ที่ไหนๆเขาก็ปลูกกล้วยกัน แปรรูปกล้วยกันทั้งกล้ายตาก กล้ายฉาบ แต่ด้วยความอยากรู้ อยากลองของพี่ศรี ปิยะวรรณ เศวตสุด ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลสันติสุข จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้กล้วยที่ปลูกกันทุกบ้าน ทุกหลังคาเรือนในบ้านโชคชัย ตำบลสันติสุข กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ “กล้วย” จึงเป็นเรื่องที่ไม่กล้วยๆอีกต่อไป
ตำบลสันติสุข จัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2524 เป็นตำบลหนึ่งใน 15 ตำบลของอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย จำนวนประชากร รวมทั้งสิ้น 5,238 คน แยกเป็นชาย 2,515 คน แยกเป็นหญิง 2,723 คน มีจำนวนครัวเรือน 2,107 ครัวเรือน ประกอบด้วย
| หมู่ที่ | ชื่อหมู่บ้าน | จำนวนครัวเรือน | ชาย | หญิง | รวมประชากร |
| 1 2 3 4 5 6 7 8 9 |
บ้านดอยชัยมงคล บ้านป่าหมุ้น บ้านไร่อ้อย บ้านสันกอเหียง บ้านสันกอตาล บ้านเหมืองง่า บ้านท่าต้นเกี๋ยง บ้านโชคชัย บ้านป่าก่อ |
195 114 166 184 159 174 184 109 133 |
328 181 354 347 293 320 344 196 225 |
375 224 343 376 276 337 381 219 233 |
703 405 697 723 569 657 725 415 458 |
| รวม | 1,418 | 2,588 | 2,764 | 5,352 | |
ข้อมูล : แผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของภาคประชาชนระดับจังหวัด กรกฎาคม 2558
อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอพานไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 5 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับตำบลต่างๆ ดังนี้
- ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลเจริญเมือง อ.พาน จ.เชียงราย
- ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลดอยงาม อ.พาน จ.เชียงราย
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลเมืองพานและตำบลสันกลาง อ.พาน จ.เชียงราย
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับตำบลแม่อ้อและตำบลสันมะเค็ด อ.พาน จ.เชียงราย
ครอบคลุมพื้นที่ 19 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 11,865 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มน้ำ โดยมีแม่น้ำคาวไหลผ่านหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรในพื้นที่ตำบลสันติสุขและส่วนหนึ่งรับน้ำน้ำแม่คาวเข้าถึงไม่ถึงใช้ประโยชน์จากคลองชลประทานแม่ลาว แต่ปัญหาสำคัญแม้ว่าจะมีน้ำใช้หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรเพียงพอบ้างในช่วงฤดูฝน แต่พบว่าดินในการเพาะปลูกพืชมีสภาพเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินเหนียว มีสีน้ำตาลปนเทาบางพื้นที่ดินมีความเป็นกรด ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการปลูกพืชของเกษตรกร แม้ว่าอาชีพหลัก ทำนาปีละ 2 ครั้งรองลงมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อย่างไรก็ตามจำเป็นที่จะต้องเลือกพืชที่เหมาะสมกับสภาพดินแต่ทางเลือกในการประกอบอาชีพให้หลากหลายขึ้นนั้นต้องมีการลงทุนเพื่อให้ผลผลิตที่ทำให้ชุมชนสามารถมีรายได้มั่นคง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกพืชนอกฤดูกาล ทำให้เกษตรกรตกอยู่ในภาระหนี้สินจากการทำการเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่ชุมชนมีต้นทุนความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งทรัพยากรบุคคลที่สามารถนำมาต่อยอด ขยายผล สร้างเป็นอาชีพให้กับชุมชนได้หลากหลาย แต่ยังขาดความรู้ เทคนิค วิธีการ และการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย “ชุมชนท้องถิ่นเกิดความเข้มแข็งและสามารถจัดการตนเองได้” ภายใต้ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาสภาองค์กรชุมชน
เริ่มจากจุดเล็กค่อยๆขยายแนวคิดกับคนที่มีใจ
บ้านโชคชัย หมู่ที่ 8 ตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงรายหนึ่งใน 11 หมู่บ้านที่เริ่มคิด เริ่มทำรวมกลุ่มอาชีพเล็กๆขึ้นมาในหมู่บ้านเช่นเดียวกับอีกหลายๆหมู่บ้านในตำบลสันติสุขที่มีกลุ่มอาชีพภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบลสันติสุข 3 ปีตั้งแต่พ.ศ. 2558 – พ.ศ. 2560 จำนวน 14 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มนวดแผนไทย กลุ่มพรมเช็ดเท้า กลุ่มเย็บผ้าด้วยมือ กลุ่มทำไม้กวาด กลุ่มแปรรูปไม้ไผ่ กลุ่มเพาะเห็ดลม กลุ่มผักผ้าพื้นเมือง กลุ่มเกษตรพัฒนา กลุ่มข้าวกัลยา กลุ่มปอกหมอน กลุ่มขนมไทย กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มจักรสานทางมะพร้าว
กลุ่มเล็กๆที่ว่า เริ่มจากแรงบันดาลใจของผู้หญิงคนหนึ่ง “พี่ศรี” ศิริกัลยา อุปนันท์ รองประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลสันติสุข ที่ลุกขึ้นมาตั้งคำถามในใจตัวเองเมื่อเห็นผู้สูงอายุปั่นจักรยานข้ามถนนเพื่อที่จะไปตลาดอีกด้านหนึ่งของถนน ในขณะที่จักรยานคันนั้นมีกล้วยเต็มอยู่ในตะกร้าท้ายรถ กล้วยที่กำลังสุกงอม มีกล้วยดิบ กล้วยห่ามปนอยู่ แต่พบว่า ราคาขายนั้นถูกมากหากเทียบกับตลาดทั่วไปและบางวันมาพบกล้วยไม่ได้ขาย หอบหิ้วกล้วยกลับไปและไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะได้ขายหรือไม่ ความคิดครั้งนั้นจึงเกิดขึ้น “ทำอย่างไรให้คนในชุมชนมีอาชีพเป็นของตนเอง มีรายได้เสริม ลดภาระหนี้สินได้”
จึงเริ่มขยับกับกลุ่มคนที่มีใจมาร่วม จากจุดเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2558 นำเอาต้นทุนซึ่งเป็นวัตถุดิบที่มีอยู่โดยทั่วไปในชุมชน เช่น ดอกอัญชัน มะกรูด มาทดลองแปรรูปเป็นแชมพูอัญชัน แชมพูมะกรูด โดยมีสมาชิกมาร่วมกันทำ สามารถขายเป็นรายได้ในปีแรกให้กับสมาชิกในกลุ่มได้ แต่ด้วยวัตถุดิบเริ่มหายากมากขึ้นไม่เพียงพอที่จะนำมาผลิตต่อเนื่องจำเป็นต้องหยุดไปพร้อมกับหาทางเลือกที่เป็นตัวใหม่ขึ้นมา
“กล้วย” ทางเลือกใหม่ลองผิด ลองถูกยกระดับเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
“กล้วย” เป็นทางเลือกใหม่ที่ทางกลุ่มได้นำมาเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปให้เป็นกล้วยตาก เพราะเห็นว่า กล้วยเป็นวัตถุดิบที่มีต้นทุนต่ำ หาง่ายในท้องถิ่นทุกหลังคาเรือนจะปลูกกล้วยเป็นแนวรั้วบ้าน บางครอบครัวมีสวนกล้วยเป็นของตัวเองในขณะเดียวกันมองหาวัตถุดิบอื่นๆมาทดลองการแปรรูป เช่น ลำไยอบแห้ง สัปปะรดกวนซึ่งผลไม้ทั้งสองชนิดถือว่าขึ้นชื่อในอำเภอพาน ที่เกษตรกรนิยมปลูกมากราคาในพื้นที่ไม่แพงแม้ว่าจะขึ้น –ลงตามฤดูกาล บางปีราคาสูงไม่สามารถทำได้ บางปีลูกเล็ก ที่สำคัญกระบวนการผลิตที่ยุ่งยากไม่สามารถเก็บรักษาได้นานในขณะที่ผลผลิตเริ่มหายากขึ้น กล้วยจึงเป็นทางเลือก ที่สามารถนำไปแปรรูปที่หลากหลายได้ ทางพี่ศรี ปิยะวรรณ เศวตสุด ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลสันติสุข จึงได้หารือกับกลุ่มพร้อมกับจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกล้วยตากโชคชัย ในปี พ.ศ. 2559
จากกล้วยตากธรรมดากลายเป็น “ไซรัป”และ “ไซเดอร์” ของดีโชคชัย
กล้วยตาก กล้ายฉาบ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะขยับก้าวให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร ต่างไปจากผลิตภัณฑ์ทั่วไป คิดค้นหาสูตรที่ให้เป็นของตัวเอง ทดลองทำ ทดลองชิม แจกจ่ายให้สมาชิก คนรอบข้าง สมาชิกในหมู่บ้านไปชิมจนแน่ใจว่า “อร่อยจริง” พร้อมที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมา ที่เรียกว่า “ไซรัป” และ “ไซเดอร์”โชคชัย
“ไซรัป” ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากผลไม้ ไซรัปผลไม้ คือ ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากผลไม้ เป็นการถนอมอาหารโดยการใช้น้ำตาลความเข้มข้นสูงผสมกับน้ำผลไม้ เพื่อให้เป็นผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้เข้มข้น ที่มีค่า water activity ต่ำ ซึ่งมีผลยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ที่ทำให้เสื่อมเสีย ไซรัปผลไม้จึงสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน ไซรัปผลไม้มีลักษณะเป็นของเหลว มีความหนืดสูง อาจมีลักษณะขุ่นหรือใส มีกลิ่นรสของผลไม้ [1]
“เริ่มแรกที่หัดทำกล้วยตาก ลองผิด ลองถูกมาตลอด แต่พบว่า ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน จะพบว่าสีของกล้วยเปลี่ยนไป มีสีคล้ำ กล้วยตากที่ตกเกรด ขายช้า เกินกำหนดที่จะวางตลาดได้ นำมาหมักกับยีสต์ ตอนแรกคิดทำไวน์กล้วย เมื่อผ่านไประยะหนึ่งคิดว่า ใส่ปริมาณกล้วยมากเกินไปในขณะที่กล้วยนั้นมีรสหวานอยู่แล้ว แต่พบว่า “เฮ้อแบบนี้ใช่เลย” มีรสหวานอร่อย เพียงแต่ว่ามีกลิ่นแอลกอฮอล์ เกรงจะมีผลทางกฎหมาย ทำอย่างไรที่จะเอาแอลกอฮอล์หาย จึงนำมาตุ๋นเพื่อให้กำจัดกลิ่นแอลกอฮอล์ออกไป นำมาใช้ปรุงอาหาร หรือผสมกับมะนาว น้ำแข็ง เป็น “ไซรัปกล้วย” แบบไม่เข้มข้น แต่หากนำไปเขี้ยวจนเหนียวเข้มข้นแล้วสีและความเข้มข้นจะออกมาเหมือนน้ำผึ้ง” พี่ศรี ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ในขณะเดียวกันกล้วยที่รับซื้อจากชาวบ้านในพื้นที่มานั้นเริ่มสุก มีแผลซ้ำ ไม่สามารถนำไปทำกล้วยตากได้ พี่ศรี ประธานกลุ่มวิสาหกิจฯ หรืออาจเรียกว่า นักคิดค้นสิ่งใหม่ๆจากกล้วยตลอดเวลา
“นึกถึงน้ำหมักที่ทำโดยทั่วไป เห็นกล้วยที่สุกงอม มีแผลซ้ำแล้วนั้นคงไม่สามารถนำไปทำกล้วยตากได้แน่ จึงนำมาแกละเปลือก ทดลองมาหมักกับน้ำตาลเข้มข้น ทิ้งไว้ 10 วันนำออกมาชิม ปรากฏว่า รสชาติกลมกล่มอร่อยมาก ให้สมาชิกในกลุ่มทดลองชิม ให้อาจารย์เทคโนโลยีพานมาชิมบอกว่า “ดื่มแล้วอารมณ์ดี” มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ดื่มแล้วทำให้ร่างกายไม่แก่เร็ว จึงเรียกน้ำหมักชนิดนี้ว่า “ไซเดอร์กล้วย”
อย่างไรก็ตาม ไซเดอร์ โดยทั่วไป คือ น้ำส้มสายชูที่หมักจากวัตถุดิบที่เป็นน้ำผลไม้ด้วยเชื้อจุลินทรีย์หรือยีสต์ที่ทำหน้าที่สร้างกรดอะซิติกหรือกรดน้ำส้ม โดยกระบวนการผลิตจะเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์ก่อน แล้วจึงค่อยๆเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็นกรดอะซิติกอีกครั้งหนึ่ง ส่วนผลไม้ที่นิยมนำมาผลิตเป็นไซเดอร์จะต้องเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลค่อนข้างสูง เช่น แอปเปิ้ล เป็นต้น คุณสมบัติโดยทั่วไปของไซเดอร์ คือ มีความเป็นกรดสูงและมีรสเปรี้ยว โดยในไซเดอร์จะมีส่วนประกอบของกรดอะซิติกประมาณ 5 % นอกจากนี้ ยังมีส่วนประกอบอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โพแทสเซียม วิตามิน กรดอะมิโน เพ็คติน เป็นต้น แถมด้วยคุณสมบัติในการเป็นยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อ ที่ช่วยปกป้องร่างกายจากสิ่งอันตรายรอบตัว มีหลายงานวิจัยจากต่างประเทศที่พบว่า ไซเดอร์หรือน้ำส้มสายชู มีสรรพคุณในการป้องกันหรือรักษาโรคต่างๆได้ดังเช่น การวิจัยในปี 2006 ที่พบว่า ไซเดอร์สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดของหนูทดลองได้ แต่ยังคงไม่พบว่าจะให้ผลเช่นเดียวกันเมื่อทดลองในคน ส่วนในด้านการลดความดันโลหิตสูงและประโยชน์ในการรักษาโรคหัวใจ พบว่าไซเดอร์ช่วยลดความดันโลหิตของหนูได้ และเมื่อทดลองในคนก็พบว่า ผู้ที่รับประทานน้ำสลัดที่มีน้ำมันและน้ำส้มสายชูผสมกันสัปดาห์ละ 5-6 ครั้ง มีอัตราการเกิดโรคหัวใจต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน อีกหนึ่งประโยชน์ที่เห็นได้ชัดก็คือประโยชน์ในด้านการลดความอ้วนหรือลดน้ำหนัก เนื่องจากการรับประทานไซเดอร์ก่อนอาหารจะช่วยให้อิ่มเร็ว ความอยากอาหารลดลง จึงส่งผลให้ทานอาหารได้น้อยลงตามไปด้วย [2]
นั่นคือ ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดลอง ซ้ำแล้วซ้ำอีก สมาชิกในกลุ่มช่วยกันชิม จนแน่ใจว่า รสชาตินี้ได้ ใช่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้น ที่เรียกว่า “ไซรัป และไซเดอร์กล้วย” ที่เตรียมจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายต่อไป
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆคิดค้นและทดลองทำนั้น ได้ดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์กล้วยตากโชคชัยที่มีคุณภาพ แม้ว่าบางช่วงเวลาจะพบกับปัญหาสีของกล้วยไม่สวยงามมากนัก โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีแดดไม่สม่ำเสมอจึงไม่สามารถควบคุมคุณภาพของกล้วยได้ ประธานกลุ่มและสมาชิกไม่นิ่งเฉย หาวิธีการที่จะแก้ไขปัญหา โดยการออกแบบอุปกรณ์การตากกล้วยแบบง่ายขึ้นมาใช้ในกลุ่มสมาชิก หากสมาชิกคนไหนที่ใช้เครื่องตากกล้วยที่บ้านไม่เพียงพอ สามารถที่จะนำกล้วยมาตากในโรงตากกลางของกลุ่มได้ สะดวกไม่ยุ่งยากและทำให้กล้วยที่ออกมาเนื้อไม่แข็งกระด้างสีไม่ดำคล้ำ
“กล้วยตากเป็นเรื่องง่าย แต่การลงมือทำจริงไม่ใช่เรื่องง่ายๆต้องเอาใจใส่ ทั้งสุขอนามัย ความสะอาด ศึกษาหาความรู้ทั้งจากที่มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนกับกลุ่ม องค์กร เครือข่ายอื่นๆ และการเรียนรู้จากผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน ตอนเริ่มต้นใช่ว่าจะทำเป็น สังเกต ทดลองทำ และแบ่งๆสมาชิกนำไปทดลอง สังเกตระยะเวลาการตาก การเก็บ การเปลี่ยนสี เนื้อเป็นอย่างไร สีกล้วยเป็นอย่างไร คิดตลอดเวลา”
กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ กล้วยตากโชคชัย ที่มีรสชาติ สีและคุณภาพได้รับการยอมรับเป็นที่รู้จักมากขึ้นไม่ใช่เรื่องง่ายและกล้วยๆสำหรับกลุ่ม “อาชีพโชคชัย” อีกต่อไป “กล้วยตาก” สานต่อเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆที่หลากหลายจากคุณค่าให้เป็นมูลค่ามากขึ้น
ปัจจุบัน “กลุ่มอาชีพโชคชัย” ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)และยกระดับเป็นสินค้า OTOP จังหวัดเชียงราย มีสมาชิกร่วมทั้งหมด 21 คน ประกอบไปด้วย ประธานกลุ่ม รองประธาน เลขาฯกลุ่ม เหรัญญิก ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการกลุ่มให้สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นน้ำ (การผลิต) กลางน้ำ (การแปรรูป)จนถึงปลายน้ำ (การตลาด)

ผลที่เกิดขึ้นก่อรูปเป็นผลิตภัณฑ์ตัวตนในกลุ่มเล็ก สร้างอาชีพเสริม ลดรายจ่ายในครอบครัวบ้านโชคชัย
จากความคิดเล็กๆเริ่มพูด เริ่มคุย เริ่มชักชวนคนนั้น คนนี้มาแลกเปลี่ยนกัน ทำให้เห็น ทดลองซ้ำๆ จนเปลี่ยนจากสิ่งที่คิดว่าทำแล้วเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายได้แต่ไม่สุด ทำแล้วต้องพบปัญหาแต่ปัญหานำมาซึ่งปัญญาก่อเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ไม่คาดคิดว่าจะยกระดับจากกล้วยธรรมดาๆเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่ามากขึ้น
ผลผลิตที่มากกว่าผลิตภัณฑ์ นั่นคือ
1) ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ให้คนในชุมชนมีอาชีพที่เป็นรายได้เสริมเป็นของตนเองจากงานที่สมาชิกส่วนใหญ่ทำประจำอยู่แล้ว บางส่วนนำไปทดแทนรายจ่ายที่เป็นภาระหนี้สินได้แม้ว่าจะไม่มากนัก แต่สามารถลดรายจ่ายในชีวิตประจำวันได้
2) การรวมกลุ่มเล็กๆสมาชิก 21 คนสามารถที่จะบริหารจัดการได้ง่าย เข้าใจกัน ร่วมคิด ร่วมวางแผน และร่วมปฏิบัติการได้ ทำให้กลุ่มมีความสามัคคีช่วยเหลือกันในกลุ่ม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สมาชิกมีความจำเป็นในการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
ประธานกลุ่มกล่าวว่า “สมาชิกที่เข้าร่วมจะมีระบบให้ถือหุ้นๆละ 2,000 บาทส่วนใหญ่เริ่มต้นมาพร้อมกันเคลียร์ปีละ 1 ครั้งช่วงเดือนธันวาคม และผลิตภัณฑ์มีราคาตั้งให้สมาชิกเป็นกำไรที่ได้ไป (ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย) และการตั้งราคาเป็นความพึงพอใจทั้งผู้ซื้อ(ประธานกลุ่ม)และผู้ขาย(สมาชิกกลุ่ม) โดยมีประธานเป็นกลไกกลางทำหน้าที่ในการนำไปส่งตลาด 1 รอบต่อหนึ่งอาทิตย์”
3) สร้างสุขภาพที่ดีให้กับผู้ผลิตและผู้บริโภค กล้วยที่มาจากวัตถุดิบในท้องถิ่นไม่ใช้สารเคมี ส่วนใหญ่ปลูกเป็นแนวรั้วและปลูกในบริเวณบ้าน
4) ได้รับการยอมรับและที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเมื่อเอ่ยถึง “กล้วยตากโชคชัย”
ปัจจัยสำคัญ สิ่งที่ค้นพบ กล้วยไม่ใช่เรื่องกล้วยๆอีกต่อไป
กว่าจะมาถึงวันนี้ เรียนรู้ลองผิด ลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน ด้วยความเชื่อและความอยากรู้ ของผู้นำ ประธานกลุ่มอาชีพโชคชัย พี่ศรี ปิยะวรรณ เศวตสุด ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลสันติสุข ทำให้สมาชิกหลายคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “เจ้าของสูตรไม่หวงวิชาการ ให้ชิม คนชิมบอกว่า อร่อย นี่แหละ ใช่ๆ จุดเป้าหมายจึงก้าวไปทางเดียวกัน เป็นลักษณะผู้นำไหวพริบดี พลิกแพลงประยุกต์ได้ สิ่งนี้ทำให้เกิดรายได้ ครอบครัวมีกินมีใช้” รวมทั้งการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งเริ่มต้นมาด้วยกัน เรียนรู้ร่วมกัน มีความเชื่อมั่นว่าจะสร้างรายได้ที่ดีได้ มีตลาดรองรับ ทำให้เห็นและเป็นจริงได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า ลองผิด ลองถูก อยากรู้ อยากลอง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเรียนรู้แบบผลิตซ้ำและเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการผลิตสิ่งใหม่ๆขึ้นมาแบบไม่คาดคิดว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าขึ้นมาได้
นอจากนี้ยังมีลูกหลาน เยาวชนในหมู่บ้าน แม้ว่าจะมีงานประจำทำ แต่อาศัยช่วงเวลาว่างมาทำกล้วยฉาบ กล้วยตากกับกลุ่ม บางคนยังได้นำเอาวิชาความรู้จากการเข้าไปทำงานในบริษัท โรงงาน มาประยุกต์ปรับใช้กับการทำงานของกลุ่มไม่ว่าจะเป็นเอกสารที่ยื่นขอจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจ การยื่นขอรับรองมาตรฐาน หรือแม้กระทั่งการทำให้กรรมวิธีการผลิต การแปรรูปให้เป็นไปในลักษณะที่ถูกต้อง และเอาตัวเองเป็นผู้ทดลองผลิตภัณฑ์ชิมแล้วให้รู้ว่าผลเป็นอย่างไรโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ถูกทดลองแล้วเชื่อว่า สามารถสร้างมูลค่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไซเดอร์ และไซรัป ที่จะเป็นรายได้ของกลุ่มสมาชิกต่อไปในอนาคต
ที่สำคัญความเป็นพี่เป็นน้อง เครือญาติในหมู่บ้านเดียวกันความเข้าใจร่วมกัน มีเป้าหมายร่วมกัน ที่จะทำให้คนในชุมชนมีอาชีพมั่นคง ลดภาระหนี้สินได้แม้ว่าจะเป็นกลุ่มเล็กๆที่ริเริ่มก่อรูปขึ้นมา แต่พร้อมที่จะขยายผลเชื่อมโยงให้เกิดสมาชิกเข้ามาร่วมมากขึ้น หากกลุ่มมีความเข้มแข็ง มีการบริหารจัดการที่ดี มีรูปแบบผลิตภัณฑ์หลากหลาย มีทุนสนับสนุนที่มากพอ
กล้วยที่เป็นเส้นใย ส่งต่อการใช้ประโยชน์ได้มากกว่า “กล้วย”
จากการวิเคราะห์เชื่อมโยงให้เห็นเส้นใยของกล้วย ที่เป็นมากกว่า “กล้วย” กลุ่มอาชีพโชคชัยวางแผนพัฒนาสู่ผู้ประกอบการชุมชน จากการนำส่วนหนึ่งของกล้วยมาใช้ประโยชน์ผลิตเป็นกล้วยตากเท่านั้น แต่กล้วยตั้งแต่รากถึงใบทุกส่วนมีประโยชน์ มีสรรพคุณทางอาหารและยารักษาโรคซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป
“สวนกล้วย” บ้านโชคชัย จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่จะขยับจากผลไปสู่รากถึงใบตามลักษณะเฉพาะถิ่น

แนวทาง ก้าวขยับต่ออีก 5 ปีที่อยากเห็น
ความพยายาม “ลองผิด ลองถูก” เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้กลุ่มวางแผนและแนวทางที่จะขยับต่อให้บรรลุเป้าหมายอีก 5 ปีข้างหน้าไม่ว่าจะเป็น การยกระดับกลุ่มให้เกิดการรับรองมาตรฐานที่เรียกว่า “PGS” พัฒนากลุ่มให้มี “สวนกล้วยเฉพาะถิ่น” ลดต้นทุนวัตถุดิบ และมีวัตถุดิบที่จะนำมาแปรรูปได้อย่างต่อเนื่อง ลดต้นทุนในการขนส่ง มีระบบในการคัดกรองคุณภาพกล้วยที่จะนำมาแปรรูป ขนาดของกล้วย ลักษณะของกล้วยที่มีความพอดีสามารถนำมาแปรรูปหลากหลาย พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆตั้งแต่ต้นจนถึงเรือนยอดกล้วย พัฒนาอาชีพเสริมที่เป็นทางเลือกใหม่ๆลดภาระหนี้สิน สร้างอาชีพที่มั่นคง เช่น การสร้างเศรษฐกิจพอเพียงในระดับครัวเรือน ส่งเสริมสมาชิกปรับเปลี่ยนการผลิตข้าวให้เป็น “ข้าวอินทรีย์”

ดังนั้น “กล้วย” อาจจะเป็นเรื่องกล้วยๆสำหรับหลายท่าน หลายกลุ่มที่ได้มีความพยายามแปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย แต่ประเด็น “กล้วยตากบ้านโชคชัย” เป็นกล้วยนำโชคที่มาพร้อมกับความตั้งใจของประธานกลุ่ม สมาชิกในกลุ่มที่อยากรู้ อยากเห็น ทดลองทำ ลองผิด ลองถูก จนกระทั่งพบผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆเป็นของตัวเอง จากนี้ไปจึงเป็นโจทย์ท้าทายที่กลุ่มอาชีพโชคชัย หรือกลุ่มกล้วยตามบ้านโชคชัยจะเดินหน้าต่อทำให้สินค้าเป็นที่รู้จัก ขยายผล ขยายสมาชิก ขยายความรู้เชื่อมโยงยกระดับไปในเรื่องอื่นๆเช่น ข้าวอินทรีย์ เกษตรพอเพียง และเชื่อมโยงกับกลุ่มต่างๆในตำบลสันติสุขมาเรียนรู้ร่วมให้เกิดกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดภาระหนี้สิน ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี นำไปสู่สิ่งที่ทุกคนฝันและอยากเห็นร่วมกัน
“เกษตรก้าวหน้า การค้าสดใส คนมีการศึกษาและวินัย ใฝ่ใจวัฒนธรรมท้องถิ่น ทุกชีวิตกินดีอยู่ดี”






