ชาวไทยพวน ข้อมูลจากวิกิพีเดีย ไทพวน หรือ ลาวพวน เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไท ใช้ภาษาพวน ซึ่งเป็นตระกูลภาษาขร้า-ไท อาศัยอยู่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย เดิมอาศัยอยู่ในประเทศลาว พวน (Phuen, Puen) เป็นคำที่เรียกกลุ่มชนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในแคว้นเชียงขวางในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับญวน และเชียงขวางมีแม่น้ำสายสำคัญ ชื่อแม่น้ำพวน ไหลผ่านจึง ได้ชื่อว่า “พวน” ชาวพวนนิยมตั้งถิ่นฐานสร้างที่ทำกิน บริเวณลุ่มแม่น้ำ มีอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ไถนา ชาวไทยพวน มีอุปนิสัยยิ้มแย้มแจ่มใส โอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และรักสงบ ใจคอเยือกเย็น ยึดมั่นในศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี มีวัฒนธรรม มีภาษา มีความผูกพันในระบบเครือญาติ เผ่าพันธุ์ เป็นเอกลักษณ์ของตนเองมาช้านาน รักอิสระ มีความขยันขันแข็งในการการประกอบอาชีพเมื่อว่างจากการทำไร่ทำนาก็จะทำงานหัตถกรรม คือ ผู้ชายจะสานกระบุง ตะกร้า เครื่องมือหาปลา ตีเหล็ก ส่วนผู้หญิงจะทอผ้า
ชาวไทยพวนจะพูดได้ทั้งภาษาไทยกลาง และภาษาไทยพวน โดยจะใช้ภาษาไทยกลางพูดกับคนต่างถิ่น แต่จะพูดภาษาไทยพวนกับกลุ่มชนเดียวกัน ภาษาพูดของไทยพวนมีสำเนียงไพเราะ ซึ่งจะแตกต่างจากภาษาพูดของลาวเวียง ที่มีสำเนียงสั้นๆห้วนๆ
ชาวพวนมีความเชื่อเรื่องผี มีประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวพวนหลายประเพณี เช่น ประเพณีกำฟ้า ซึ่งเป็นการแสดงถึงการสักการะฟ้า เพื่อให้ผีฟ้า หรือเทวดาพอใจ เพื่อไม่ให้เกิดภัยพิบัติ
วัฒนธรรมด้านภาษา ชาวพวนจะมีภาษาเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ทั้งภาษาพูด และภาษาเขียน ภาษาของไทยพวน ใช้ภาษาไทยแท้เสียงวรรณยุกต์ใกล้เคียงกับภาษาภาคกลาง มีความใกล้เคียงกับภาษาผู้ไทย หรือ ไทยภู ปัจจุบันภาษาเขียนจะแทบไม่มีคนเขียนได้ ยังคงเหลือเพียงภาษาพูด ซึ่งมีสำเนียงคล้ายเสียงภาษาถิ่นเหนือ อักษร “ร ” ในภาษาไทยกลาง จะเป็น “ฮ” ในภาษาพวน
ปัจจุบันชาวพวนยังคงสภาพความเป็นสังคมเกษตรกรรม ยังมีความผูกพันกันแน่นแฟ้นในหมู่ชาวพวน และมีความสัมพันธ์อันดีกับชาวไทยกลุ่มอื่น ยังคงพยายามรักษาประเพณี วัฒนธรรมของเผ่าพันธุ์อย่างดีแต่เพราะสภาพสังคม เศรษฐกิจ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนไป ทำให้วิถีชีวิตของชาวพวนเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง เช่น ภาษาพูด ประเพณีพื้นบ้านบางอย่างก็มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจ
ประเพณีที่สำคัญของชาวพวนได้แก่ ประเพณีกำฟ้า คำว่า “กำ” เป็นคำพวน หมายถึงการสักการะ คำว่า “ฟ้า” หมายถึงเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน หรือผู้ที่อยู่สูงเทียมฟ้า คือพวกเทวดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจเห็นได้ คำว่า “กำฟ้า ” หมายถึง การนับถือการสักการบูชาฟ้า ซึ่งจะถือเอาวันขึ้น 3 ค่ำเดือน 3 เป็นวันกำฟ้า ก่อนวันกำฟ้า 1 วัน คือวันขึ้น 2 ค่ำเดือน 3 จะถือเป็นวันสุกดิบ ในวันที่เป็นช่วงของประเพณี ชาวไทยพวนจะไม่ประกอบกิจกรรมทางอาชีพ จะไม่เข้าสวนเข้าไร่ จะหยุดกิจกรรมที่เคร่งเครียด แต่เดิมจะมีการปิดหมู่บ้านเพื่อทำกิจกรรมสันทนาการร่วมกัน อาทิเช่น วัวชน ไก่ชน การเล่นสะบ้า เล่นเบี้ย เพราะโดยนิสัยแล้วชาวไทยพวนมีอัทธยาศัยที่เป็นมิตร ชอบความสนุกสนาน ใจเย็น
ในพื้นที่ตำบลจอมจันทร์ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน มีพื้นที่โดยประมาณ 71.58 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 44,737 ไร่ พื้นที่เป็นน้ำ 5 % พื้นที่เป็นพื้นดิน 90 % เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ประมาณ 23,750 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง มีที่ราบระหว่างเชิงเขา มีลำห้วยไหล่ผ่าน แบ่งพื้นลุ่มที่เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆคือ 1. พื้นที่ลุ่มลำห้วยหลับมืนและลำห้วยสัก บริเวณ หมู่ 5 หมู่6 2. พื้นที่ลุ่มลำน้ำฮ้า บริเวณหมู่ 1,2,4,7,8 ซึ่งมีสภาพเหมาะกับการเพาะปลูกหรือทำการเกษตร และพื้นที่บ้านปางสาอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาลูกคลื่นทำการเกษตรได้เฉพาะการทำไร
ทิศเหนือ ติดกับ ต. นาเหลือง อ. เวียงสา จ. น่าน
ทิศใต้ ติดกับ ต. ไหล่น่าน อ. เวียงสา จ. น่าน ทิศตะวันออก ติดกับ อ. แม่จริม จ. น่าน
ทิศตะวันตก ติดกับ ต. ตาลชุม อ. เวียงสา จ. น่าน
มีประชากรจำนวน 1,255 ครัวเรือน 3,973 คน ประกอบอาชีพหลัก ทำสวน/ ทำไร่ อาชีพเสริม รับจ้าง, ก่อสร้าง มีหมู่บ้าน 8 หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ 1 บ้านจอมจันทร์ หมู่ที่ 2 บ้านนาเคียน หมู่ที่ 3 บ้านปางสา
หมู่ที่ 4 บ้านนาแฮน หมู่ที่ 5 บ้านหลับมืนพรวน หมู่ที่ 6 บ้านหลับมืนพรวนเหนือ
หมู่ที่ 7 บ้านจอมจันทร์เหนือ หมู่ที่ 8 บ้านนาเคียนเหนือ
คนในตำบลจอมจันทร์มี 2 ชนเผ่า คือ คนพื้นเมืองจำนวน 6 หมู่บ้าน และ คนไทยพวนจำนวน 2 หมู่บ้านคือหมู่ 5 บ้านหลับมืนพรวน และหมู่ 6 บ้านหลับมืนพรวนเหนือ
แต่ดั้งเติมมาชาวไทยพวนในตำบลจอมจันทร์ก็จะมีการดำรงชีพด้วยวิถีเกษตรกรรมมีประเพณีวัฒนธรรมที่สืบสานกันมาแต่บรรพบุรุษ นอกจากนี้ก็จะมีอาชีพอื่นเช่น การตีเหล็กซึ่งแต่เดิมจะใช้ “เตาเส่า” ในการสุมไฟในเตาเพื่อเผาเหล็ก ปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการแล้วตามความก้าวหน้าของยุคสมัย
พัฒนาการความเป็นมา
ปีพ.ศ. 2548 ในยุคของ นายเปลี่ยน อนุมา ดำรงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจอมจันทร์ ได้มีการผลักดันริเริ่มในการขอให้มีการส่งเสริมสนับสนุนประเพณีวัฒนธรรมของชาวไทยพวน โดย ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลจอมจันทร์ คุณ กนกวรรณ บุญก้อน ซึ่งเป็นชาวไทยพวนและเห็นว่าควรอย่างยิ่งที่ชาวไทยพวนในพื้นที่ควรมีการสืบสานความเป็นไทยพวน ให้เกิดการเรียนรู้ ความมีรากเหง้าของตนให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักและเผยแพร่เอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยพวนให้สาธารณะได้รับรู้ จึงมีการเสนอแผนงานต่อองค์การบริหารส่วนตำบลจอมจันทร์และได้รับอนุมัติ งบประมาณในการทำกิจกรรมจำนวน 25000 บาท และในปีเดียวกันนี้ ตำบลจอมจันทร์ก็ได้รับมอบหมายจากชมรมไทยพวนแห่งประเทศไทย ให้เป็นเจ้าภาพการจัดงานไทยพวนระดับชาติเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางเนื่องจากปัญหาทางด้านการสื่อสาร
ปี พ.ศ.2555 ได้มีการจัดตั้งวัฒนธรรม หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ นายนิพล สมภารวงศ์ซึ่งได้รับตำแหน่งประธานสภาวัฒนธรรมตำบลและได้เป็นคณะกรรมการวัฒนธรรมในระดับจังหวัด ซึ่งถือเป็นโอกาสในการให้ข้อมูลต่อที่ประชุมสภาวัฒนธรรมระดับจังหวัด ผลักดันให้เกิดลานวัฒนธรรมไทยพวนของตำบลจอมจันทร์ ขณะเดียวกันองค์การบริหารส่วนตำบลจอมจันทร์ได้นำแผนงานด้านวัฒนธรรมของ หมู่ 5และ หมู่6 พิจารณาและนำเสนอวัฒนธรรมจังหวัดน่านเพื่อบรรจุเป็นเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จนเกิดเป็นลานวัฒนธรรมไทยพวนขึ้นมา ซึ่งวัฒนธรรมจังหวัดน่านเป็นเจ้าภาพด้านงบประมาณ
ปี พ.ศ. 2559 องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) อพท.ได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ในงานลานวัฒนธรรมไทยพวน สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่านได้บรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์จังหวัดเป็นเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัดน่าน
ปี พ.ศ.2560 ตำบลจอมจันทร์ได้เป็นเจ้าภาพการจัดงานไทยพวนระดับชาติครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางขึ้น มีชาวไทยพวนจากทั่วประเทศเข้ามาร่วมงาน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสบรรยากาศวิถีวัฒนธรรมของชาวไทยพวน ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในชุมชน
ปี พ.ศ.2562 อพท.ได้เข้ามาทำเรื่องราวไทยพวนในตำบลจอมจันทร์เพื่อสื่อสารในรายการ ที่นี่เมืองน่าน และ ในปีเดียวกันนี้ ลานวัฒนธรรมไทยพวนตำบลจอมจันทร์ก็ได้รับโล่รางวัลที่ 3 ของสภาวัฒนธรรมจังหวัดน่านซึ่งถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านเกิดความภาคภูมิใจและเกิดแรงบันดาลใจในการให้ความร่วมไม้ร่วมมือในการทำกิจกรรมต่อไป
ปลัด กนกวรรณ บุญก้อน ปลัด อบต.จอมจันทร์ ลูกหลานชาวไทยพวนได้บอกเล่าความภาคภูมิใจว่า สิ่งที่ทำให้ชุมชนไทยพวน ของตำบลจอมจันทร์มีวันนี้ได้เพราะความรักความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์ เป็นสำนึกในรากเหง้าของตนเอง ต้องการบอกกล่าวให้ผู้คนได้รับรู้ ไม่อยากให้ประเพณีจารีตวัฒนธรรมที่ดีงามของชาวไทยพวนเลือนหายไปตามกาลเวลา ต้องมีการสืบสานถ่ายทอดรุ่นต่อรุ่นในคงอยู่ การจัดงานลานวัฒนธรรมไทยพวนในระดับชาติเป็นงานที่ใหญ่ แต่ได้เห็นความร่วมไม้ร่วมมือของพี่น้องในพื้นที่แล้ว “ ทึ่ง ” การจัดงานลานวัฒนธรรมเป็นการต่อยอดสิ่งดีดีที่ชุมชนมีอยู่ให้เกิด การแลกเปลี่ยนเชิงวัฒนธรรมร่วมกันทั้งของชาวไทยพวนและวัฒนธรรมอื่นๆ และเกิด มิติทางด้านเศรษฐกิจร่วมด้วย ในงานก็จะมีการจัดกิจกรรม การแสดง การสาธิต วิถีชีวิตของชาวไทยพวน ชาวไทยพวนจะพากันนุ่งห่มเครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ ผู้หญิงจะนุ่งซิ่นก่านคอควาย คือพื้นสีดำคาดแถบแดงตรงตีนผ้าซิ่น ก่านต้องแดงดำเท่านั้นจึงจะเป็นเอกลักษณ์ทีใช่ของไทยพวน เสื้อจะใส่หม้อฮ้อม ผู้ชายจะใส่หม้อฮ้อมกับเต่ว(กางเกงสะดอ)ผ้าขาวม้าขาวแดงทอมือคาดเอว มาร่วมงาน
นอกจากนั้นสิ่งที่สร้างแรงดึงดูดในงานประเพณีไทยพวนก็คือเรื่องอาหารที่สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ซึ่ง เป็นอาหารที่เป็นอาหารพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยพวนในตำบลจอมจันทร์ ได้แก่ หลามเห็ด หลามบอน หลามไก่ ยำหมอน้อย คุณ เริญ แก้วเทพ รองประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลจอมจันทร์บอกว่า “หมอน้อย” เป็นพืชเถาชนิดหนึ่งสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการนำเหง้ามาปลูก “หมอน้อย” ให้วุ้นธรรมชาติทำโดยการนำใบหมอน้อยมายีหรือตำกรองเอาแต่น้ำหมอน้อยทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมงน้ำใบหมอน้อยจะกลายเป็นวุ้นสีเขียวใสโดยไม่ต้องใส่สารปรุงแต่งใดๆลงไป สามารถนำมาทำยำทรงเครื่องเป็นของคาว ซึ่งถือเป็นอาหารธรรมชาติที่สามารถหาซื้อมารับประทานได้ในงานลานวัฒนธรรมไทยพวนที่ตำบลจอมจันทร์ นอกจากนี้ปลัดกนกวรรณ บุญก้อน ปลัดอบต.จอมจันทร์ บอกว่า “หมอน้อย” สามารถ นำมาทำของหวานได้ คือ “หมอน้อยลอยแก้ว” ซึ่งได้ให้ ผดด.(ผู้ดูแลเด็กเล็กได้ดัดแปลงและทดลองทำ) รสชาติอร่อย
จากการประเมินภาพรวมของการจัดงานลานวัฒนธรรมไทยพวน จากการสอบถามชาวบ้านที่เป็นแม่ค้าขายอาหารและขายสินค้าชุมชนพบว่าการจัดงานลานวัฒนธรรมไทยพวน ทำให้เกิดรายได้ให้กับร้านค้าต่างๆซึ่งยังไม่ได้มีการเก็บข้อมูลเชิงสถิติที่มีความแม่นยำในเรื่องของตัวรายได้ที่เป็นตัวเงิน แต่สังเกตได้จากจำนวนนักท่องเที่ยว ปริมาณอาหาร และสินค้าที่นำมาจำหน่ายในงาน ในระยะตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมาถือเป็น “ยุคทองของชาวไทยพวน”
แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของชาวไทยพวนที่เป็นกังวล คือ อักขระของภาษาไทยพวนซึ่งในจังหวัดน่านเองนั้นยังไม่ได้มีการถ่ายทอดและการสืบทอด เพราะยังขาดพลังในการขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม รวมถึงการขาดคนรุ่นใหม่ๆที่มีความเข้าใจชุมชนและเป็นกลไกในการจัดกระบวนการของชุมชน และคนในชุมชนบางส่วนก็ยังมีความเห็นว่าเป็นเรื่องของ อบต. เป็นเรื่องของพี่น้องชาวไทยพวนเท่านั้น งบประมาณก็มีน้อย มองไม่เห็นความสำคัญของการสืบสานวัฒนธรรมของพี่น้องชาวไทยพวน สิ่งที่อยากทำแต่ยังไม่สามารถทำได้คือการจัดให้หมู่บ้านไทยพวนเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมแบบถาวร เช่น การสร้างที่อยู่อาศัยอยากให้มีศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยพวนอย่างแท้จริงให้วัสดุที่มาจากธรรมชาติไม่ใช้วัสดุแบบสมัยใหม่ การฟื้นฟูอาชีพของบรรพบุรุษเช่น การตีเหล็กแบบโบราณ เครื่องจักสาน การทอผ้า ให้คนที่เข้ามาเที่ยวตำบลจอมจันทร์ได้สัมผัสวิถีชีวิตกลิ่นอายเสน่ห์ของชาวไทยพวนที่นี่ ปัจจุบันทำได้แบบเป็นงานอีเว้นเพียงอย่างเดียวเฉพาะกิจกรรมในช่วงการจัด ลานวัฒนธรรม ของงานประเพณี “กำฟ้า” คนในพื้นที่เองยังไม่สามารถเอาศักยภาพของตัวเองขึ้นมาแสดงต่อสาธารณะได้อย่างเต็มที่และด้วยการมีอาชีพเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียวจึงมุ่งเฉพาะเรื่องของการทำมาหากินเป็นหลัก ซึ่งมีแนวคิดที่พาแกนนำพี่น้องไทยพวนไปศึกษาดูงานในต่างพื้นที่เพื่อนำมาพัฒนาฝีมือ และพัฒนาการทำการท่องเที่ยวโดยชุมชนของตำบลให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
นายนิพล สมภารวงศ์ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลจอมจันทร์ กล่าวว่า นอกจากการจัดการในพื้นที่ลานวัฒนธรรมแล้ว พื้นที่ชุมชนใกล้เคียงก็ได้รับอานิสงส์จากการจัดงานดังกล่าวด้วย ซึ่งตำบลจอมจันทร์ มีแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลายแห่งที่สามารถเชื่อมโยงกัน เช่น โรงเรียนชาวนาที่บ้านนาเคียน กลุ่มจักสานที่บ้านจอมจันทร์ ผาโงก ซึ่งเป็นโอกาสของการเผยแพร่ความรู้และสื่อสารให้คนรู้ว่ามาเที่ยวงานประเพณีไทยพวนที่ตำบลจอมจันทร์ สามารถเที่ยวต่อในพื้นที่แบบได้ปัญญาและได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติ ส่งเสริมการสร้างอาชีพสร้างรายได้สร้างเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น ให้คนในชุมชนท้องถิ่นพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
หลักคิด/แนวคิด
- ต้องการชูความเป็นเอกลักษณ์วัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่น(ชาวไทยพวน)
- ภาคภูมิใจในรากเหง้า ความเป็นตัวตน ความเป็นชาติพันธุ์ของชาวไทยพวน
- ต้องการสื่อสารแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายวัฒนธรรม
- สร้างสำนึกรักบ้านเกิดสำนึกในรากเหง้าวิถีให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อการสืบสานจารีตประเพณีของตน
- อยากให้คนในชุมชนมีรายได้
กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน
- ประชุมหารือกันของคนในชุมชน
- เสนอแผนงานต่อ อบต.ให้มีการสนับสนุนกิจกรรม
- ตั้งคณะกรรมการลานวัฒนธรรมไทยพวน จากผู้นำท้องที่ และคณะกรรมการผู้นำของชาวไทยพวน
- ประชุมเฉพาะกิจกรรม มอบหมาย บทบาท ภารกิจ
- สร้างความร่วมมือภายในชุมชน
- เสนอแผนงานต่อหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนได้ เช่น วัฒนธรรมจังหวัด
- บรรจุเข้าในแผนยุทธศาสตร์จังหวัด
- การเชื่อมโยงเครือข่ายชาวไทยพวนในระดับจังหวัดและระดับชาติ
- การสื่อสารประชาสัมพันธ์
เทคนิค/ทักษะ
- ใช้ความเป็นชาติพันธุ์ความเป็นเอกลักษณ์ในการสร้างการมีส่วนร่วมสร้างพลัง
- ผู้นำหนักแน่นและอดทน
- การแสวงหาภาคีในการสนับสนุน
- การใช้สื่อโซเซี่ยลมีเดียในการขยายข้อมูลข่าวสาร
กลไกการจัดการ(กลุ่ม/องค์กร/เครือข่าย/บทบาท)
- คณะกรรมการชนเผ่า(หมู่บ้านไทยพวน)ทำหน้าที่ดำเนินงานลานวัฒนธรรม
- คณะกรรมการระดับตำบล ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น
- องค์การบริหารส่วนตำบลจอมจันทร์ทำหน้าที่ในการหนุนเสริมงบประมาณและกระบวนการ
- อพท.ให้การสนับสนุนในการทำสื่อประชาสัมพันธ์
- วัฒนธรรมจังหวัดน่านสนับสนุนงบประมาณและการบรรจุเข้าแผนยุทธศาสตร์จังหวัด
- ชมรมไทยพวนแประเทศไทย เป็นภาคีเครือข่ายในการประสานงานกับชาวไทยพวนพื้นที่อื่นๆ
เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางสังคม 3 ระดับ
ชุมชน
- คนในชุมชนมีพลังมีความสามัคคีร่วมไม้ร่วมมือในการทำกิจกรรมของชุมชน
- ประเพณีวัฒนธรรมถูกฟื้นฟูตีแผ่เกิดความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง
- วิถีการกิน การอยู่ อาหารพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ถูกนำมาสร้างมูลค่าเป็นรายได้
- เครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ได้ถูกฟื้นฟูให้ขึ้นมาให้เป็นที่นิยมสวมใส่
- ระบบเศรษฐกิจในชุมชนเกิดการขับเคลื่อน คนในชุมชนมีรายได้จากการจัดงานลานวัฒนธรรมไทยพวน มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน
- เกิดแนวทางในการพัฒนาชุมชน ต่อยอดจากต้นทุนเดิมของชุมชนที่มีอยู่
- เกิดการเชื่อมร้อยกลุ่มองค์กรต่างๆในชุมชนเข้าด้วยกัน
สังคม
- คนในสังคม หรือ ชุมชนข้างเคียง ได้รับอานิสงส์จากการจัดงานลานวัฒนธรรมไทยพวน มีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน
- เกิดการเชื่อมโยงกันมากขึ้นของชาวไทยพวน จากการสร้างเครือข่าย การเชื่อมโยงกลุ่มชาติพันธุ์
- ทำให้คนในสังคมรับรู้ถึงความเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยพวน
- ทำให้คนในสังคมได้รู้จักให้ความสนใจรู้จักตำบลจอมจันทร์มากขึ้น
นโยบายรัฐ
- อบต.จอมจันทร์สนับสนุนการดำเนินการ สนับสนุนงบประมาณ เชื่อมโยงหน่วยงานภาคีความร่วมมือ
- ได้รับรางวัลด้านวัฒนธรรมระดับจังหวัดและถูกบรรจุเข้าแผนยุทธศาสตร์จังหวัดน่าน
- นโยบายของหน่วยงานภาครัฐในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
- อพท. ได้จัดทำสื่อในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้ในวงกว้างขึ้น
ผลลัพธ์ความสำเร็จ
เชิงคุณค่า
ด้านเศรษฐกิจ
- ชุมชนและครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชน เช่น อาหาร ผ้าทอ
- เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการนำอาหารพื้นถิ่นขึ้นมาเป็นสินค้าของชุมชน ในงานลานวัฒนธรรมไทยพวน
- คนในชุมชนมีส่วนร่วมเกิดความร่วมมือรู้บทบาทหน้าที่
- คนในสังคมมีการเชื่อมโยงกันมากขึ้นจากการเชื่อมโยงพื้นที่ภายใต้การท่องเที่ยวโดยชุมชนภายใต้เส้นทางท่องเที่ยวภายในตำบลและชุมชนข้างเคียง
- พืชพื้นถิ่นได้รับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู คิดค้นต่อยอดให้เกิดมูลค่ามากขึ้น
ด้านทรัพยากร
- ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ต้นทุนที่มีในชุมชนอย่างคุ้มค่า
- ทำให้อาหาร พืชพื้นถิ่น มูลค่าทางเศรษฐกิจ
- พืชพื้นถิ่นได้รับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู เช่นต้นหมอน้อย
- เกิดแนวคิดในการสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัย ปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมี
เชิงมูลค่า
- ร้านค้ามีรายได้จากการขายอาหารและผลิตภัณฑ์ของชุมชน(ยังไม่มีตัวเลขเชิงสถิติที่ชัดเจน)
- อบต.ให้การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 25000 บาทเป็นงบตั้งต้น
- วัฒนธรรมจังหวัดสนับสนุนงบประมาณและเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ลานวัฒนธรรมไทยพวน
ปัจจัยความสำเร็จ(ภายใน)
- ชุมชนมีแกนนำที่มีวิสัยทัศน์ มีความเข้มแข็ง ความอดทน
- ลูกหลานชาวไทยพวนที่เป็นแกนนำชุมชนและเป็นข้าราชการของท้องถิ่นที่เป็นแรงผลักดัน
- แกนนำชุมชนมีความสามารถในการเชื่อมประสานมีโอกาส ช่องทางและความกล้าในการนำเสนอ
- อบต.ให้การสนับสนุน
- ความเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยพวน
- การชูความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การสร้างสำนึกรักถิ่นเกิดความภาคภูมิใจในชาติพันธุ์ของตนเอง
- ความร่วมมืออย่างแข็งขันของชาวไทยพวนในพื้นที่
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ(ภายนอก)
- มีหน่วยงานที่เป็นที่ปรึกษามาให้ความรู้และสนับสนุน เช่น วัฒนธรรมจังหวัดน่าน
- การสื่อสาร โซเชี่ยลมีเดียที่ทำให้มีการรับรู้อย่างกว้างขวางเข้าถึงง่ายขึ้น
- อพท.ทำสื่อประชาสัมพันธ์ ออกรายการ ที่นี่เมืองน่าน
- นโยบายของรัฐ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
- การถูกบรรจุเข้าในแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัด
- การมีชมรมไทยพวนแห่งประเทศไทย
แนวทาง/แผนที่จะทำต่อในระยะข้างหน้า
- พัฒนาจัดระบบศูนย์การเรียนรู้วิถีประเพณีวัฒนธรรมของชาวไทยพวนให้มีความถาวร
- พัฒนาต่อยอดการแปรรูป อาหารพื้นถิ่น
- การสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัย เพื่อสุขภาพของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมเยือนชุมชน
- เชื่อมโยงศูนย์การเรียนรู้ต่างๆของชุมชนอย่างเป็นระบบ
- การพัฒนาบุคลากรของชุมชนให้มีทักษะมีความรู้ในการพัฒนาฝีมือด้านผลิตภัณฑ์ของชุมชน
- การฟื้นฟูสืบสานการเรียนรู้ด้านอักขระภาษาเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวไทยพวน






