ตำบลพระพุทธบาท มีเนื้อที่ทั้งหมดโดยประมาณ 39.84 ตารางกิโลเมตรหรือ 24,900 ไร่ ห่างจากจังหวัดน่าน 79 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอเชียงกลางประมาณ 2 กิโลเมตร
อาณาเขต
ทิศเหนือจด ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน
ทิศใต้จด ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน
ทิศตะวันออกจด ตำบลเชียงกลาง อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน
ทิศตะวันออก ตำบลสองแคว อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน
เขตการปกครอง มีจำนวน 10 หมู่บ้าน ดังนี้
หมู่ที่ 1 บ้านซาววา หมู่ที่ 2 บ้านสลี หมู่ที่ 3 บ้านวังทอง หมู่ที่ 4 บ้านภูแหน
หมู่ที่ 5 บ้านไฮหลวง หมู่ที่ 6 ป่าเลา หมู่ที่ 7 บ้านแคว้ง หมู่ที่ 8 บ้านเหล่า
หมู่ที่ 9 บ้านอ้อ หมู่ที่ 10 บ้านตึ๊ด
ประชากร
มีประชากรทั้งสิ้น 5,200 คน แยกเป็น ชาย 2,633 คน หญิง2,567 คน แยกเป็น
จุดก่อเกิด “ซาววาสายน้ำเศรษฐกิจ”
จากบริบทพื้นที่ของหมู่บ้านริมแม่น้ำ ชื่อว่า “บ้านซาววา” ที่มีแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดน่านและของประเทศไทยไหลผ่านพื้นที่ ด้วยวิสัยทัศน์ อันแหลมคมของผู้นำชุมชนและความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านในการพลิกสถานการณ์ด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปกป้องแหล่งทรัพยากรจากการปฏิบัติการระดับนโยบายของการพัฒนาที่ไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของคนในชุมชนมากนักเพราะเป็นการพัฒนาที่ส่งผลกระทบต่อวิถีความเป็นอยู่จึงเกิดกุศโลบายในการใช้การพัฒนาทางเศรษฐกิจเพื่อปกป้องทรัพยากรสิ่งแวดล้อมของชุมชนด้วยชุมชนเอง ซึ่งแต่เดิมนั้นฐานคิดในการวางรากฐานด้านเศรษฐกิจของชุมชนเริ่มมาจาก
ปี2551 ชุมชนมีการจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชน
ปี2552 เริ่มมีคนเข้ามาศึกษาดูงานสถาบันการเงิน คณะกรรมการจึงมีการประชุมและมีการหารือกันว่า คนมาดูงานอย่างน้อยต้องใช้เวลา 2 วันในการเข้ามาศึกษาพื้นที่ จึงควรมีห้องพักในการรับรอง เพื่อให้คนเข้ามาศึกษาดูงานได้รู้จักชุมชนมากขึ้นและชุมชนจะได้มีรายได้บ้างจากการที่คนนอกชุมชนเข้ามาในหมู่บ้าน
ปี2553 จึงได้ริเริ่มในการทำโฮมสเตย์เพื่อรองรับคนมาศึกษาดูงาน มี ครัวเรือน 10ครัวเรือนเข้าร่วมโครงการและมีการดำเนินการจนถึงปัจจุบัน
ปี 2558 -2559 มีสถานการณ์ของการพัฒนาแม่น้ำน่านด้วยการขุดลอกของหน่วยงานภาครัฐ ชาวบ้านซาววา ไม่ต้องการให้บริเวณลำน้ำน่านในหมู่บ้านมีการขุดลอกเพราะชาวบ้านเห็นว่าเป็นการทำลายระบบนิเวศน์แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ พืชน้ำที่เป็นประโยชน์ของชุมชน จึงมีแนวคิดในการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ลำน้ำน่าน ประกอบกับการไปศึกษาดูงานที่บ้านบัว จังหวัดพะเยาด้านสถาบันการเงินและการเชื่อมโยงงานด้านเศรษฐกิจชุมชน เห็น แนวคิดจากการเห็นซุ้มที่สร้างขึ้นคร่อมลำเหมืองเล็กๆในหมู่บ้าน บ้านบัว จึงเกิดแนวคิดต่อยอดในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่หาดของแม่น้ำน่านบริเวณหมู่บ้านซาววาซึ่งเป็นต้นทุนด้านทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน และเกิดกุศโลบายและกลยุทธ์ในการป้องกันการขุดลอกในช่วงฤดูแล้ง ด้วยเป็นเหตุผลหนึ่งที่หน่วยงานจะไม่สามารถดำเนินการขุดลอกได้เนื่องจากชาวบ้านได้ลงทุนประกอบการด้านการท่องเที่ยวไปแล้ว ในเดือนมีนาคม 2559 ได้เริ่มมีการประชาคมหมู่บ้านโดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่ในการเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นร่วมกัน จึงได้มีการวางแผนการดำเนินงานร่วมกันของคนในชุมชน ประกอบกับระยะนี้มีกลุ่มคนหนุ่มสาวที่มีความรู้ความสามารถด้านสื่อสาร โซเซี่ยลมิเดีย คือ คุณ วีรชน นิลคง ที่อยู่หมู่บ้านสลี ที่เป็นชุมชนข้างเคียง และเป็นเพื่อนกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านซาววา ได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยทำเพจ “บ้านฮาอยู่น่าน” และการช่วยออกแบบซุ้มการปรับภูมิทัศน์บริเวณหาด ทำจุดเช็คอิน จากนั้นจึงมีการตั้งคณะกรรมการกลุ่ม “แอ่วซาววาม่วนใจ๋” ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการหมู่บ้าน กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มเยาวชน กลุ่ม อสม. ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น โดยแบ่งบทบาทหน้าที่ เช่น อสม.ดูแลด้านสิ่งแวดล้อม เด็กเยาวชน ชุดเล็กให้เป็นกลุ่มจัดการขยะ ในการตั้งตนการเริ่มโครงการได้ใช้เงินยืมลงทุนจากสถาบันการเงินของชุมชนจำนวน 100,000 บาท ในการลงทุนประกอบการของชุมชน
การดำเนินงานในปีแรกจากการคาดคะแนน ปรากฏว่าเกิดการพลิคล็อค เนื่องจากมีท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวที่หาดเป็นจำนวนมาก ชุมชนเกิดการตั้งรับไม่ทันแต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ เกิดปัญหาซุ้มไม่พอนั่ง จึงใช้การประสานงานกับหน่วยงานที่รู้จักโดยใช้สายสัมพันธ์ส่วนบุคคลเป็นตัวเชื่อม เช่นให้สถาบันการเงินประสานผ่าน ออมสิน ธกส.ในการขอ ร่มใหญ่เพื่อกางให้นักท่องเที่ยว
สำหรับอาหารรองรับนักท่องเที่ยว เน้นเป็นอาหารประเภท ยำต่างๆ อาหารพื้นถิ่นที่แม่บ้านในชุมชนรวมตัวกันเป็นร้านค้าสามารถทำได้ เช่น ยำผักกูด ยำหน่อไม้ มีเครื่องดื่มน้ำดื่มบริการ รวมถึงเครื่องดื่มประเภท แอลกอฮอล์ที่มีการจัดโซนพิเศษต่างหากให้ มีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
การบริหารจัดการหาดนั้น จะเริ่มตั้งแต่การทำซุ้มจะจัดการโดยการแบ่งหมวด 4 หมวดของหมู่บ้านซาววามาช่วยกันทำทุกหมวด มีการประชุมนัดหมายกัน ตัดไม้ไผ่ทำซุ้ม ระดมทุนเป็นวัสดุอุปกรณ์ เช่นการขอรับบริจาคไม้ทำซุ้ม เป็นต้น การขายอาหารจะให้กลุ่มแม่บ้านหมู่บ้านซาววาเท่านั้นเป็นผู้ขายไม่รับแม่ค้าจากนอกชุมชน ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาด้านการบริหารจัดการ นอกจากอาหารเครื่องดื่ม จะมีสินค้าโอท้อป ประเภท เสื้อผ้าพื้นเมือง ผลไม้ตามฤดูกาลจำหน่ายร่วมด้วย ในการจัดเก็บรายได้นั้นค่าบริการในการนั่งซุ้มริมน้ำ ในต้นฤดูกาลหาดจะจัดเก็บซุ้มละ 50 บาทโดยเริ่มทำหาดตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ถึง 9 เมษายน มีข้อตกลงของชุมชนในการแบ่งรายได้ต่อวันจำนวน 3 เปอร์เซนต์ให้กับคนทำงาน ซึ่งชาวบ้านทั้ง 114 ครัวเรือนจะเข้าร่วมทุกครัวเรือน ซึ่งก็จะมีเรื่องการจัดการด้านการรักษาความสะอาด การดูแลความปลอดภัย การให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม ซึ่งในปีนี้ เทศบาลพระพุทธบาทเชียงคาน ได้เข้ามาสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนโดยการเข้ามาฝึกอบรมการช่วยเหลือคนจมน้ำ การทำป้ายระเบียบปฏิบัติ จุกพักเมา จุดห้ามสูบบุหรี่ เขตน้ำลึก ทั้งนี้เป็นการหนุนเสริมในการป้องกันการเกิดเหตุการณ์ความสูญเสีย ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
สรุปรายรับทั้งหมดของการดำเนินการ ปี 2559 ชุมชนซาววามีรายได้จากกิจการหาดซาววา ราวๆ 1 ล้านบาท มีการหักค่าใช้จ่ายในการลงทุนทั้งหมดและค่าตอบแทนคนทำงาน คณะกรรมการต่าง และใช้คืนสถาบันการเงินชุมชน เหลือเป็นเงินกองกลาง โดยเปิดบัญชีเป็น กองทุนซาววาม่วนใจ๋ 50,000 บาท
ปี 2560 ชุมชนหยุดกิจการเพราะได้รับงบประมาณจากสำนักโยธาธิการและผังเมือง จำนวน 18 ล้านบาท ในการการทำผนังกันตลิ่งพังบริเวณน้ำน่าน เขตพื้นที่บ้านซาววา ซึ่งการเข้ามาของสำนักโยธาธิการและผังเมือง ทำให้ชุมชนไประโยชน์มาก และเป็นการพัฒนาที่ชุมชนและท้องถิ่นเห็นชอบด้วย เนื่องจากไม่ได้ทำลายระบบนิเวศน์ของน้ำน่าน และมีการทำบันไดลงแม่น้ำ ทำไฟกิ่ง การทำฝายชะลอน้ำเพื่อดักขยะลงแม่น้ำน่าน และ ให้หินทรายในการนำไปถมสุสานของชุมชนด้วย ในระยะนี้จากการดำเนินการ หาดซาววาทำให้เกิด ร้านค้า สถานที่ให้บริการด้านอาหาร เสียงดนตรี ของคนรุ่นใหม่เกิดขึ้น เป็นการดึงคนรุ่นใหม่ให้อยู่ในชุมชนได้และเยาวชนคนรุ่นใหม่มีรายได้ เช่น ร้านน้อยหน่า ร้านฮิมตะฝั่ง ครัวอินดี้
ปี 2561 การดำเนินกิจการมีรายได้ลดลงเนื่องจากมีการเลียนแบบกันในหลายพื้นที่ในจังหวัดแต่ก็มีรายได้ อยู่ที่ 900,000 บาท และในปีนี้เอง อพท.ได้ทำสื่อในการนำเสนอเพื่อการประกวดด้านการท่องเที่ยว ซึ่งมีการเข้ามาแจ้งในที่ประชุมหมู่บ้าน แต่ไม่ได้ทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรถึงข้อตกลงต่างๆ ทำ ได้รับรางวัล 1.000,000 บาท แต่ชุมชนได้รับการสนับสนุนเป็นเงินเพียง 50,000 บาทเท่านั้น ในการสนับสนุนกิจกรรมของชุมชน การจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ อยู่ที่ คณะของ อพท.ทั้งหมด
ในปี 2562 รายได้ของกิจการก็ทรงตัวแต่กิจการร้านต่างๆของเยาวชน คนรุ่นใหม่ขยายตัวขึ้น และ คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในการเป็นแกนนำชุมชนมากขึ้น ผลประกอบการของหาดซาววาในปีนี้ได้มีการประชุมตกลงกันในหมู่บ้านว่าจะนำไปปรับปรุงซ่อมแซมโบสถ์ ซึ่งมติที่ประชุมเห็นชอบ การริเริ่มในการสร้างเศรษฐกิจโดยการมีส่วนร่วมของทุกคนในชุมชน ทำให้เกิดมิติทางสังคมร่วมด้วย คนในชุมชนเกิดทั้งรายได้ทั้งการทำหาดซาววาและที่ทำการเกษตรทั้งในหมู่บ้านและหมู่บ้านข้างเคียงได้จำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรร่วมด้วย เช่น ผลไม้ตามฤดูกาลที่วางหน้าบ้านขายกันเอง มีคนมาเที่ยวแวะซื้อหาไปรับประทาน ทำให้เกิดการขับเคลื่อน หมุนเวียน ของ ระบบเศรษฐกิจในชุมชนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ก็ทำให้ชุมชนมีการปรับภูมิทัศน์ของชุมชนให้สะอาดสวยงามมากขึ้น และสิ่งสำคัญคือ คนในชุมชนได้มีพัฒนาการด้านการจัดการตนเอง สร้างความรักความสามัคคี สร้างสรรค์สังคมที่ดีร่วมกัน
มุมมององค์ความรู้ 4 มิติ
หลักคิด/แนวคิด
- การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชน
- สร้างงานสร้างรายได้
- การพัฒนาบนฐานทรัพยากรที่ชุมชนมี
- การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ชุมชนเข้มแข็งมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน
กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน
- จุดประกายความคิดจากการศึกษาดูงาน
- การพัฒนาต่อยอดจากการหาแนวทางแก้ไขปัญหาทางด้านทรัพยากรของชุมชน
- การพูดคุยปรึกษาหารือของคนในชุมชน
- การดึงศักยภาพคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมทำงาน
- การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลทุนชุมชน
- ระเบิดจากข้างในของคนในชุมชน พร้อมที่จะลงมือทำ
- การเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย/การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
- การรวมกลุ่มเป็น “กลุ่มซาววาม่วนใจ๋”
- ตั้งคณะกรรมการในการบริหารจัดการจำนวน 30 คน
- มีการประชุมทบทวนการทำงานการวางแผนงานอย่างสม่ำเสมอ
- มีการบริหารจัดการทุนภายในชุมชนเพื่อใช้ในการดำเนินงาน
- การทำข้อตกลงการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เป็นธรรม
- เชื่อมโยงภาคีพัฒนาทั้งภาครัฐ เอกชนเพื่อเสริมทักษะและศักยภาพในการดำเนินงาน
- การทำสื่อประชาสัมพันธ์/โปรโมทชุมชนให้เป็นที่รู้จัก
- การสรุปบทเรียนและวางแผนการต่อยอดปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป
เทคนิค/ทักษะ
- ระเบิดจากข้างในของคนในชุมชน
- ดึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วย
- สร้างความเป็นเจ้าของการมีส่วนร่วมทำด้วยกันทุกครัวเรือนมีผลประโยชน์หน้าที่ความรับผิดชอบการวางแผนร่วมกัน
- กำหนดปัญหาร่วม คือเรื่องทรัพยากร ใช้การดำเนินงานทางเศรษฐกิจแก้ไขปัญหา ทำให้เกิดรูปธรรม
- การกระจายผลประโยชน์ที่เป็นธรรม
- การแสวงหา เชื่อมโยงภาคีพัฒนาหลายภาคส่วน/ศึกษาเรียนรู้
- การสร้างเรื่องราวของชุมชน สื่อสารประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จัก
- หลักของการเปิดเผย โปร่งใส
กลไกการจัดการ
- คณะกรรมการดูแลหาด จำนวน 30 คน ประกอบด้วยกรรมการหมู่บ้าน 15 คน และผู้นำอื่นๆ 15 คน
- คนรุ่นใหม่
- กำนันผู้ใหญ่บ้านในตำบลพระพุทธบาท เป็น ที่ปรึกษา
- สภาองค์กรชุมชนตำบลพระพุทธบาท เป็นเวทีในการหารือร่วมหน่วยงานภาคี
- พอช.สนับสนุนงบประมาณในการประชุมหารือผ่านสภาองค์กรชุมชนตำบล
เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางสังคม 3 ระดับ
- เกิดคนรุ่นใหม่ในการเป็นแกนนำพัฒนาชุมชน
- กลุ่มและคนในชุมชนเกิดการเรียนรู้ มีการนำสื่อโซเซี่ยลมาใช้
- กลุ่มมีการเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการร่วมกันมากขึ้น
- มีการเปิดพื้นที่เชื่อมโยงคนภายนอกมากขึ้น
- คนในชุมชนมีอาชีพใหม่มีรายได้สู่ชุมชนมากขึ้น
- คนในชุมชนมีความรู้เรื่องงานบริการและการบริหารจัดการโดยชุมชนมากขึ้น
- คนในครอบครัวมีความภาคภูมิใจที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
- เกิดการนำรายได้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของครบครัวและสังคม
- กลุ่มสตรี กลุ่มผู้อายุมีงาน มีรายได้ จากการทำให้บริการอาหารและการขายผลผลิตทางการเกษตร
- เกิดการพัฒนาการปรับภูมิทัศน์ให้ชุมชนสะอาดน่ามองมากขึ้น
- เกิดร้านหรือธุรกิจของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่
สังคม
- เกิดการตื่นตัวกระแสการพัฒนาตนเองด้านเศรษฐกิจของทุกหมู่บ้านในตำบล
- กระสังคมมีการตื่นตัวเรื่องการท่องเที่ยวโดยชุมชน
- มีคนรุ่นใหม่กลับมาพัฒนาบ้านเกิด มีบทบาทในชุมชน
- คนในสังคมชุมชนเห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผลลัพธ์จากการร่วมกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- คนในชุมชนมีอาชีพมีรายได้เพิ่มขึ้น
- ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้นทุนทางธรรมชาติของชุมชนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับคนในชุมชน
- ชุมชนเป็นที่รู้จักของสังคมภายนอก
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ทรัพยากรฯมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมากขึ้น ในที่นี้คือแม่น้ำน่าน
- ชาวบ้านรักและหวงแหนทรัพยากรฯมากขึ้นจากการได้ประโยชน์ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมจากการท่องเที่ยว
- เกิดความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้นจากดูแลรักษาของชุมชน
นโยบายรัฐ
- อพท. มาทำสื่อนำเสนอทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
- อบต.สนับสนุนกิจกรรมด้านการป้องกันการเกิดเหตุ การสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 30000 บาท
- พช.สนับสนุนเรื่องขององค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยว
- โยธาและผังเมืองสนับสนุนงบประมาณในการทำผนังกันตลิ่งพังและการปรับภูมิทัศน์ริมตลิ่ง
- ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาศักยภาพด้านเศรษฐกิจโดยการการท่องเที่ยวโดยชุมชน
- หน่วยงานสนับสนุนการดำเนินการ เช่น ออมสิน ธกส.
- พอช.สนับสนุนงบประมาณในการพูดจาผ่านสภาองค์กรชุมชนตำบล
ผลลัพธ์ความสำเร็จ
เชิงคุณค่า
ด้านเศรษฐกิจ
- ชุมชนมีรายได้จากการจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ชุมชน
- เกิดการกระจายรายได้ในชุมชนและนอกพื้นที่ชุมชน
- ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนและผลผลิตชุมชน สร้างมีมูลค่าทางเศรษฐกิจขึ้น
ด้านสังคม
- เป็นการเปิดชุมชนให้สังคมภายนอกได้รู้จักชุมชนซาววา และ ตำบลพระพุทธบาท มากขึ้น
- เป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพในการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรของคนในชุมชน
- เพิ่มความตระหนักรู้ในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของคนในชุมชน
- เกิดการใช้ทรัพยากรชุมชนอย่างคุ้มค่าป้องกันการพัฒนาที่ทำลายสมดุลทางธรรมชาติ
เชิงมูลค่า
- ชุมชนมีรายได้อยู่ที่ 900000- 1000000 บาทต่อปี
- ชุมชนได้รับการสนับสนุนจากท้องถิ่น จำนวน 30000 บาท
- ชุมชนได้รับอานิสงส์จากการทำผนังกันตลิ่งพังของโยธาและผังเมืองงบ 18 ล้านบาท
- ชุมชนได้รับงบสนับสนุนจาก อพท. จำนวน 50000 บาท
ปัจจัยความสำเร็จ(ภายใน)
- ความเข้มแข็งของแกนนำรุ่นใหม่
- ผู้นำชุมชน มีวิสัยทัศน์และเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง
- มีทุนทางธรรมชาติที่เปน็นจุดขายทางการท่องเที่ยว แม่น้ำน่าน
- สร้างการมีส่วนร่วมโดยเป็นกิจการหน้าหมู่ของชุมชน
- การมีกติกาข้อบังคับการบริหารจัดการกลุ่ม
- การจัดสรรผลประโยชน์ที่เป็นธรรม
- หลักการแห่งความจริง ความเปิดเผยและโปร่งใส
- มีการประชุมอย่างสม่ำเสมอ สรุปงานเพื่อปรับปรุงพัฒนา
- มีสถาบันการเงินชุมชนที่เป็นแหล่งเงินลงทุน
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ(ภายนอก)
- มีหน่วยงานให้การสนับสนุนงบประมาณและองค์ความรู้ เช่น เทศบาลพระพุทธบลทเชียงคาน พช. พอช. โยธาธิการและผังเมือง
- พฤติกรรมหรือเทรนด้านการท่องเที่ยวของคนยุคปัจจุบัน
- นโยบายของรัฐในการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน
- เทคโนโลยีด้านการสื่อสาร
แนวทาง/แผนที่จะทำต่อในระยะข้างหน้า
- ปรับปรุงภูมิทัศน์ชุมชนให้สะอาดสวยงามเสมอ
- พัฒนายกระดับการบริการจัดการ
- การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกันทั้งตำบล
- การทำปฏิทินการท่องเที่ยว
- การทำจุดจำหน่ายสินค้าโอทอปตำบล
- การพัฒนาจุดเชคอินและเชนเตอร์ในการให้บริการตรวจเชคคนเข้าออกเพื่อความปลอดภัยของชุมชน
- การเก็บข้อมูลเชิงสถิติ
- การพัฒนาถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน






