ประวัติความเป็นมาของตำบลบ้านปิน ชุมชน “บ้านปิน” ก่อตั้งขึ้นในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐาน จากตำนานที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบต่อกันมาว่าเมื่อครั้งในสมัยพุทธกาลนั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์สำเร็จพระอรหันต์ (ตรัสรู้) แล้ว พระองค์พร้อมด้วยพระอรหันต์ จำนวน 500 รูป ได้เสด็จมาที่เขาดอยน้อย (วัดพระธาตุดอยน้อยในปัจจุบัน) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของบ้านปิน ประมาณ 1 กิโลเมตร ได้แสดงพระธรรมเทศนาโปรดราษฎร และมีหญิงหม้ายคนหนึ่งเกิดความเลื่อมใสศรัทธาขึ้น จึงได้ถอดปิ่นทองซึ่งปักที่มวยผม ถวายแด่พระพุทธองค์เพื่อเป็นพุทธบูชา พระองค์ได้ทรงรับไว้และได้มีพุทธทำนายว่าในอนาคตกาลบริเวณนี้จะเกิดเป็นบ้านเมืองรอบ ๆ เขาแห่งนี้ และมีความเจริญรุ่งเรืองมีความเลื่อมใสในพุทธศาสนา แลมีชื่อว่า “บ้านปิ่น” ซึ่งต่อมาได้เรียกเป็น “บ้านปิน” จนถึงปัจจุบัน
ประวัติการก่อตั้ง
แต่เดิมอำเภอลอง อยู่ในปกครองจังหวัดลำปาง จนกระทั่ง พ.ศ. 2474 ได้มีการจัดแนวเขตจังหวัดขึ้นใหม่ จึงได้โอนอำเภอลองไปขึ้นกับจังหวัดแพร่ เพราะการคมนาคมและติดต่อราชการใกล้กว่า ซึ่งสุขาภิบาลบ้านปิน ได้ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2505 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเทศบาลตำบลบ้านปิน อำเภอลอง จังหวัดแพร่ ได้เปลี่ยนแปลงฐานะจากสุขาภิบาลเป็นเทศบาล ตามพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะของสุขาภิบาลเป็นเทศบาล ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2542 ซึ่งสุขาภิบาลบ้านปิน ได้ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2505 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย โดยรวมเอาสองหมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 5 ตำบลบ้านปิน อำเภอลอง จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอลอง 5 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดแพร่ 35 กิโลเมตร
พื้นที่ตั้งและสภาพทางภูมิศาสตร์
เทศบาลตำบลบ้านปิน ตั้งอยู่เลขที่ 77 ถนนจรูญลองรัฐ มีพื้นที่ประมาณ 1.6 ตร.กม. หรือประมาณ 1,000 ไร่ มีถนนสายลอง-แพร่ ผ่านไปจังหวัดลำปางและภาคเหนือตอนบน มีทางรถไฟสายเหนือ “กรุงเทพ-เชียงใหม่” มีลำห้วยไหลผ่าน 2 สายคือ ลำห้วยแม่ลาน และลำห้วยแม่ยาก ซึ่งราษฎรได้อาศัยทำนาและปลูกพืชอื่นๆ
เทศบาลตำบลบ้านปิน มีชุมชนในปกครองทั้งหมด 6 ชุมชน ได้แก่
- ชุมชนบ้านบนเหนือ
- ชุมชนบ้านบนสวรรค์
- ชุมชนบ้านบนใต้
- ชุมชนบ้านใน
- ชุมชนบ้านใหม่-ตลาด
- ชุมชนบ้านหลิ่ง-บนนา
เทศบาลตำบลบ้านปินมีถนนสายลอง-แพร่(ทางหลวงจังหวัด หมายเลข 1023) สามารถเดินทางไปจังหวัดลำปางและภาคเหนือตอนบนได้ และมีทางรถไฟสายกรุงเทพฯ – เชียงใหม่(ทางรถไฟสายเหนือ) ผ่านที่สถานีรถไฟบ้านปิน การคมนาคมสะดวกทั้งทางรถยนต์และทางรถไฟ และมีรถประจำทางวิ่งผ่านตลอดวัน
สภาพการคมนาคมในเขตเทศบาล เทศบาลตำบลบ้านปินมีถนนเทศบาลที่รับผิดชอบ แยกเป็น
ถนนคอนกรีต คสล. 5,585 เมตร
ถนนลาดยาง 1,586 เมตร
ถนนลาดยางสายลอง-แพร่ ของกรมทางหลวงผ่านเป็นระยะทาง 2,000 เมตร
ประเพณีและศิลปวัฒนธรรม
ประชาชนส่วนใหญ่ในเขตเทศบาลจะยึดถือตามประเพณีดั้งเดิม ซึ่งเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตของคน
ไทย เช่นประเพณีการแต่งงาน ประเพณีการบวชนาค ( ชาวบ้านในท้องถิ่นนิยมเรียกว่า”ปอย”) ประเพณีการจัดงานศพฯลฯ และที่แตกต่างจากประเพณีชาวไทยในภาคอื่นๆอย่างเห็นได้ชัดเช่น ประเพณีบูชาท้าวทั้งสี่ ประเพณีเอาขวัญ(เรียกขวัญหรือบายศรีสู่ขวัญ) ประเพณีส่งเคราะห์ ประเพณีสืบชะตา ส่วนประเพณีที่เกี่ยวกับศาสนาเช่นประเพณีตานก๋วยสลาก ประเพณีตานขันข้าว (ถวายอาหารพระสงฆ์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับ) ประเพณีแห่ครัวตานเข้าวัด ประเพณีลอยกระทง(งานยเี่ ป็ ง) ประเพณีสงกรานต์ “ปี๋ ใหม่เมือง” เป็นต้น
ศิลปวัฒนธรรม
ศิลปะ จะมีรูปแบบเป็นศิลปะของชาวล้านนาภาคเหนือโดยทั่วไป เช่น ด้านดนตรี จะเป็นดนตรีพื้นบ้านประกอบไปด้วย สะล้อ ซอ ซึง ปี่ก้อย แน และกลองอึด ส่วนศิลปะการฟ้อนรา มีฟ้อนรา ฟ้อนเล็บ ฟ้อนกลองอึดฟ้อนเทียน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีศิลปหัตถกรรม เช่น การแกะสลัก ไม้สัก บานประตูโบสถ์ ฉลุแผ่นไม้เชิงชาย
แกะสลักเครื่องเรือน ชุดรับแขก เครื่องใช้ เครื่องตกแต่งบ้านเรือน
วัฒนธรรม ในด้านวัฒนธรรมความเป็นอยู่ ประชาชนส่วนใหญ่ จะบริโภคข้าวเหนียวเป็นอาหารหลัก
รับประทานอาหารพื้นเมืองแบบชาวเหนือทั่วไป เช่น แกงแค แกงอ่อม แกงฮังเล แกงคั่ว ลาบ ส้า หลู้ ฯลฯ
อาหารที่ขึ้นชื่อของท้องถิ่นอีกอย่างที่ไม่เหมือนใครที่นับวันจะสูญหายไปก็คือ “ แคบหมูใหญ่”
วัฒนธรรมในการแต่งกาย ผ้าพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงก็คือ การนุ่งผ้าซิ่นตีนจก ซึ่งเป็ นเอกลักษณ์ของชาว
อำเภอลอง ส่วนการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างก็คือ การนา เอาผ้าหม้อห้อม (ผ้าทอพื้นเมืองย้อมด้วยต้นคราม) มาสวมใส่โดยประยุกต์ตามสมัยนิยม วัฒนธรรมที่ยังพอมีให้เห็นอีกอย่างก็คือ วัฒนธรรมการซอ การจ้อย การเล่าค่าว
ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทรัพยากรน้ำ
พื้นที่เทศบาลตำบลบ้านปินมีลำน้ำ ที่สาคัญคือ ลำห้วยแม่ลาน และลำห้วยแม่ยาก และมีลำห้วยสาขาอีก 2 แห่ง คือห้วยร่องตอง และห้วยร่องบอนซึ่งใช้ประโยชน์โดยเฉพาะการเพาะปลูก และการเลี้ยงสัตว์ ในฤดูฝนจะมีปริมาณน้า ฝนที่มาจากอ่างเก็บน้า ห้วยแม่ลาน นอกจากนั้นยังมีฝายกั้นน้า
ทรัพยากรป่าไม้
ในเขตเทศบาลฯ มีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 0.3 ตารางกิโลเมตร ของพื้นที่ทั้งหมด มีพื้นที่ป่ าที่มีคุณภาพดี
เช่น ไม้สัก ไม้เบญจพรรณ และอื่นๆ ที่ทางรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนร่วมกับทางภาครัฐ ปลูกป่า
ตามนโยบายของทางรัฐบาล และเนื่องในโอกาสต่างๆ เช่น ปลูกป่ าเพื่อถวายพ่อหลวง ปลูกป่ าเพื่อถวายในวันแม่เป็นต้น
ทรัพยากรธรณี
ลักษณะของดิน เป็นดินร่วนปนทราย และดินเหนียว ซึ่งเหมาะสาหรับการประกอบอาชีพทางการ
เกษตรกรรม ในปัจจุบันพื้นที่ในการเกษตรลดลง เนื่องจากการขยายตัวของประชากรที่มีมากขึ้นส่วนพื้นที่ราบ
เหมาะสำหรับใช้เป็นที่ตั้งที่อยู่อาศัย
พัฒนาการความเป็นมาขององค์ความรู้
สภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลบ้านปิน จดแจ้งจัดตั้งเมื่อ 15 กรกฎาคม 2551 ได้มีบทบาทในการ เป็นกลไกกลางในการเชื่อมประสานเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นที่เกิดปัญหความ แตกแยกในการเลือกตั้งผู้บริหารส่วนท้องถิ่น
องค์ความรู้การท่องเที่ยวโดยองค์กรชุมชน
ตำบลบ้านปินมีประวัติศาสตร์ชุมชนมาอย่างยาวนาน มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สามารถพัฒนาให้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนได้เช่น 1. สถานีรถไฟบ้านปิน 2. บ้านเก่า 3. ศาลเจ้า 4. ชุมชนเกษตร 5. อาคารไม้สักโบราณ 6. บ่อครก(บ่อน าโบราณ) 7. ร้านผ้าทอตีนจก 8. กาแฟแห่ระเบิด
กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน
- ประชุมสร้างความเข้าใจ วางแผนการทำางาน
- ประสานภาคี ท้องที่ ท้องถิ่น ส่วนราชการในระดับพื้นที่ ภาคเอกชน
- สำรวจข้อมูล จัดทำแผนที่เส้นทางท่องเที่ยว
เทคนิค/ทักษะ
- ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
- ศึกษาประวัติศาสตร์โดยกลุ่มผู้สูงอายุ
- ศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวโดยกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่และกลุ่มนักอนุรักษ์ท้องถิ่น
- สื่อสารประชาสัมพันธ์ผลกาดำาเนินงานสู่สาธารณะอย่างต่อเนื่อง
กลไกการจัดการ และหน่วยงาน/ภาคีที่ให้การสนับสนุนและเรื่องที่สนับสนุน
- สภาองค์กรชุมชน
- ท้องที่
- ท้องถิ่น
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- สภาวัฒนธรรมต าบลบ้านปิน
- กลุ่มนักอนุรักษ์ท้องถิ่น
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
- คนในชุมชนมีส่วนร่วมและเข้าใจแนวคิดมากขึ้น
- ผู้นำได้รับการยอมรับ/เกิดแกนนำรุ่นใหญ่
- มีจิตอาสาเพิ่มมากขึ้น
- องค์กรชุมชนเข้มแข็งขึ้น มีความสามารถในการบริหารจัดการองค์กร
- มีแผนพัฒนาที่เชื่อมกับหน่วยงานรัฐ (หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
- มีการบูรณาการการทำงานทั้งระดับ ตำบล /อำเภอ/จังหวัด
- คุณภาพของชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น
- ประชาชนในพื้นที่มีความรู้ความเข้าใจและมีข้อเสนอต่อภาครัฐ และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาต่างๆ
ปัจจัยที่ส่งผลให้ประสบผลสำเร็จ (เครื่องมือที่ 4 ปัจจัย/เงื่อนไขความสำเร็จและกำหนดอนาคต)
- ความร่วมมือในการทำงาน
- แกนนำ/กลุ่มองค์กร/ผู้นำชุมชนมีความเข้มแข็ง
- มีทุนในชุมชน
- ประชาชนในตำบลให้ความร่วมมือ มีความสามัคคี มีความรู้ความเข้าใจในแผนการดำเนินงานต่างๆ
- ผู้นำมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ และมีความเข้มแข็งสร้างเครือข่ายในตำบล
- มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาประสานงานให้ความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการ
- มีการสนับสนุนด้านงบประมาณมาช่วยเหลือในการบริหารจัดการ
แนวทาง/แผนที่จะทำต่อในระยะข้างหน้า
- สนับสนุนกลุ่มอาชีพ/กลุ่มเกาตรกร
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน
- ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์






