจัดการด้านการขายของคนในชุมชน
- การมีกลไกโดยธรรมชาติของชุมชนในการ รับซื้อและการขาย
- ทำเศรษฐกิจบนฐานทุนที่ชุมชนมี การจัดการทรัพยากรให้เป็นรายได้ของคนในชุมชน
- ความสม่ำเสมอในการขาย ความอดทน
- การวางแผนในการสร้างความสะดวกให้กับผู้สัญจรที่เป็นลูกค้าทั้งสองข้างทาง
- การนำเทคโนโลยีมาใช้
กลไกการจัดการ(กลุ่ม/องค์กร/เครือข่าย/บทบาท)
- กำนันผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่ในการดูแล การไกล่เกลี่ยเมื่อมีปัญหา
- คณะกรรมการหมู่บ้าน/กรรมการในการดูแลป่า
- กลุ่มแม่ค้าจัดการกันเอง
- ท้องที่ ท้องถิ่น อำนวยความสะดวกสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเสนอแผนงานโครงการ
- สภาองค์กรชุมชนตำบลแม่สาคร เป็นเวทีในการปรึกษาหารือ
- พอช.สนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างกระบวนการและการต่อยอดเพิ่มเติม
- กศน.สนับสนุนความรู้และการอบรมเรื่องการใช้สื่อ
ความเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางสังคม 3 ระดับ
ชุมชน
- คนในชุมชนมีอาชีพมีรายได้สู่ชุมชนมากขึ้น
- คนในชุมชนมีความสามารถในการจัดการปัญหากันเอง
- คนในชุมชนมีความสามัคคีเรียนรู้ในการทำงานร่วมกันมากขึ้น
- ชุมชนมีการพัฒนา ชาวบ้านมีการตื่นตัวในการเรียนรู้ พัฒนาการในการขาย
- คนในชุมชนรู้จักการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ด้านการสื่อสารทางการตลาด
- เกิดการสืบสาน งานด้านการขายของคนในชุมชน
- เกิดการนำรายได้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของครบครัวและสังคม
สังคม
- คนในสังคมรู้รักษาอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- คนในสังคมชุมชนเห็นคุณค่าของ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเกิดความหวงแหนทรัพยากรกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- คนในชุมชนมีการปรับเปลี่ยนอาชีพและมีรายได้เพิ่มขึ้น
- คนในชุมชนลดการทำไร่ข้าวโพดหันมารักษาทรัพยากรและเลี้ยงชีพด้วยการจำหน่ายผลผลิตจากทรัพยากร
- ชุมชนเป็นที่รู้จักของสังคมภายนอก
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ทรัพยากรฯมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้นโดยเฉพาะอาหารจากป่า ไม้ไผ่จากป่าชุมชนนำมาทำเครื่องจักสาน สร้างรายได้
- ชาวบ้านช่วยกันดูแลทัศนียภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความน่าประทับใจกับนักท่องเที่ยว ทำให้มีการระวังในการใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น
- เกิดความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้นจากดูแลรักษาของชุมชน
นโยบายรัฐ
- อบต.แม่สาครให้ความสำคัญต่อการพัฒนาต่อยอดทางด้านเศรษฐกิจจากการริเริ่มของคนในชุมชน
- ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาศักยภาพด้านเศรษฐกิจโดยการการท่องเที่ยวโดยชุมชน
- หน่วยงานสนับสนุนด้านองค์ความรู้ การเชื่อมโยงหน่วยงานภาคีความร่วมมือ
ผลลัพธ์ความสำเร็จ
เชิงคุณค่า
ด้านเศรษฐกิจ
- คนชุมชนมีรายได้จากผลผลิตจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- เกิดการกระจายรายได้ในชุมชน
- ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนและผลผลิตชุมชนมีมูลค่ามากขึ้น
ด้านสังคม
- เป็นโอกาสในการฟื้นฟู สร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- เป็นโอกาสการพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ชุมชน
- คนในชุมชนมีรายได้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ด้านทรัพยากร
- มีใช้ประโยชน์จากไม้ไผ่มาทำสร้างรายได้
- เกิดความร่วมมือในอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- เกิดความร่วมในการพัฒนาและแผนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งสามส่วน ท้องที่ ท้องถิ่น สภาองค์กรชุมชน(ชาวบ้าน)
เชิงมูลค่า
- ชุมชนมีรายได้จากการขายผลผลิตจากป่าชุมชน ครัวเรือน ละไม่น้อยกว่า 70000 บาท ต่อปี
- ชุมชนมีรายได้จากการจัดการทรัพยากร ทั้งปีอย่างน้อย 5,000,000 (ห้าล้านบาท)
ปัจจัยความสำเร็จ(ภายใน)
- การระเบิดจากภายในของคนในชุมชน/การสืบสานต่อรุ่นสู่รุ่น
- ผู้นำชุมชนมีความเอาใจใส่ ชุมชนให้ความช่วยเหลือและพัฒนาต่อยอด
- วิสัยทัศน์ผู้นำ นโยบายและโอกาสของตำบล การใช้ข้อมูลในการเปรียบเทียบเชิงตัวเลขรายได้
- มีทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- การมีข้อตกลงในการบริหารจัดการร่วมกัน
- การมีรูปธรรมด้านรายได้ที่สร้างแรงจูงใจ การมีข้อมูลตัวเลขเปรียบเทียบ
- ภูมิปัญญา การปรับระบบการผลิต การตลาด
- เทคนิค การกำหนดราคาที่เท่ากันทั้งชุมชน
- ความอดทน การรักในการค้าขายของคนตำบลแม่สาครความสม่ำเสมอในการขายของ
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ(ภายนอก)
- โอกาสในการเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด พื้นที่เชื่อมกับแหล่งท่องเที่ยวต่างอำเภอ
- มีหน่วยงานให้การสนับสนุนองค์ความรู้และการพัฒนาอย่างสม่ำเสมออย่างกศน
- .มีหน่วยงานสนับสนุนงบประมาณต่อยอดและกระบวนการพูดจาหารือ เช่น พอช.
- โอกาสของการมีการโครงการพัฒนาในส่วนของพื้นที่พักรถ
- นโยบายของรัฐในการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน
แนวทาง/แผนที่จะทำต่อในระยะข้างหน้า
- จัดทำปรับปรุงพัฒนาให้เป็นร้านค้าของตำบล
- การทำเส้นทางเชื่อมเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงกับเรื่องของการท่องเที่ยว






