เกษตรอินทรีย์วิถีคน ‘ละลมใหม่พัฒนา’ การผลิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ที่เป็นผลการดำเนินงานของระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชน ประสบผลสำเร็จอันเนื่องมาจาก การได้รับการสนับสนุนจากคนในชุมชน และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือด้านการให้ความรู้เรื่องการพัฒนากลุ่มอาชีพที่มีอยู่ในชุมชน รวมทั้งได้รับการสนับสนุนด้านการวางแผน และการบริหารจัดการ และผู้มีประสบการณ์และความรู้ เป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ มีการติดตามประเมินผลทุกปี
รูปธรรมความสำเร็จที่ประชาชนตำบลละลมใหม่พัฒนา อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา มีการจัดการอย่างดีในรูปแบบผสมผสาน โดยใช้สารอินทรีย์เป็นปัจจัยหลัก ปุ๋ยเคมีเป็นปัจจัยรอง เป็นตำบลที่เน้นด้าน การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ซึ่งตรงกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงทรงริเริ่มไว้เมื่อหลาย 10 ปีก่อน ปัจจุบันมีหมู่บ้านดีเด่นด้านการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ เมื่อปี 2535 ภายใต้โครงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนตำบลละลมใหม่พัฒนา
พื้นฐานของชุมชนชนบท สภาพสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ยึดหลักพอเพียงด้วยการปลูกพืชสวนครัวที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ ซึ่งมีการจัดและตกแต่งป้ายบริเวณหน้าบ้าน ด้วยไม้ดอกไม้ประดับ หน้าบ้านหน้ามอง เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพทางการเกษตร หรือสิ่งของใช้ในชีวิตประจำวันแบบดั้งเดิม
การปลูกพืชสวนครัวรั้วรอบบ้าน คือ กระถิน นอกจากนี้ยังมีชะอม มะนาว มะกรูด แคต้นเตี้ยดอกดกตลอดปี ใกล้บันไดบ้าน วางกระถางล้างเท้ารูปสี่เหลี่ยม ถัดไปเป็นมะลิกอใหญ่ หลังบ้านมีบึงเล็ก เต็มไปด้วย กอบัวแดง พอสายหน่อยแดดจัด สายบัวนี่กินได้แกงอร่อย ต้มกะทิก็เยี่ยม เดินลงไปหน่อยก็เป็นบึง เด็ดยอดผักบุ้ง ผักกระเฉดมาต้มจิ้มน้ำพริกสบายไม่ต้องเสียเงินไปซื้อผักปลาที่ไหน ข้างบ้านก็มีกล้วยหลากหลายพันธุ์ โหระพา กะเพรา ตะไคร้ ที่ปลูกใกล้ๆ กับบ่อเลี้ยงปลานิล ปลาดุก อยู่รวมกันได้ทั้งนั้น เพียงแต่ต้องแบ่งเนื้อที่ไว้ให้สำหรับอนุบาลลูกปลาซักหน่อยไม่ต้องใหญ่มากนัก ผักบุ้ง ช่วยเป็นที่หลบซ่อนจากปลาใหญ่ได้เป็นอย่างดี
ที่ตำบลละลมใหม่พัฒนาปลูกพืชสวนครัว 8 ตระกูล และการทำไร่นาสวนผสมคือ แบ่งพื้นที่ออกใช้ทำกิจกรรมหลายอย่าง แบ่ง 20-30% มาทำบ่อเก็บน้ำและใช้เลี้ยงปลากับเลี้ยงหอยขมไปพร้อมกัน แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้ปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ พื้นที่ปลูกเครื่องเทศสมุนไพร พื้นที่ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น และพื้นที่อีกส่วนหนึ่งทำคอกสัตว์เลี้ยงอาจเป็นสัตว์กินหญ้า เช่น เลี้ยงแพะ เลี้ยงเป็ดเป็ด ไก่ เป็นต้น
การกระจายงานหลายอย่างทำให้เรามีงานทำตลอดปีในไร่นาของเราเอง และเศษเหลือจากงานหนึ่งก็นำไปใช้ต่อในงานอื่น เช่น ปลูกข้าวได้ข้าวกับฟาง นำฟางไปเพาะเห็ดเป็นต้น การปลูกไม้ยืนต้น เป็นพืชพลังงานอาจปลูกริมรั้วปล่อยให้สูงเต็มที่ แต่พืชอื่นจะควบคุมความสูงไว้ที่ประมาณเมตรครึ่งถึงสองเมตร โดยการตัดย่อและแต่งพุ่มเพื่อให้ปฏิบัติดูแลได้ง่าย เช่น ฝรั่ง มะม่วง ฯลฯ เศษพืชจะไม่เผาท้องแต่นำมาใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ และใช้ปุ๋ยเคมีอย่างมีประสิทธิภาพ ปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ เลี้ยงปลา นี่คือความสมดุลของคนตำบลละลมใหม่พัฒนาของเรา


การปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ ยังไม่รวมถึงตำลึง ผักตระกูลแตง แฟง ที่ชอบเลื้อยขึ้นร้านที่ชาวบ้านได้ใช้ท่อ พีวีซี ทำให้ขึ้นยึดติดกัน เป็นซุ้มเดินผ่านตระกาลตา เป็นความร่มรื่นของคนเดินผ่านเข้ามาศึกษาดูงาน และเจ้าของสวนเองก็ได้เด็ดไปทำอาหาร ต้มยำทำแกง เช่น โครงการเกษตร สนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน ให้เพาะเห็ดฟาง การปลูกผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงปลา แถมยังลดรายจ่ายอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นได้อีกด้วย ปลูกพืช ผักสวนครัว รั้วกินได้ ทุกครัวเรือนอย่างน้อยครัวเรือนละ 8 อย่าง เลี้ยงสัตว์ไว้บริโภคเหลือจึงจำหน่าย ใช้ปุ๋ยชีวภาพในการผลิตพืชไร่และการทำนา ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในการประกอบอาชีพเสริมในชุมชน มีการทำบัญชี รายรับ–รายจ่าย
ปัจจุบันการเกษตรดั้งเดิมของตำบลละลมใหม่พัฒนา ที่ปฏิบัติกันมานานชั่วลูกหลาน คือ การเกษตรธรรมชาติ การเกษตรอินทรีย์ การเกษตรชีวภาพ จึงขอสรุปให้ทราบว่า เป็นการเกษตรแบบโบราณเรานั่นเอง
คือ ใช้แรงงานจากคน จากสัตว์เลี้ยง ปุ๋ยที่ได้ก็เกิดจากมูลสัตว์ ใบไม้ใบตองนำมากองสุมหมักไว้เมื่อเน่าเปื่อยก็นำไปใส่ต้นไม้หรือไร่นา ส่วนพืชที่ปลูกก็คือ พืชที่เป็นอาหารประจำวัน เช่น ข้าว ข้าวโพด ถั่ว ผักหลากชนิด กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน ทำให้ความสัมพันธ์ของพี่น้องแน่นปึก ที่ชาวบ้านเรียกติดปากกันมานานว่า เกษตรอินทรีย์วิถีคนละลมใหม่พัฒนา
เกษตรอินทรีย์วิถีคนละลมใหม่พัฒนา ให้ความสำคัญในการที่จะพัฒนาระบบการทำเกษตรอินทรีย์ พัฒนากลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน ระบบธุรกิจชุมชนจนเกิดการจัดระบบเรียนรู้ร่วมกันจับมือร่วมกัน จนมีภาคีที่ให้ความร่วมมือในการประกอบเสริมพัฒนากลุ่มอาชีพให้มีความเข้มแข็งสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยชุมชนเอง จึงได้เกิดการประสานความร่วมมือในการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้นั้นจึงได้ประสานการสนับสนุนงบประมาณจาก องค์การบริหารส่วนตำบลละลมใหม่พัฒนา อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยงบประมารที่ได้รับการสนับสนุนผ่านสภาองค์กรชุมชนคือ งบอุดหนุนกลุ่มอาชีพและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจำนวน 50,000 บาท เป็นระยะติดต่อกัน 4 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2564 วัตถุประสงค์เพื่อให้การบริหารการจัดการส่งเสริมอาชีพในชุมชนอย่างมีระบบและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนภาคการผลิต เป้าหมายคือ ให้กลุ่มอาชีพและวิสาหกิจชุมชนมีความพร้อมในการสร้างความเข้มแข็งในอาชีพ
ข้อค้นพบที่ผ่านมาของตำบลละลมใหม่พัฒนาคือ การเปลี่ยนแปลงระดับกลุ่มองค์กร/หมู่บ้านชุมชน`/ตำบล เกิดความเคลื่อนไหวการทำงานในพื้นที่ ทำให้เกิดความสนใจและขยายจำนวนสมาชิกในเครือข่ายจากเดิม 22 กลุ่มองค์กร เพิ่มขึ้นเป็น 10 กลุ่มในการร่วมเป็นเครือข่ายสมาชิกโดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นร่มใหญ่และกลไกสำคัญในการพัฒนา
ส่วนแนวทางที่จะดำเนินพัฒนาชุมชนท้องถิ่นนั้น คนตำบลละลมใหม่จะพัฒนาแกนนำคนรุ่นใหม่ เพิ่มขึ้นที่สามารถเป็นคณะทำงาน ในการขับเคลื่อนงานรวมไปถึงยังสามารถจัดกระบวนการ ชวนพูดชวนคุย วิทยากรชุมชน จากเดิมที่มีคณะทำงาน 10 คน เกิดการขยายผลและพัฒนาสู่ความเข้มแข็งในการจัดการทุนชุมชน บูรณาการกองทุนซึ่งเริ่มดำเนินการปีตั้งแต่ปี 2543 เพื่อเป็นกองทุนกลางที่ให้สมาชิกสามารถนำไปเป็นทุนในการประกอบอาชีพ
นอกจากนี้ การร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจังของตำบล เป็นในกระบวนการพัฒนาทุนชุมชนด้วยกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ โดยยึดหลักการพึ่งพาตนเอง จนตระหนักและเข้าใจในศักยภาพของทุนชุมชน มีการประเมินการใช้ประโยชน์ เพื่อกำหนดเป้าหมายการดำเนินกิจกรรม เพื่อจัดการปัญหาของคนในชุมชน จะทำให้มีผลการดำเนินงานออกมาดี ได้รับการเผยแพร่ปากต่อปาก และการขอศึกษาดูงานของกลุ่มองค์กร ผู้นำชุมชนจากต่างจังหวัด ต่างอำเภอ ก่อให้เกิดความตื่นตัว ในการเข้าร่วมกิจกรรมของชาวบ้านในชุมชน และเกิดผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ๆ เข้ามาร่วมทำงาน ร่วมแก้ไขปัญหา และพัฒนาชุมชนอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์แวดล้อม และความต้องการของชุมชนมากยิ่งขึ้น


ประพันธ์ สีดำ รายงาน






