เชิดศักดิ์ พฤกษประมูล / ทองใบ สิงสีทา
สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางและภาคตะวันตก มีขนาดพื้นที่เล็กที่สุดของประเทศ ประมาณ 416.7 ตารางกิโลเมตร มีจำนวนประชากรน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ จำนวน 193,902 คน เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเพราะเป็นดินดอนปากแม่น้ำ และมีชายฝั่งทะเลติดอ่าวไทยระยะทางยาว ประมาณ 23 กิโลเมตร มีภูเขา 1 ลูก คือ เขายี่สาร มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มโดยพื้นที่ฝั่งตะวันตกจะสูงกว่าฝั่งตะวันออกเล็กน้อย ประกอบด้วย 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบางคนทีและอำเภออัมพวา มี 36 ตำบล 270 หมู่บ้าน
ตำบลบางสะแกเดิมชื่อ “ ตำบลสำโรง” มีกำนันคนแรกชื่อ ขุนเกษมสำโรง ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2457 กระทรวงมหาดไทย กำหนดให้ตั้งชื่ออำเภอ และตำบล ให้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์และทำเลที่ตั้ง และได้รวมตำบลโรงหวีบางส่วนมาเข้ากับตำบลสำโรงด้วย รวม 13 หมู่บ้าน มีชื่อหมู่บ้านส่วนใหญ่ว่า “บ้านบางสะแก” เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีต้นสะแกขึ้นโดยทั่วไปเป็นจำนวนมาก และมีวัดบางสะแกซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางเพราะอดีตเจ้าอาวาสเคยเป็นเจ้าคณะแขวงเมืองสมุทรสงครามตั้งอยู่ด้วย ดังนั้นจึงได้เปลี่ยนชื่อตำบลสำโรงเป็น “ตำบลบางสะแก”
ตำบลบางสะแก ประกอบด้วย 7 หมู่บ้าน จำนวน 497 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมดรวม 1,434 แยกเป็นชาย 680 คนและหญิง 754 คน ภูมิประเทศของตำบลเป็นที่ราบลุ่ม ส่วนใหญ่ยกเป็นร่องสวนทั่วทั้งตำบล ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งบ้านเรือนอยู่ติดแม่น้ำ ลำคลอง หรือลำประโดง ประกอบอาชีพหลักทำสวนไม้ผล ได้แก่ ส้มโอ มะพร้าว ลิ้นจี่ ส้มแก้ว ชมพู่มะเหมี่ยว กระท้อน อาชีพรอง คือ รับจ้างและค้าขาย
ตำบลบางสะแก เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งหลายด้าน มีผู้รู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้านหลายสาขา เช่น การแพทย์แผนไทย ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาด้านการเกษตร การถนอมอาหาร และงานฝีมือต่าง ๆ และมีกลุ่มองค์กรชุมชนต่าง ๆ มากมายที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่น เช่น กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง กลุ่มออมทรัพย์ตำบลบางสะแก จัดตั้งเมื่อ พ.ศ.2538 ปัจจุบันมีสมาชิก 226 คน กองทุนแม่ของแผ่นดินจำนวน 7 หมู่บ้าน กลุ่มส้มโอขาวใหญ่ตำบลบางสะแก กลุ่มผู้สูงอายุตำบลบางสะแก กลุ่มรักษ์บางสะแก สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน ตำบลบางสะแก กลุ่มสตรีตำบลบางสะแก อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านจำนวน 7 หมู่บ้าน เป็นต้น
กองทุนสวัสดิการตำบลบางสะแก เริ่มต้นจากสมาชิกในชุมชนร่วมกันเก็บรวมเงินทำบุญเพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ในชุมชนและผุ้มีความเดือดร้อน ไม่มีเงินทำศพญาติ ระยะแรกตั้งเป็นกองทุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต่อมาเมื่อได้รับรู้แนวคิดเรื่องกองทุนสวัสดิการชุมชน ผู้นำชุมชนเห็นด้วย จึงได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลขึ้นเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2552 มีสมาชิกแรกจัดตั้ง จำนวน 344 คน เงินกองทุนสวัสดิการชุมชนแรกจัดตั้ง จำนวน 20,400 บาท คณะกรรมการกองทุนฯ ได้สื่อสารประชาสัมพันธ์ขยายจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีสมาชิกจากทั้ง 7 หมู่บ้านครอบคลุมทั้งตำบลเข้าร่วมกิจกรรม
ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น 1,135 คน แยกประเภท ดังนี้ บุคคลทั่วไป จำนวน 469 คน เด็ก – เยาวชน 222 คน ผู้สูงอายุ 444 คน มีเงินกองทุนฯ สมาชิกสมทบจำนวนทั้งสิ้น 2,939,793 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 12 ธันวาคม 2561) โดยกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางสะแก มีระเบียบในการบริหารกองทุนฯ ที่สมาชิกเข้าใจได้ง่ายๆ การส่งเงินสมทบของสมาชิก สมาชิกทุกคนต้องส่งเงินสมทบเป็นรายเดือนๆ ละ 30 บาท/คน ภายในวันที่ 30 ของทุกเดือน และสมาชิกจะได้รับสิทธิในการจัดสวัสดิการตามที่กองทุนฯกำหนด
คณะกรรมการบริหารจัดการกองทุนฯ ได้รับคัดเลือกจากหมู่บ้านต่าง ๆ จำนวน 9 – 19 คน อยู่วาระคราวละ 2 ปี ผลการดำเนินงานด้านการจัดสวัสดิการชุมชนของกองทุนฯ ทำให้ท้องถิ่นเห็นความสำคัญและได้อุดหนุนงบประมาณสมทบกองทุนฯ มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปี 2559 รวม 4 ปี ต่อมาเกรงว่าจะมีปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณของท้องถิ่นกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จึงหยุดให้การอุดหนุน รวมงบประมาณที่ท้องถิ่นให้การอุดหนุนสมทบกองทุนทั้งสิ้น 1,087,360 บาท และได้รับงบประมาณสมทบจากภาครัฐผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) รวม 322,788 บาท และมีงบประมาณสมทบจากแหล่งอื่น ๆ อีก จำนวน 211,485.59 บาท รวมงบประมาณดำเนินการของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางสะแกทั้งสิ้นกว่า 4,561,426 บาท
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางสะแกมีคณะกรรมการบริหารกองทุนฯที่คัดเลือกมาจากสมาชิกทั้ง 7 หมู่บ้านและมีที่ปรึกษากองทุนร่วมด้วย รวม 17 คน คณะกรรมการจะมีการประชุมร่วมกันทุกเดือนอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งเพื่อชี้แจงรายรับ – รายจ่ายของกองทุนและนำเงินสดฝากธนาคาร มีระเบียบการบริหารจัดการกองทุนที่ผ่านความเห็นชอบจากสมาชิก มีการจัดทำฐานข้อมูลสมาชิก ทะเบียนสมาชิกอย่างเป็นระบบและได้กำหนดสถานภาพของสมาชิกอย่างชัดเจน เช่น สมาชิกหมดสมาชิกภาพเมื่อเสียชีวิต ลาออก ขาดส่งเงินสมทบติดต่อกัน 3 เดือน และที่ประชุมมีมติให้ออก เป็นต้น กองทุนฯจะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาชิกกองทุนฯ ปีละ 1 ครั้ง
ทั้งนี้ เพื่อพัฒนากองทุนสวัสดิการให้เกิดความเข้มแข็ง คณะกรรมการได้มีการกำหนดตัวชี้วัดพัฒนาความเข้มแข็งของกองทุนฯ เช่น มีกำหนดการประชุมคณะกรรมการกองทุน การประชุมสมาชิกกองทุนเป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง มีระบบการติดตามประเมินการดำเนินงานของกองทุนฯ และมีการรายงานผลการดำเนินงานต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
การจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกกองทุนฯ แรกเริ่มกองทุนฯ จัดสวัสดิการด้วยการช่วยเหลือสมาชิกที่เสียชีวิต ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการฌาปนกิจศพเท่านั้น ต่อมาได้ขยายการช่วยเหลือสมาชิกในเรื่องของ การเจ็บป่วยของตน รวมถึงการคลอดบุตร การดูแลบุตรเกิดใหม่ และสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่เป็นสบุตรหลานของสมาชิก โดยมีเงื่อนไขต้องเป็นสมาชิกกองทุนไม่น้อยกว่า 6 เดือน ปัจจุบันกองทุนฯสามารถจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกได้ 5 ประเภท ได้แก่
- สวัสดิการสมาชิกเสียชีวิต จะได้รับการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ช่วยแบ่งเบาภาระของบุตรหลาน
- สวัสดิการให้สมาชิกเจ็บป่วย โดยจะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินสำรองไว้ใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ในช่วงพักรักษาอาการเจ็บป่วย
- สวัสดิการแก่บุตร-ธิดาของสมาชิกที่เกิดใหม่
- สวัสดิการสมทบค่าเลี้ยงดูบุตร-ธิดาของสมาชิก ระยะเวลา 3 ปี เดือนละ 100 บาท
- สวัสดิการเป็นทุนการศึกษาให้บุตรหลานของสมาชิก
การดำเนินงานที่ภาคภูมิใจของกองทุนสวัสดิการตำบลบางสะแก คือ กองทุนฯเป็นหลักที่พึ่งได้ด้านสวัสดิการของสมาชิกในตำบล ทำให้สมาชิกมีความรู้สึกมั่นคงและเกิดความมั่นใจในการทำมาหากิน ใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพมากขึ้น สมาชิกที่มีบุตรเกิดใหม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ยามเจ็บป่วยมีเงินสำรองใช้จ่าย ยามเสียชีวิต บุตรหลานไม่เดือดร้อนมากนัก มีเงินสำรองจัดงานก่อน นอกจากนั้นกองทุนยังสามารถช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสคนอื่นในพื้นที่ สนับสนุนทุนการศึกษา และส่งเสริมอาชีพให้แก่สมาชิก
การเกิดกิจกรรมกองทุนสวัสดิการชุมชน ทำให้คนในตำบลรักสามัคคีกันมากขึ้น การทำงานเพื่อส่วนร่วมของผู้นำในตำบลเกิดการบูรณาการเชื่อมโยงงานกัน ทั้งงานสวัสดิการชุมชน สภาองค์กรชุมชนตำบล งานพัฒนาของผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่น งานกองทุนเชื่อมโยงการจัดสวัสดิการกับกองทุนอื่น ๆ ในตำบล เช่น กองทุนเงินล้าน กลุ่มออมทรัพย์ในหมู่บ้าน จนตำบลได้รับการยกย่องเป็นตำบลเข้มแข็ง คนในชุมชนเกิดการดูแลช่วยเหลือกันแบบไม่ใช้ “เงิน” มากขึ้น
กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางสะแก มีประสบการณ์การทำงานมาไม่นาน แต่ค่อยๆ เรียนรู้และพัฒนาต่อไป ด้วยมีจุดแข็งที่มีผู้นำชุมชนเข้มแข็ง จริงจังต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ สามารถเชื่อมโยงบูรณาการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ดีทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นตำบลที่ประชาชนในพื้นที่มีฐานะความเป็นอยู่ค่อนข้างดี มีรายได้จากขายผลไม้จากสวน การดำเนินกิจกรรมกองทุนจึงไม่ค่อยมีปัญหาในด้านการสมทบทุนสวัสดิการจากสมาชิกในแต่ละเดือน
ทั้งนี้ การจ่ายสวัสดิการค่าดูแลบุตรของสมาชิกและค่าดูแลสมาชิกที่คลอดบุตรที่เป็นรายจ่ายของกองทุนฯต่อเนื่องยาวนานถึง 3 ปีต่อราย ทำให้กองทุนมีภาระการใช้จ่ายต่อเนื่องและเป็นประจำ และอาจจะเป็นการจ่ายสวัสดิการที่ซ้ำซ้อนกับรัฐที่มีการจัดสวัสดิการแก่เด็กเกิดใหม่ตามนโยบายรัฐอยู่แล้ว
ภารกิจในระยะต่อไป คือ การรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ขยายจำนวนสมาชิกกองทุนให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อรวบรวมเพิ่มเงินสมทบจากสมาชิกให้กองทุนฯเติบโต ขยายฐานสมาชิกให้ครอบคลุมกลุ่มประชาชนในตำบลที่เป็นคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และเพิ่มสวัสดิการให้แก่เด็กหรือเยาวชนที่ประพฤติตนดี ทำคุณประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมเพื่อเป็นการสนับสนุนและสร้างคนรุ่นใหม่ให้มาสนใจและเข้ามาทำงานเพื่อชุมชนและส่วนร่วมมากขึ้น






