เทศบาลตำบลลำปางหลวง เริ่มจัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลลำปางหลวงครั้งแรก และ ได้รับการยกฐานะจากสภาตำบลลำปางหลวง เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลลำปางหลวง เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2539 ปรับขนาดลำดับชั้นขององค์การบริหารส่วนตำบลจากขนาดเล็กเป็นขนาดกลางเมื่อ วันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2550 และกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลลำปางหลวงเป็นเทศบาลตำบลลำปางหลวง เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2551
มีอาณาเขตติดต่อ กับตำบลและอำเภอใกล้เคียง ดังนี้ คือ
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลปงยางคก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลชมพู อำเภอเมือง และตำบลท่าผา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง
ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลเกาะคา ตำบลท่าผา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลใหม่พัฒนา ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง
มีพื้นที่รวมประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 18,303 ไร่ หรือ พื้นที่ประมาณร้อยละ 5.08 ของพื้นที่ของอำเภอ สภาพพื้นที่ตำบลลำปางหลวง โดยทั่วไปเป็นที่ราบพื้นที่ทั่วไปมีความลาดเอียงจากทิศเหนือ ไป ทางทิศใต้ดินมีลักษณะเป็นดินร่วน อินทรีย์วัตถุต่างๆ เหมาะแก่การทำนา และปลูกพืช หมุนเวียน เช่น กระเทียม ถั่วเหลือง มีหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบ จำนวน 13 หมู่บ้าน ประชากรทั้งสิ้น 9,735 คน แยกเป็นชาย 4,743 คน หญิง 4,992 คน
สภาพทางเศรษฐกิจ มีการประกอบอาชีพ ดังนี้
1) การเกษตร ราษฎรส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพทำนา รองลงมาคือ ทำสวน ปลูกพืช หมุนเวียน ทั่วไป เช่น ถั่วเหลือง กระเทียม เป็นต้น
2) การเลี้ยงสัตว์ เป็นการเลี้ยงรายย่อย แบบครัวเรือน เลี้ยงเพื่อเป็นรายได้เสริม สัตว์ที่นิยม เลี้ยง ได้แก่ โค กระบือ สุกร เป็ด ไก่ สำหรับ โค และ กระบือ จะเลี้ยง แบบธรรมชาติ ให้สัตว์หากินตามทุ่งนา
3) การหัตกรรม มีการผลิตสินค้า หัตกรรมพื้นบ้านที่สำคัญ เช่น การทำกล่องข้าวจาก ใบตาล ทำไม้กวาดทาง มะพร้าว แคร่ไม้ไผ่ เครื่องจักรสานต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์จากไมยราพยักษ์ ผลิตภัณฑ์ จากไม้ยาง พารา โดยจะผลิตในลักษณะครัวเรือน ไม่มีการรวมกลุ่มอาชีพ
4) การค้าขาย มีการประกอบอาชีพค้าขาย โดยออกขายตามต่างจังหวัด ต่างอำเภอ สินค้าที่ค้าขายเช่น เครื่องปั้นดินเผา เซรามิค เครื่องใช้ในครัวเรือน สินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน เป็นต้น
พัฒนาการความเป็นมาขององค์ความรู้
กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลลำปางหลวงเริ่มดำเนินการก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ภายหลังจากที่ได้ไปศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานที่กองทุนสวัสดิการตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง โดยผู้นำชุมชน และสมาชิกเทศบาล หลังจากนั้นก็นำเอาความรู้ประสบการณ์ที่ได้มาร่วมกันจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลฯ ขึ้น โดยในระยะเริ่มแรกมีสมาชิกก่อตั้งทั้งหมด จำนวน 705 คน ในพื้นที่ 13 หมู่บ้าน
การจัดการองค์ความรู้โดยชุมชน
ทำอย่างไรที่จะให้มีการร่วมทุนชุมชนอย่างเป็นองรวมและเป็นระบบสามารถจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเพื่ออาทรซึ่งกันและกันนำไปสู่การจัดสวัสดิการภาคประชาชนได้ตามความต้องการของกลุ่มองค์กรชุมชนสามารถช่วยเหลือคนในชุมชนทั้งตำบล โดยการให้สิทธิประโยชน์ จัดสวัสดิการกับสมาชิกทุกคนทุกเพศทุกวัยอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
หมายความว่าสมาชิกในชุมชนทุกคนสามารถเข้าร่วมกิจกรรม ระดมทุนเพื่อจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลลำปางหลวง และมีสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของกองทุน ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การตรวจสอบ การดูแล การร่วมกันพัฒนาโดยยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ คือ ความซื่อสัตย์ ความเสียสละ ความตั้งใจ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ
โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
- เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการที่จัดสรรโดยประชาชนเพื่อประชาชน
- เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสผู้พิการสามารถเข้าถึงสวัสดิการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
- เพื่อเป็นศูนย์กลางการดูแลคุณภาพชีวิตโดยรวมคือขาดชุมชน
- เพื่อสร้างและให้การส่งเสริมอาชีพอย่างมีระบบตามบริบทชุมชน
- เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชนเรื่องสวัสดิการชุมชน
กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน
- วิธีการทำงานองค์กรชุมชนจะร่วมกันระดมทุนโดยการลดรายจ่ายเพียงวันละ 1 บาทแล้วนำมาสมทบกันอย่างสม่ำเสมอและจัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนซึ่งทุนในที่นี้หมายถึงแรงงานภูมิปัญญาทรัพยากรเงินก็ได้ซึ่งจะมีมูลค่าเพียงวันละ 1 บาทเมื่อมารวมกันแล้วจะมีคนไปการทำงานและการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบสมกับคำที่ว่าให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี
เทคนิค/ทักษะ
- เทคนิคการเชิญชวนให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลลำปางหลวงทั้ง 13 หมู่บ้าน ซึ่งมีประชากรประมาณ 10,000 คน เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุนโดยถ้าเป็นสมาชิกครบตามระเบียบข้อบังคับที่วางไว้ก็จะเกิดการจัดระบบสวัสดิการ กรณีการเจ็บป่วย เสียชีวิต การเกิด การแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ บวชพระ การให้ทุนการศึกษา การประกอบอาชีพ การเกิดภัยพิบัติ เป็นต้น ถ้ามีการเสียชีวิตเกิดขึ้นทางคณะกรรมการกองทุนจะขอให้ทายาทหาสมาชิกใหม่มาทดแทน 1 คน โดยผู้สมัครใหม่ไม่ต้องเสียค่าสมัครแรกเข้า
- การประสานกับสมาชิก คณะกรรมการกองทุน กลุ่มเครือข่ายองค์กร รพ.สต. และองค์กรเครือข่าย ต่างๆช่วยประชาสัมพันธ์ กองทุนสวัสดิการชุมชนให้ประชาชนเข้าใจ เข้าถึงสวัสดิการ โดยมีแรงจูงใจการลดค่าใช้จ่ายลงวันละ 1 บาทแล้วนำออมกับกองทุนอย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถนำมาจัดสวัสดิการให้กับคนในชุมชน
กลไกการจัดการ(กลุ่ม/องค์กร/เครือข่าย/บทบาท)
- คณะกรรมการดำเนินการมีทั้งหมด 16 คน โดยมีอำนาจหน้าที่คือบริหารจัดการการทำงานของกองทุนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุวัตถุประสงค์ ดูแล ตรวจสอบการรับ – จ่าย การรักษาเงินและทรัพย์สินของกองทุน ประสานงานกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานและกิจกรรมของกองทุน
ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง
- คนมีความรู้เรื่องสวัสดิการเพิ่มขึ้นและมีสมาชิกเพิ่มขึ้นในทุกเดือนทำให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นสร้างขวัญและกำลังใจและเป็นการช่วยเหลือซึ่งกันตำบลการจัดการความรู้เพื่อนำไปสู่การขาดการออมสุบำนาญประชาชนสร้างความชีวิต
- มีสวัสดิการดีขึ้นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องสวัสดิการเป็นการสร้างหลักประกันเพื่อความมั่นคงของคนในชุมชนรวมถึงทุกอย่างที่ทำให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในรูปสิ่งของเงินน้ำใจเรื่องที่เกี่ยวข้องชีวิตเกิดแก่เจ็บตายไปต้น
- องค์กรชุมชนมีการบริหารจัดการโดยความหลงใสและเป็นธรรมบริหารจัดการตามระเบียบข้อบังคับที่วางไว้อย่างเคร่งครัด
- มีการปรับปรุงระเบียบข้อบังคับ ให้เหมาะสม สอดคล้องกับสมัยปัจจุบัน เช่น การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการเงิน และโครงสร้างคณะกรรมการ เป็นต้น
- มีการบริหารจัดการที่โปร่งใส่ เป็นธรรม
- เทศบาล หน่วยงานภาครัฐให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานการจัดสวัสดิการชุมชน
ปัจจัยที่ส่งผลให้ประสบผลสำเร็จ (เครื่องมือที่ 4 ปัจจัย/เงื่อนไขความสำเร็จและกำหนดอนาคต)
- มีการบริหารจัดการที่โปร่งใส่ เป็นธรรม
- มีการใช้โปรแกรมข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลฐานทะเบียนสมาชิก
- มีการเชื่อมฐานข้อมูลกองทุนร่วมกับเครือข่ายจังหวัด / ภาค
- การประสานงานกับองค์กรต่างๆ ในชุมชน จังหวัด พมจ.เพื่อสนับสนุนในด้านงบประมาณต่างๆ
- ประสานแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้จากภายนอกเพื่อนำมาปรับใช้และพัฒนาองค์กร
แนวทาง/แผนที่จะทำต่อในระยะข้างหน้า
- จัดตั้งสำนักงานเป็นของตนเอง
- การแลกเปลี่ยนเรียนรู้กองทุนระดับตำบล อำเภอ จังหวัด
- จัดตั้งศูนย์คุณธรรมระดับโซนเพื่อเชื่อมโยงกองทุนระดับอำเภอ 3 อำเภอ ได้แก่ ห้างฉัตร, เสริมงาม ,เกาะคา






