

แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตลาดน้ำบางน้อย หรือ บางน้อยนอก เป็นชุมชนริมน้ำเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่บริเวณจุดตัดของแม่น้ำแม่กลองกับคลองบางน้อย ในอดีตชุมชนนี้เป็นศูนย์กลาง การค้าทางน้ำที่สำคัญของลุ่มแม่น้ำแม่กลอง – แม่น้ำท่าจีน เป็นตลาดนัดทางน้ำที่คึกคักมาก มีเรือมาติดนัดทีละหลายร้อยลำ ตามคำบอกเล่าชาวบ้านละแวกใกล้เคียงจะนำสินค้า พืชสวนลงเรือพาย เรือยนต์ ออกมาขายแลกสินค้า บริเวณปากคลองบางน้อย แล้วยังมีเรือพ่อค้าจากแดนไกล เช่น จากสุพรรณบุรีนำข้าวมาแลกขายสินค้ากันอย่างคึกคักอีกด้วย จนถึงช่วงระยะเวลาความเจริญเข้ามาวิถีการดำรงชีวิตเปลี่ยนการสัญจรทางน้ำลดลงจนทำให้ตลาดนัดทางน้ำลดหายลงไปจนถึงปัจจุบัน
ตลาดน้ำบางน้อย ตั้งอยู่ในการปกครองของเทศบาลตำบลกระดังงา ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม สวนยกร่อง สวนผลไม้ เช่น มะพร้าว ส้มโอ กล้วย ชมพู่ ลิ้นจี่ ประชาชนยังใช้ประโยชน์จากน้ำในแม่น้ำ ลำคลอง ลำประโดง ที่ยังมีคุณภาพดีในการรดน้ำต้นไม้ ในกรเกษตรกร และยังมีสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำลำคลอง เช่น ปลาตะเพียน ปลาเสือ ปลาเข็ม กุ้งก้ามกาม กุ้งตะกาด เป็นต้น มี 4 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนกระดังงาร่วมใจ ชุมชนเกาะใหญ่ร่วมใจพัฒนา ชุมชนเกาะแก้วพัฒนา และชุมชน 789 ร่มใจพัฒนา มีวัดไทย จำนวน 4 วัด คือ
- วัดบางคนทีนอก
- วัดไทรเป็นวัดเก่าแก่ มีพิพิธภัณฑ์เป็นที่สะสมของเก่าแก่ เช่น พระไตรปิฎกของเก่า คัมภีร์ใบลานจารึกอักษรขอม บาตรฝังมุก พัดสานของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ถวายให้แก่หลวงปู่อ่วม อดีดเจ้าอาวาสวัดไทร
- วัดเกาะใหญ่เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ประมาณปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา ปี 2285 ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเจ้าอาวาสที่รับทอดต่อ ๆ กันมา ในพระอุโบสถมีพระประธานปางสมาธิ (หลวงพ่อโต) รอยพระพุทธบาทจำลอง หอระฆังโบราณ เจดีย์ปรกโพธิ์
- วัดเกาะแก้ว มีวิหารหลวงพ่อสามพี่น้อง เสากินรี และเป็นที่ตั้งตลาดน้ำบางน้อย
ปัจจุบัน ชุมชนยังคงอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม รูปแบบการตั้งถิ่นฐาน สถาปัตยกรรมวิถี ตลอดจนสภาพแวดล้อมคลองและสวนผลไม้ ที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งมีคุณค่าแก่การอนุรักษ์และศึกษาเยี่ยมชมอย่างยิ่ง ตลาดน้ำบางน้อยมีประจำวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดพิเศษ มีสินค้าจำหน่าย จะเป็นผลผลิตทางการเกษตรจากชาวสวน ในพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งอาหารคาว อาหารหวานอันขึ้นชื่อของตลาด เช่น มะนาวดอง ที่ชาวตลาดจะซื้อมะนาวจากชาวสวนมาดองเอง สามารถเดินเลียบคลองชมบรรยากาศ บ้านไม้เก่าแก่ ริมคลองบางน้อย และนั่งเรือเพื่อไปเยี่ยมชม วัดไทร วัดเก่าแก่แห่งคลองบางน้อย
สภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลกระดังงา จดแจ้งเมื่อ พฤศจิกายน 2554 ได้มีการขับเคลื่อนการรวมกลุ่มต่าง ๆ ในเทศบาลตำบลกระดังงา จนถึงปัจจุบันกลุ่มชุมชนเกาะใหญ่พัฒนา ชุมชนกระดังงาร่วมใจ ชุมชน 789 ร่มไทรพัฒนา ชุมชนเกาะแก้วพัฒนา กลุ่มขนมหวานบ้านกระดังงา กลุ่มวัฒนธรรมชุมชน , กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกาะใหญ่ใส่ใจอาชีพ เป็นต้น

สภาองค์กรชุมชนเทศบาลกระดังงา ได้รับงบประมาณ 2559 จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจและทุนชุมชนด้วยการเรียนรู้การวิเคราะห์ปัญหาและศักยภาพทุนตำบลกระบวนการทำแผนแม่บทชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายกลุ่มต่าง ๆ ในตำบล โดยทีมคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชน กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาดน้ำบางน้อย เทศบาลตำบลกระดังงาและคณะกรรมการชุมชนทั้ง 4 ชุมชน จากการทำแผนดังกล่าวได้พบว่ามีกิจกรรมหรือโครงการที่สภาองค์กรชุมชนตำบลสามารถขับเคลื่อนการจัดการทุนที่มีอยู่หลากหลายในตำบลให้เป็นเศรษฐกิจของตำบลได้
ปีงบประมาณ 2560 สภาองค์กรชุมชนตำบลจึงได้พัฒนาทุนของชุมชนให้เป็นเศรษฐกิจของชุมชนโดยสามารถสร้างเครือข่ายแหล่งทุนต่าง ๆ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน เป้าหมาย คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาศักยภาพด้านการค้า มีการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมชุมชนร่วมกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายผ่านกิจกรรมต่าง ๆ และมีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายตลาดชุมชนในตำบล
นอกจากสภาองค์กรตำบลกระดังงา แล้วยังมีเทศบาลกระดังงา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน โยธาและผังเมือง ท่องเที่ยวกีฬาจังหวัด สิ่งแวดล้อมจังหวัด วัดทั้งสี่วัดในชุมชน และโรงเรียนวัดเกาะใหญ่ร่วมเป็นเครือข่ายขับเคลื่อนกิจกรรมท่องเที่ยวของชุมชน
สำหรับกลไกสภานั้นมีบทบาทสำคัญเพราะเป็นเวทีพูดคุยให้เกิดการเชื่อมโยงองค์กรต่างๆ เช่น ผู้คนที่อยู่ในชุมชน ชมรมท่องเที่ยวตลาดน้ำบางน้อย เทศบาลตำบลกระดังงาและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง มาพูดคุยเชื่อมโยงแลกเปลี่ยน จัดทำข้อมูลเพื่อให้เกิดการพัฒนาท่องเที่ยวของตำบลกระดังงา แม้วันนี้จะเดินมาหลายก้าวแต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อให้เกิดระบบเศรษฐกิจของชุมชนที่สามารถพึ่งตนเอง มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีคุณธรรม และเป็นระบบเศรษฐกิจที่เอื้อให้เกิดการพัฒนาด้านอื่นๆในพื้นที่ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ผู้คน ชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม อย่างสัมพันธ์เพื่อความยั่งยืนต่อไป
จากการพูดคุยอย่างต่อเนื่องของพ่อค้าแม่ค้าได้วิเคราะห์ตนเอง พบว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนร้านค้าของตนให้เป็นที่น่าสนใจของแก่ท่องเที่ยว เช่น การจัดหน้าร้านให้สวยงาม เป็นระเบียบ ทำให้ลูกค้าสนใจสินค้าและสามารถจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้น มีลูกค้ากลับมาเที่ยวซ้ำมากขึ้น เพราะพ่อค้าแม่ค้ามีความเป็นกันเอง มีการพูดคุยกับลูกค้า “เล่าความหลัง” เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้ลุกค้าติดใจในความเป็นกันเองและกลับมาเที่ยวตลาดบางน้อยอีก
แผนพัฒนาท้องถิ่นปี 2561-2564 มีการจัดอบรมให้ความรู้การจัดทำแผนธุรกิจชุมชนที่ฝึกให้คนในชุมชนลุกขึ้นมาฝึกคิดวิเคราะห์ถึงศักยภาพของชุมชน และการออกแบบงานพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของคนกระดังงาสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลกระดังงาในฐานะเป็นกลไกหลักในการเป็นพื้นที่กลางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา ประสานความร่วมมือกับบริษัทประชารัฐรักษ์สามัคคีจำกัดจังหวัดสมุทรสงคราม สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชนจังหวัดสมุทรสงคราม
การดำเนินการจัดทำแผนธุรกิจชุมชนของชุมชนกระดังงา เน้นการทำแผนธุรกิจเพื่อพัฒนาตลาดน้ำบางน้อยโซนเกาะแก้วหรือตลาดน้าบางน้อยที่มีการจัดการท่องเที่ยวในปัจจุบันมีการจัดเวทีทำแผนธุรกิจ ทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจในการขับเคลื่อนกิจกรรมตลาดน้ำบางน้อยได้แผนธุรกิจชุมชนที่เกิดจากการวิเคราะห์ทุนชุมชนและมองหาเสน่ห์ของชุมชนมาเป็นการสร้างรายได้จนเกิดข้อตกลงของชุมชนในการการขยายเวลาการจัดการท่องเที่ยวตลาดน้าบางน้อย
ท่องเที่ยวช่วงเช้าถึงช่วงค่ำการนำกิจกรรมในแผนธุรกิจชุมชนมาจัดทำแผนปฏิบัติการ ก่อเกิดกลุ่มเรือท่องเที่ยวขึ้นจากคนในชุมชนที่ชักชวนกันเข้ามาร่วมกิจกรรมของชุมชนเป็นการดำเนินกิจกรรมในแผนที่เกิดขึ้นจากการพูดคุยเป็นธรรมชาติ ส่งมอบแผนธุรกิจสู่การการปฏิบัติให้กับเจ้าภาพหลักที่รับดำเนินการตามแผน
มีการเชิญนายกเทศมนตรีและเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลกระดังงามาร่วมเวทีพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนที่รับผิดชอบโครงการโอทอปนวัตวิถีมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีร่วมกันเป็นการส่งมอบแผนธุรกิจชุมชนและแผนปฏิบัติการที่ชุมชนได้ร่วมคิดร่วมทำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีกลุ่มชมรมคนรักตลาดน้ำปากคลองบางน้อยจับมือรับไม้ต่อในเรื่องการจัดการท่องเที่ยวตลาดย่ำค่ำ ต่อเนื่องถึงโครงการนวัตวิถีที่ได้รับการคัดเลือกจากจังหวัดให้พัฒนาการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน เปิดโอกาสให้ชุมชนได้เสนอปัญหาความต้องการเพื่อพัฒนาการจัดการท่องเที่ยว แนวทางแก้ไขไปพร้อมกันเป็นการพัฒนาชุมชนเพื่อความเข้มแข็งที่มาจากฐานราก

จากลงมือปฏิบัตินั้นพบว่า การจะชักชวนคนในชุมชนให้มามีส่วนร่วมดำเนินการเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนนั้น ต้องเกิดจากคนในชุมชนเอาธุระพร้อมลุกขึ้นมาจัดการชุมชนด้วยตนเอง ต้องมีทีมวิทยากรกระบวนการของชุมชน คนในชุมชนพร้อมเรียนรู้ไปกับการลงมือทำจริงจะเกิดความรู้เกิดปัญญาในการจัดการปัญหาต่างๆเกิดความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตนเป็นการเสริมพลังให้กับชุมชน พร้อมกันนี้ต้องมีการสานพลังมีการทำงานเป็นทีมร่วมกับภาคีภาคส่วนต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ที่สำคัญชุมชนต้องมีแผนงานที่เกิดจากการนำทุนของชุมชนทั้งทุนปัญหาทุนทรัพยากรทุนเงินและอื่นๆที่มีในชุมชนค้นหาอัตลักษณ์ที่เป็นตัวตนที่แท้ของชุมชนให้พบแล้วกำหนดจุดขายเหมาะสมและเอื้อประโยชน์หรือแบ่งปันกับคนในชุมชนอย่างทั่วถึงการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนก็จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้ “ชุมชนจัดการตนเอง” และชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้แท้จริง
นักสื่อสารจัดการความรู้ จังหวัดสมุทรสงคราม






