ตำบลผาตอ เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอท่าวังผามี 7 หมู่บ้านดังนี้ หมู่ 1 บ้านวังทอง หมู่ 2 บ้านนาหนุน 2 หมู่ 3 บ้านแหน 2 หมู่ 4 บ้านน้ำพุ หมู่ 5 บ้านน้ำโมง หมู่ 6 บ้านสบเป็ด หมู่ 7 บ้านนาหนุน 3
อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ ติดต่อตำบลนาไร่หลวง อำเภอสองแคว
ทิศตะวันออก ติดต่อตำบลเจดีย์ชัย อำเภอปัว และตำบลพระพุทธบาท อำเภอเชียงกลาง
ทิศใต้ ติดต่อตำบลริม และตำบลแสนทอง อำเภอท่าวังผา
ทิศตะวันตก ติดต่อตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา
พื้นที่
มีพื้นที่ 50.85 ตร.กม. หรือ 31781.25 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่ในพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มและที่ราบเชิงเขา มีภูเขาล้อมรอบ
มีประชากรจำนวน 1,397 ครัวเรือน 5,273 คน
ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพ อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน/ ทำไร่ อาชีพเสริม ค้าขายและรับจ้างทั่วไป
ด้านสังคม
เป็นชุมชนที่มีหลากหลายวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันได้ มีชาวม้ง ชาวไทยลื้อ พื้นเมือง มีการนับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ และศาสนาคริสต์ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการนับถือในพี่น้องชาวม้ง และมีการนับถือผี นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามแบบอย่างบรรพบุรุษสืบต่อกันมา
จุดเริ่มต้นของการปลูกมะม่วงสู่การพัฒนาเป็นมะม่วงเพื่อการส่งออก
ช่วง 30ปี ที่ผ่านมาตำบลผาตอคือพื้นที่ปลูกมะม่วงที่สำคัญของจังหวัดน่าน พื้นที่ปลูกคือ บริเวณบ้านสบเป็ด บ้านนาหนุน บ้านน้ำปุ๊ บ้านน้ำโมง และมักมีประเด็นปัญหาซ้ำซากคือ มีมะม่วงไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดและบางปีก็ผลผลิตล้นตลาดราคาตก นอกจากมะม่วงแล้ว บ้านสบเป็ดจากยังมีการปลูก ลำไย ลินจี่ ขิง เป็นพืชเศรษฐกิจร่วมด้วย ราวปี 2546-2547 มะม่วงจากตำบลผาตอได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดมะม่วงในงาน เกษตรน่าน ในปี 2553-2554 สถานการณ์ราคามะม่วงโดยทั่วไปดิ่งลง ราคาถูกมาก ชาวสวนแทบไม่มีกำไรจากการทำมะม่วง
ปี 2555 ได้มีพ่อค้าคนกลางจากจากอำเภอเวียงสา เข้ามาในพื้นที่และได้ข้อมูลแนะนำเรื่องของการส่งออกมะม่วงไปต่างประเทศ ที่โดยจะมาเป็นผู้รับซื้อมะม่วงจากชุมชนเอง จากข้อแนะนำส่งเสริมของ พ่อค้าคนกลางจากต่างถิ่น จึงทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้เริ่มมีการผลิตมะม่วงเขียวเสวยเพื่อการส่งออก ต่อมาจากการมีพ่อค้าคนกลางเพียง 1 รายก็เพิ่มขึ้น เริ่มมีพ่อค้าจากจังหวัดราชบุรี จังหวัดพิษณุโลก เข้ามาติดต่อ
ในระยะนี้หน่วยงานเกษตรอำเภอก็เข้ามาส่งเสริมให้ความรู้ในเรื่องกระบวนการผลิตมะม่วงปลอดภัยให้กับเกษตรกรผู้ปลูก
ปี 2560 – 2562 เริ่มมีการทำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ซึ่งราคาต่อกิโลกรัมอยู่ที่ 40-45 บาทต่อกิโลกรัม มะม่วงเขียวเสวย ราคาที่ 30บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งราคาสูงกว่ามะม่วงทั่วไป ตลาดที่ส่งคือเวียดนาม ในปี 2561 ตำบลได้รับรางวัลการประกวดมะม่วงเขียวเสวยในงานของดีเมืองน่านเป็นระดับที่ 3 ของจังหวัด
อบต.ผาตอมีการประชุมเกิดแนวคิดข้อเสนอในการส่งเสริมการจัดงานมะม่วงเพื่อสร้างการรับรู้ของสาธารณะถึงการมีมะม่วงที่เป็นของดีของชุมชนและส่งเสริมในเรื่องของการตลาดแต่ทั้งนี้ก็ยังไม่มีการบรรจุเข้าแผน อบต.อย่างเป็นทางการ อบต.ได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ และธนาคารสหกรณ์เพื่อการเกษตร ได้จัดให้มีซุ้มหรือบูธเพื่อบริการให้เกษตรกรขายผลผลิตแต่ไม่มีใครนำไปขาย
เกษตรกรบอกว่า ตั้งแต่ปลูกมะม่วงและมีการรวมกันขายไม่มีประวัติส่งสินค้าคืน แม้จะกำหนดราคาเองไม่ได้ถูกหรือแพงก็ต้องขาย และเพื่อความสะดวกการมีพ่อค้าคนกลางมีข้อดีคือไม่ต้องจัดการอะไรมาก เพียงแต่ พ่อค้าจะตั้งจุดรับซื้อ ทางกลุ่มหรือหมู่บ้านซึ่งจะมีผู้ประสานงานทำการสื่อสาร แล้วทุกคนก็จะเก็บผลผลิตพร้อมกัน ขายพร้อมกัน การรวมตัวกันนั้นจะรวมตัวเพื่อการขายเพียงอย่างเดียว สาเหตุที่ทำมะม่วงเพื่อการส่งออกเพราะราคาสจูงใจ และ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค แม้ขั้นตอนจะยุ่งยากกว่าทั่วไปนิดหน่อย แต่ก็คุ้มกว่า เนื่องจากต้องทำแบบรู้ขั้นตอนเอาใจใส่ในกระบวนการผลิต ประเภทมะม่วงที่ส่งออก คือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง และเขียวเสวย มีรายได้ 100,000 ถึง 150,000 บาทขึ้นอยู่กับราคาและคุณภาพผลผลิตในรอบปี
การจัดการแปลงคือ ยังไม่มีการตรวจแปลงผลิตของเกษตรกรแต่ใช้วิธีตามประสบการณ์ของเกษตรกร ชาวบ้านจะรู้เวลาช่วงจังหวะของการเจริญเติบโตของมะม่วงเป็นอย่างดี เดือน มกราคม ถึงเดือนกุมภาพันธุ์ มะม่วงออกดอกจะมีการพ่นฮอร์โมนเร่งลูก พ่นสารบำรุง พ่นยาฆ่าแมลง การใช้สารใช้ยาต่างๆนั้นใช้ประสบการณ์และการสืบต่อรุ่น คนทำมะม่วงจะเข้าใจและรู้เรื่องวิธีการใช้เป็นอย่างดี และควรใช้เท่าไรระยะเวลาแค่ไหนถึงจะอยู่ในเกณฑ์ของความปลอดภัย การปลูกจะใช้ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยคอกร่วมด้วย การใช้ยาเคมีจะใช้ชนิดที่ไม่ตกค้าง หลังเก็บผลผลิตจะมีการแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ยคอก สารสารเร่ง ใช้ชึ้วัวใส่ต้นมะม่วงครึ่งกระสอบต่อต้น ต้นทุนขี้วัวกระสอบละ 32 บาท เมื่อสังเกตมะม่วงลูกใหญ่กว่าไข่ไก่จะทำการห่อทุกลูก การห่อมะม่วงเพื่อส่งออกจะใช้กระดาษคาร์บอน โดยเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เพื่อให้ผิวดี สีสวยและป้องกันแมลง ใช้เวลาในการห่อ 12-13 วันในหนึ่งฤดูกาลผลิต ทำสูงสุดถึง 600000 ลูกต่อครัวเรือน ระยะ 1 เดือนครึ่งจากการห่อจะตัดลูกขาย แมลงคือตัวแปรสำคัญในการให้ผลผลิตของมะม่วง มะม่วงที่ห่อจะโตช้ากว่ามะม่วงที่ไม่ได้ห่อ
การคัดมะม่วงจะมีขนาดการคัดคุณภาพมะม่วง คัด 2 รุ่นคือ รุ่นเล็กกับรุ่นใหญ่ มีอยู่ 4 เบอร์ คือ เบอร์ 0 สำหรับการส่งออกต่างประเทศ ลูกโต ผิวดีซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เบอร์ 1 เบอร์ 2 เบอร์ 3 ขายทั่วๆไป ราคาตามสภาพผลผลิต
ใช้ราคาตามกลไกการตลาด การบริหารจัดการอยู่ที่พ่อค้าคนกลางหมด แต่ราคาดีกว่ามะม่วงทั่วไปตามท้องตลาด เกษตรกรจึงทำการผลิตให้
แม้จะมีความชำนาญในการทำมะม่วง แต่ ที่อยากหาวิธีแก้ไข คือ เนื่องจากพื้นที่ปลูกเป็นพื้นที่ลุ่ม น้ำท่วม ทำให้ผิวมะม่วงไม่สวย ไม่สามารถกำหนดราคาเองได้ จึงยังต้องการองค์ความรู้ในการสนับสนุน
ผู้นำชุมชนตำบลผาตอ บอกว่า เนื่องจากเกษตรกรกลุ่มนี้เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวม้ง จะใช้การรวมกลุ่มตามธรรมชาติ 20-30 คน การจัดการใช้ระบบเครือญาติ พูดคำเดียวกัน ถ้าหัวหน้าทีมพูดหรือตัดสินทุกอย่างคือตามนั้น สาเหตุที่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลางเนื่องจากตำบลหรือแม้แต่ระดับจังหวัดเองก็ขาดบุคลากรที่มีความชำนาญด้านการส่งออก จึงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง จุดเด่นของมะม่วงที่นี่คือมีรสชาติหวาน มีความต้องการสูงและมีรางวัลการันตีคุณภาพความอร่อย เนื่องจาก สภาพอากาศเหมาะสม ดินดี คนดูแลเอาใจใส่ดีมีความขยัน มะม่วง เป็นผลผลิตที่สร้างรายได้ ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ สามารถส่งออกต่างประเทศได้ มีการทำทุกหลังคาเรือน และทุกหลังคามีความพร้อมใจกันในการผลิตและการขายร่วมกัน มีอำนาจต่อรองพอสมควรเพราะมีกลุ่มผู้ผลิต หมู่บ้าน ที่มีขนาดใหญ่
แต่ก็มีปัญหาในเรื่องของการขาดการรวมตัวรูปแบบกลุ่มที่เข้มแข็งแบบเป็นทางการจึงทำให้ระบบของการหนุนเสริมต่างๆทำได้ไม่เต็มที่และด้วยความเป็นชาติพันธุ์ ความเข้าใจ การสื่อสาร วิธีคิดก็ยังคงเป็นตัวแปรหนึ่งที่เป็นปัญหาในการรวมกลุ่มแบบเป็นทางการและปัญหาด้านคุณภาพผลผลิตยังไม่ได้เกรดคุณภาพทั้งหมด ทำให้ราคาลดลง ทางองค์การบริหารส่วนตำบลผาตอก็ได้แนวทางในการส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดเพียงแต่ยังไม่ได้มีการบรรจุเข้าไปในแผนพัฒนาของตำบล ซึ่งในระยะต่อไปจะต้องมีการจัดทำแผนในการส่งเสริมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพราะ ส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของตำบลผาตอ คนในตำบลผาตอมีรายได้ กินดีอยู่ดี ตำบลผาตอมีชื่อเสียงเพราะ มะม่วงเป็นสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้ตำบลผาตอเป็นที่รู้จักและมะม่วงจากตำบลผาตอ จังหวัดน่านเป็นที่ยอมรับและมีความต้องการทางด้านการตลาดสูง
มุมมององค์ความรู้ 4 มิติ
- หลักคิด/แนวคิด
- ต้องการรายได้ที่ดี
- ตระหนักรู้เรื่องสุขภาพ ทั้งส่วนของเกษตรกรและผู้บริโภค
- การพัฒนาคุณภาพผลผลิต
- กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน
- การส่งเสริมของผู้ซื้อ (พ่อค้าคนกลาง)
- การร่วมกลุ่มโดยธรรมชาติ /กลุ่มเครือญาติ ทั้งผลิตและการตลาด
- การมีแกนนำเพื่อการประสานงานเป็นหลัก
- การลงมือปฏิบัติตามเงื่อนไข
- การขยายความรู้จากรุ่นสู่รุ่น
- หน่วยงานราชการให้การหนุนเสริม
เทคนิค/ทักษะ
- การรวมกลุ่มแบบระบบเครือญาติ
- ทักษะความชำนาญด้านการผลิต
- ทักษะด้านการต่อรอง
กลไกการจัดการ
- กลุ่มเครือญาติ/กลุ่มระดับหมู่บ้าน
- สภาองค์กรชุมชน อบต. เป็นกลไกสนับสนุนการปรึกษาหารือ และหนุนเสริมการทำงาน
- กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นกลไกสนับสนุน
เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางสังคม 3 ระดับ
ชุมชน
- คนในชุมชนมีความสามัคคี เรียนรู้ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
- กลุ่มมีความภาคภูมิใจที่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
- ชุมชนพึ่งพาตนเองลดการพึ่งพิงจากภายนอก
- มีการพัฒนาด้านวิธีคิดและเกิดการขยายตัวขึ้น
- ชาวบ้านมีกำลังใจเพราะมีตลาดรองรับและมีรายได้ดีกว่าเดิม
สังคม
- กระสังคมมีการตื่นตัวเรื่องการบริโภคอาหารปลอดภัย
- คนในชุมชนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพเกษตรกรที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้น
- เกิดทางเลือกในการปรับเปลี่ยนวิถีการผลิต ทำเกษตรปลอดภัยมากขึ้น
- ชุมชนเป็นที่รู้จักมากขึ้น
นโยบายรัฐ
- หน่วยงานสนับสนุนการดำเนินการ หนุนเสริมด้านองค์ความรู้ การเชื่อมโยงหน่วยงานภาคีความร่วมมือ
- หน่วยงานราชการระดับ ตำบล อำเภอ จังหวัด เอกชน สนับสนุน ความรู้และการตลาด
ผลลัพธ์ความสำเร็จ
เชิงคุณค่า
ด้านเศรษฐกิจ
- ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น
- ลดค่าใช้จ่ายด้านการผลิตเพราะใช้สารเคมีน้อยลง
- มีตลาดรองรับผลผลิตมีช่องทางการตลาดที่มากขึ้น
- ผลผลิตทางการเกษตรของของชุมชนถูกยกระดับให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ด้านสังคม
- คนในสังคมมีความตระหนักรู้ด้านสุขภาพอนามัย ใส่ใจผู้บริโภคมากขึ้น
- ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ โรคมะเร็ง ลดสารเคมีในร่างกาย สุขภาพดีขึ้น
- คนในสังคม ครอบครัวมีความสุข มีความเข้าใจกันมากขึ้น
- มีการสืบสานและการขยายความรู้การทำเกษตรปลอดภัยจากรุ่นสู่รุ่น
ด้านทรัพยากร
- ฟื้นฟู การอนุรักษ์ดิน พื้นที่ทางการเกษตรให้มีดีขึ้น
- ลดปริมาณสารเคมีในแหล่งน้ำของชุมชน
- เกิดการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
เชิงมูลค่า
- เกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตอย่างน้อย 100,000 -150,000 บาทต่อรอบการผลิต
- ลดต้นทุนการผลิต ลดค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าหญ้าฆ่าแมลง 2,000 บาทต่อ1 ไร่
ปัจจัยความสำเร็จ(ภายใน)
- กลุ่มเครือญาติ /ชุมชนริเริ่ม
- มีพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่เพียงพอต่อการต่อรอง/ปริมาณผลผลิตมาก
- ต้นทุนชุมชนที่มีการปลูกมะม่วงอยู่แล้ว
- สภาพพื้นที่และสภาพอากาศที่ทำให้มะม่วงรสชาติดี
- การเชื่อฟังผู้นำ
- มีความพร้อมจากทุนเดิมคือมีความเป็นเกษตรกร มีที่ดิน มีทักษะด้านการเกษตร
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ(ภายนอก)
- มีพ่อค้าคนกลางให้การสนับสนุนด้านการตลาด
- กระแสการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย
- ความต้องการทางด้านการตลาด
แนวทาง/แผนที่จะทำต่อในระยะข้างหน้า
- พัฒนาศักยภาพเพิ่มความรู้ให้กับสมาชิกด้านทักษะการผลิตและการตลาด
- พัฒนาคุณภาพผลผลิตและทำปริมาณให้ได้ตามความต้องการของตลาด
- การพัฒนาให้เป็นเกษตรอินทรีย์
- การพัฒนาระบบการจัดการ การรวมกลุ่ม และการตลาด
- การแปรรูป






