หินกอง เป็นตำบลหนึ่งที่ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองราชบุรี อยู่ห่างจากตัวเมืองราชบุรี ประมาณ 15 กิโลเมตร ตามประวัติความเป็นมาของผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าว่า มีชายคนหนึ่งนั่งเกวียนผ่านมาและได้พบเห็นกองหินรายเรียงกองกันอยู่จำนวนมาก ประกอบกับพื้นที่มีความเหมาะสมจึงได้ตั้งรกรากทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ จนภายหลังได้มีผู้คนจากหลายถิ่นฐานอพยพมาตั้งรกราก มีการกวาดต้อนชาวลาวเวียงจันทร์ ชาวยวนจากเมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงรายและได้กระจัดกระจายตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ ด้วยความหลากหลายของชาติพันธุ์ในจังหวัดราชบุรี ทำให้ในพื้นที่ตำบลหินกองแห่งนี้มีหลากหลายในชาติพันธุ์ทั้ง ไทย ญวน ลาว เขมรที่กระจัดกระจายอพยพมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่จากอดีตถึงปัจจุบัน
ในปี 2555 ตำบลหินกอง ได้มีการจดแจ้งและจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลหินกอง ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมโยงพี่น้องกลุ่มองค์กรต่างๆ รวมถึงผู้นำและแกนนำในตำบลที่ช่วยกันขับเคลื่อนงานพัฒนาในตำบลหินกอง โดยมีการกำหนดเป้าหมายของการพัฒนาเพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ของคนในตำบล คือ “พัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจดี และมีความสุข” และนี่คือเป้าหมายที่คนตำบลหินกอง ปักธงร่วมกันว่าจะพัฒนาตำบลไปให้ถึงจุดหมายนั้น
ปี 2560 สภาองค์กรชุมชนตำบลหินกอง ได้มีการวิเคราะห์ปัญหาของชุมชน พบว่ามีปัญหาด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ทรุดโทรม ผุพัง จึงได้ร่วมกันคิดแก้ไขปัญหาเพื่อให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีกระบวนการทำงานตามขั้นตอนต่างๆ เช่น การสร้างความเข้าใจชาวบ้านถึงเป้าหมายในการแก้ไขปัญหา การจัดตั้งคณะทำงานในการแก้ไขปัญหาที่เป็นทีมเฉพาะกิจในการขับเคลื่อนเรื่องนี้
ผู้นำชุมชนและสมาชิกสภาองค์กรชุมชน มีการสำรวจผู้เดือดร้อน พบว่าในตำบลหินกองที่มีสภาพบ้านเรือนทรุดโทรม จำนวน 150 ราย พร้อมนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ของตำบล พบปัญหาสำคัญของพื้นที่ คือ ปัญหาความยากจน ซึ่งเป็นที่มาของบ้านเรือนทรุดโทรม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของชุมชนในการหาวิธีการแก้ไขปัญหา มีการตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาบ้านพอเพียงจำนวน 14 ราย ซึ่ง เป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาเรื่องบ้าน นำไปสู่ “โครงการบ้านพอเพียงตำบลหินกอง”
เมื่อสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนแล้ว ได้มีการจัดลำดับผู้เดือนร้อนผ่านการประชาคมของตำบล และจัดทำแผนในการแก้ไขปัญหา 5 ปี พร้อมทั้งมีการนำเสนอผลการสำรวจ ข้อมูลต่างๆ เพื่อเสนอโครงการในการขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาผ่านโครงการบ้านพอเพียงจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.
กระบวนการทำงานมีการประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินการร่วมกัน และซ่อมสร้างบ้าน โดยเจ้าของบ้านดำเนินการเองทั้งการจัดซื้อวัสดุและการซ่อมแซม หรือผู้นำชุมชนจะมาช่วยกันในละแวกใกล้เคียง
ในการซ่อมแซมบ้านพอเพียงของตำบลหินกองจะเป็นการซ่อมบ้านแบบให้เปล่าในระยะ 2 ปีแรก เนื่องจากผู้เดือดร้อนที่ได้รับช่วยเหลือโดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ พิการและยากจน มีเพียงรายได้จากเบี้ยยังชีพที่รัฐบาลให้เป็นรายเดือนๆ ละไม่กี่ร้อยบาท และอาศัยเงินจากลูกหลานในการเลี้ยงชีพ
ปี 2562 ผู้เดือดร้อนได้ร่วมกันสมทบส่งเงินคืนเพื่อจัดตั้งเป็น “กองทุนซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยตำบลหินกอง” เพื่อต่อยอดโครงการซ่อมแซมบ้านให้กับผู้เดือดร้อนรายอื่นๆ ในตำบลต่อไปในอนาคต โดยดูจากสภาพความสามารถในการส่งเงินสมทบคืนให้กับกองทุนตำบลตามข้อตกลงที่ให้ไว้ สำหรับหลักเกณฑ์ในการบริหารจัดการกองทุน เพื่อการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จึงมีระเบียบที่กำหนดร่วมกันและเป็นที่ยอมรับ วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของตำบลหินกอง และส่งเสริมสนับสนุนในด้านการประกอบอาชีพของคนในตำบลภายหลังจากการซ่อมสร้างบ้านแล้วเสร็จ การส่งเงินสมทบคืน “กองทุนซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยตำบลหินกอง” มีทั้งการสมทบคืนตั้งแต่ 10 %, 20%, 50% และ 100 % ของเงินที่ได้รับการสนับสนุน โดยดูจากศักยภาพและความสามารถของผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเงินที่ได้รับสมทบกลับคืนมานี้ ตำบลจะพิจารณาจัดสรรให้กับผู้เดือดร้อนที่ต้องการความช่วยเหลือในลำดับต่อๆไป
ตั้งแต่ปี 2560 – 2562 ตำบลหินกองได้ดำเนินการซ่อมสร้างผ่านโครงการบ้านพอเพียงเสร็จสิ้นไปแล้วจำนวน 29 หลังคาเรือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 584,555 บาท แบ่งเป็นเงินที่ พอช. สนับสนุน จำนวน 522,420 บาท ในส่วนที่เกินงบประมาณเป็นเงินที่ครัวเรือนผู้เดือดร้อน ผู้นำชุมชน บริษัท ห้าง ร้านในพื้นที่ตำบลหินกองร่วมสมทบ จำนวน 62,135 บาท
นายประสิทธิ์ ชวลิตชุติกุล อายุ 89 ปี หนึ่งในผู้เดือดร้อนในโครงการบ้านพอเพียง อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ที่ 10 ตำบลหินกอง มีสมาชิกในบ้าน 6 คน เป็นผู้สูงอายุและมีฐานะยากจน อาศัยอยู่กับลูกๆ หลานๆ เป็นหนึ่งในผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยได้รับการช่วยเหลือในปีนี้


“ตอนที่ผู้ใหญ่บ้านมาสำรวจและบอกว่าจะหาเงินมาช่วยซ่อมบ้านให้กันแดดกันลมกันฝน ตอนแรกไม่เชื่อว่าจะได้จริงหรอก ใครเขาจะมาช่วย ต่อมาไม่นานผู้ใหญ่บ้านก็มาบอกว่าได้เงินมาซ่อมบ้านให้ลุงแล้วแต่ได้มาไม่มาก … ลุงได้รับเงินมาซ่อมบ้าน 18,000 บาท จาก พอช. ผู้ใหญ่ก็ช่วยไปสั่งของที่ต้องใช้มาให้ หน่วยทหารก็มาช่วยทำบ้านให้อยู่หลายวัน จนเสร็จ เงินที่ได้มาก็ไม่พอจ่ายค่าวัสดุ … คนโน้นช่วย คนนี้ช่วยมาบ้าง ตอนนี้ซ่อมบ้านเสร็จแล้วมีหลังคา มีฝาผนังอย่างดีกันแดดกันฝนได้แล้วแถมหลังใหญ่โตเกินกว่าที่คิดไว้มากมาย ต่อไปก็ไม่ต้องลำบากไปหาเก็บป้ายโฆษณา ป้ายหาเสียงมาทำฝาบ้านแล้ว ลุงก็มีความสุขและดีใจมาก ต้องขอบคุณทีมงานผู้ใหญ่บ้าน หน่วยทหารพลพัฒนา ที่เข้ามาช่วย รวมถึง พอช. ที่ให้เงินมาซ่อมบ้านให้ใหม่ ต่อไปนี้ลุงก็นอนตายตาหลับแล้วลูกหลานก็ไม่ต้องลำบากเรื่องบ้านที่อยู่แล้ว ต้องขอขอบพระคุณมากจริงๆ” ลุงประสิทธิ์กล่าว
ผลจากการทำงานแก้ไขปัญหาเรื่องเรื่องที่อยู่อาศัย เป็นจุดเริ่มของการนำมาสู่การแก้ไขปัญหาบ้านทรุดโทรม ทำให้ได้เรียนรู้กับการทำงานหลายอย่าง เช่น การทำงานเป็นกลุ่มเป็นทีม จากเดิมที่คนไม่ค่อยเสียสละให้กับงานส่วนรวม ก็เริ่มมีการรวมกลุ่มกัน เกิดความสามัคคีในชุมชน ที่ผ่านมาการเป็นอยู่เป็นเรื่องตัวใครตัวมันเนื่องจากสังคมปัจจุบันที่ต้องปากกัดตีนถีบซึ่งเป็นเรื่องยากมาก โดยเพราะที่เป็นผู้นำชุมชน ซึ่งมีภารกิจในหน้าที่รับผิดชอบมากมาย
การทำงานในครั้งนี้ ทำให้ได้ข้อมูลและนำไปสู่แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องบ้าน สามารถแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัย ทำให้บ้านเสื่อมโทรม ผุพังในตำบลได้รับการซ่อมแซม สร้างการมีส่วนร่วมจากการทำงานร่วมกันของคนในตำบล ในช่วงระยะแรกๆ ต้องยอมรับว่าเกิดแรงต้าน การไม่เข้าใจทั้งจากชาวบ้านด้วยกันเอง หรือแม้แต่หน่วยงานต่างๆ ที่ไม่คิดว่าชาวบ้านจะทำได้ ชาวบ้านไม่คิดว่าจะทำได้จริง แต่พอลงมือทำแล้ว มีคนทำงานเพิ่มขึ้น เกิดการยอมรับจากชาวบ้านเริ่มให้ความร่วมมือ หน่วยงานภาคีก็เพิ่มมากขึ้นตามลำดับไม่ว่าจะเป็น อบต. หน่วยทหารพัฒนา
“กองทุนซ่อมสร้างที่อยู่อาศัยตำบลหินกอง” จึงเป็นความคาดหวังที่สภาองค์กรชุมชนอยากเห็นการเติบโตของกองทุน และเกิดความยั่งยืนต่อไป
ข้อมูลโดยสภาองค์กรชุมชนตำบลหิงกอง
จัดทำและเรียบเรียง นายชูพงษ์ แสงอุทัย
นายสุรินทร์ ตำหนิงาม






