เทศบาลตำบลริมปิงได้รับการจัดตั้งเป็นสุขาภิบาลริมปิง เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2534 อยู่ในเขตพื้นที่ตำบลริมปิง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และได้ยกฐานะจากสุขาภิบาลเป็นเทศบาล ตามพรบ.ยกฐานะจากสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. 2542 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2549 ที่ตั้งและเขตปกครองเทศบาลตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง 4 กิโลเมตร และตั้งอยู่ห่างจากเชียงใหม่ประมาณ 23 กิโลเมตร โดยมีถนนสายลำพูน-สันป่าตอง(ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1015) เป็นถนนสายหลัก และมีถนนสายริมปิง-ป่าเห้ว เป็นถนนสายรอง มีพื้นที่รับผิดชอบทั้งตำบลริมปิง รวม 14.14 ตรม. ประกอบด้วย 10 หมู่บ้าน มีจำนวนประชากรณ วันที่ 30 กันยายน 2544 รวม 7,173 คน ครัวเรือน 2,422 ครัวเรือน
เป็นพื้นที่ร่วมกับอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ตั้งอยู่เขตภาคเหนือตอนบนอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 258 เมตร มีพื้นที่ 14.41 ตรม. มีจำนวน 10 หมู่บ้าน อาณาเขตพื้นที่
ทิศเหนือ ติดต่กับเขตตำบลประตูป่า และอำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน และอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลต้นธงและตำบลเหมืองง่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
พัฒนาการความเป็นมาขององค์ความรู้
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลริมปิงจัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 1 ตุลาคม 2551 โดยเทศบาลตำบลริมปิงร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านตำบลริมปิง ผู้นำหมู่บ้านซึ่งได้มีแนวคิดร่วมกันที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่มีการออม ซึ่งเป็นการออมแบบให้สัจจะต่อตัวเอง ต่อชุมชน ต่อเพื่อนในสังคม โดยการออมวันละ 1 บาท ซึ่งผู้ที่ออมเงินหรือผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนจะได้รับประโยชน์จากการออมในรูปแบการจัดสวัสดิการชุมชน การดำเนินงานกองทุนภายใต้หลักปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9
ต่อมาได้มีการจดทะเบียนเป็นองค์กรสวัสดิการชุมชนในวันที่ 15 ธันวาคม 2552 มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้สมาชิกลดรายจ่ายวันละ 1 บาทและจัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนรักษาสัจจะความจริงใจต่อตนเองรู้จักประหยัดอดออมโดยนำผลประโยชน์ที่ได้จากความสุจริตความจริงใจมาช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อจัดสวัสดิการหรือการช่วยเหลือกันระหว่างสมาชิกให้การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในชุมชนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนอันเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อการพนาชุมชนและท้องถิ่นตำบลริมปิงหรือกิจกรรมอื่นๆของวิสากิจชุมชนที่จัดตั้งขึ้นตามแผนแม่บทของชุมชน มีสมาชิกแรกตั้งมีจำนวนทั้งหมด 984 คน เงินกองทุนจำนวน 55,000 บาท จากทั้งหมด 10 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้นจำนวน 2,052 คน มีเงินกองทุนหมุนเวียน 10,302,172 บาท มีการจัดสวัสดิการพื้นฐาน 8 หมวด 20 เรื่อง ทั้งการจัดสวัสดิการเรื่องการเกิด การเจ็บป่วย สวัสดิการผู้สูงอายุ สวัสดิการกรณีการเสียชีวิต สวัสดิการคนด้อยโอกาส คนพิการ สวัสดิการเพื่อการศึกษา
การจัดการองค์ความรู้โดยชุมชน
หลักคิดแนวคิดที่สำคัญของการจัดสวัสดิการตำบลริมปิง คือการสร้างหลักประกันเพื่อความมั่นใจแก่คนในชุมชนซึ่งหมายความรวมถึงทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ทำให้ชุมชนดีขึ้น อาจจะอยู่ในรูปของสิ่งของ เงินทอง น้ำใจการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย ผลของการจัดสวัสดิการชุมชนที่สำคัญ เช่น ก่อให้เกิดรายได้เพิ่ม ลดรายจ่าย เกิดความสัมพันธไมตรีที่ดีของคนในชุมชน ความรู้สึกมั่นคง ภาคภูมิใจ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และมีความสุข
กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน
- ประชุมร่วมกับผู้นำในแต่ละหมู่บ้าน และกลุ่มกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่เข้าร่วมประชุมและหารือแนวทางการจัดกองทุนสวัสดิการชุมชน
- ร่างระเบียบ เกณฑ์การรับสมัครสมาชิก
- ประชาสัมพันธ์โครงการผ่านเวทีประชุมประจำเดือนหมู่บ้านต่างๆ ในตำบล รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านเครื่องกระจายเสียงให้คนในชุมชนได้รับทราบข้อมูล
- เปิดรับสมัครสมาชิกกองทุน
- จัดตั้งคณะกรรมการกองทุน ออกระเบียบการบริหารจัดการกองทุน
- ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาสนับสนุนกิจกรรมการจัดสวัสดิการชุมชน เช่น พอช. พมจ. เทศบาลตำบล เป็นต้น
- ประชุมคณะกรรมการเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน
เทคนิค/ทักษะ
- เทคนิคการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับคนในชุมชนให้มีนิสัยรักการออมและเห็นความสำคัญของการจัดสวัสดิการชุมชน การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
- เทคนิคการประสานงานเพื่อสร้างความร่วมมือกับหน่วยงาน ภาคีต่างๆ ให้เข้ามาสนับสนุนการดำเนินกิจการของกองทุนสวัสดิการชุมชน เช่น การเข้าไปสร้างความเข้าใจกับผู้นำท้องถิ่น สมาชิกเทศบาลตำบลริมปิงให้เข้าใจและสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุนจนสามารถผลักดันให้บรรจุแผนการสนับสนุนกองทุนไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณท้องถิ่น และสนับสนุนงบประมาณจำนวน 3,032,818 บาท นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภาคีอื่นๆ ที่ให้การสนับสนุน อาทิ เช่น พอช. อบจ. พมจ. และกลุ่มองค์กรอื่นๆในตำบล เป็นต้น
3.4. กลไกการจัดการ(กลุ่ม/องค์กร/เครือข่าย/บทบาท)
- คณะอนุกรรมการระดับหมู่บ้าน มีหน้าที่ในการรวบรวมเอกสาร การออมเงินของสมาชิกพร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะส่งต่อให้คณะกรรมการระดับตำบล
- คณะกรรมการระดับตำบลเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของสมาชิกก่อนที่จะอนุมัติงบประมาณกองทุนในการจัดสวัสดิการด้านต่างๆ
- เทศบาลตำบลริมปิง สนับสนุนงบประมาณ สถานที่ บุคลากร และความรู้ในการบริหารจัดการกองทุน
- พอช. สนับสนุนงบประมาณและการสร้างความเข้มแข็งขององค์กร
- พมจ. / อบจ. สนับสนุนงบประมาณ
ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง (เครื่องมือที่ 3 ผลการเปลี่ยนแปลง 4 ด้าน)
- คนมีแนวคิดและความสามารถเพิ่มขึ้น (ความรู้/ทัศนคติ/ทักษะ)
- คณะกรรมการมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการจัดระบบสวัสดิการชุมชนมากขึ้น
- ผู้นำเป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน และเป็นที่ไว้วางใจว่าสมารถเป็นที่พึ่งของคนในชุมชนได้
- องค์กรชุมชนเข้มแข็ง/มีความสามารถในการบริหารจัดการ
- กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลริมปิงมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ ภายในระยะเวลา 10 ปี สามารถขยายฐานสมาชิกได้ถึง 2,052 คน จากเดิมที่มีสมาชิกแรกเข้า 984 คน จากจำนวนประชากรทั้งหมดในตำบลที่มีจำนวน 6,906 คน และมีแนวโน้มที่จะขยายฐานสมาชิกอย่างต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้ปัจจุบันในกองทุนมีเงินหมุนเวียน จำนวน 10 ล้านบาท
- คุณภาพชีวิตคนในชุมชนดีขึ้น
- คนในชุมชนได้รับการช่วยเหลือดูแลเมื่อยามเจ็บป่วย มีการจัดสวัสดิการ
- ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์โครงสร้าง/นโยบาย
- มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ทั้ง เทศบาลตำบลริมปิง องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ปัจจัยที่ส่งผลให้ประสบผลสำเร็จ (เครื่องมือที่ 4 ปัจจัย/เงื่อนไขความสำเร็จและกำหนดอนาคต)
- ผู้นำชุมชนมีความเข้าใจ ใส่ใจการขับเคลื่อนงานกองทุนสวัสดิการ
- คณะกรรมการและผู้นำมีความมุ่งมั่น มีความรู้ความสามารถในการสื่อสารและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- หน่วยงานท้องถิ่น (เทศบาลฯ) ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
แนวทาง/แผนที่จะทำต่อในระยะข้างหน้า
- ขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ ทุกเพศ ทุกวัยในตำบล
- พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการในด้านการบริหารจัดการกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพ






