“…ให้พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกินมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหราก็ได้ แต่ว่าพอ แม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือย แต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ อันนี้ก็หมายความอีกอย่างของเศรษฐกิจ หรือระบบพอเพียง…พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่เบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็พอเพียง ทำอะไรก็พอเพียง ปฏิบัติตนก็พอเพียง…” นี่คือคำสอนของพ่อหลวง ที่ชาวตำบลหนองบุนนากหยิบยกมาเป็นคำสอนสติเตือนใจ
ตำบลหนองบุนนาก เดิมชื่อว่า ตำบลสารภี อำเภอโชคชัย ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2516 ได้แยกเป็นตำบลหนองบุนนาก กำนันคนแรกชื่อกำนัน สว่าง เชียงคำ โดยมีหมู่บ้านทั้งสิ้น 20 กว่าหมู่บ้านต่อมามีตำบลที่แยกออกไปอีก 2 ตำบล คือ ตำบลหนองตะไก้และตำบลไทยเจริญตอนนั้นเหลือเพียง 8 หมู่บ้านเท่านั้น “ หนองบุนนาก” ตั้งชื่อตามหนองน้ำซึ่งเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ เมื่อก่อนมีต้น “บุนนาค” มีลักษณะเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ใบมนเล็ก มีดอกสีม่วงขาว ขึ้นอยู่ริมหนอง และในหนองมีน้ำมากมาย จึงเรียกชื่อว่า หนองบุนนาค ต่อมาชื่อเพี้ยนไป กลายเป็นหนองบุนนากและได้มีการขุดคลองสระซึ้งตื้นเขินมาก จนสามารถนำน้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางเกษตรกรรม จำนวนหมู่บ้านทั้งหมด 17 พื้นที่รวม 162,064 ไร่ จำนวนครัวเรือน 223 ครัวเรือน จำนวนประชากรรวม 10,588 คน ชาย 5,237 คน หญิง 5,351 คน
ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำไร่ผัก มีการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาอาชีพ หลากหลายกลุ่ม โดยคนในชุมชนมีการร่วมกันเป็นสมาชิกกลุ่มกองทุนต่าง ๆ ได้แก่ กลุ่มออมเงินสัจจะออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มอาชีพแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร และได้รับการส่งเสริม สนับสนุนจาก อบต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ตำบลหนองบุนนาก ยังมีกิจกรรมที่สามารถลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว เช่น การปลูกพืชผักสวนครัว การเพาะเห็ดฟาง การปลูกผัก การเลี้ยงปลา การเลี้ยงเป็ดไข่ ห่าน กระต่าย สำหรับบริโภคหรือ นำไปขาย การทำจักสาน น้ำพริก ปุ๋ยหมักชีวภาพ และยังมีการปลูกต้นไม้ เช่น ทุเรียน เงาะ ลองกอง กล้วย เป็นต้น

นอกจากนี้ตำบลหนองบุนนาก ยังมีครัวเรือนที่ดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นครัวเรือนตัวอย่างที่ได้นำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันและยังได้ให้เป็นจุดแลกเปลี่ยนรู้ให้กับชุมชนซึ่งเป็นโอกาสที่ดีของคนในชุมชนที่จะมีการเรียนรู้ด้วยตนเองและปฏิบัติจริง
1) ด้านการลดรายจ่าย โดยการส่งเสริมสนับสนุนการปลูกผัก ผลไม้ไว้บริโภค และมีเหลือจะนำไปขายหรือแปรรูปบริโภคและจำหน่ายและมีการรวมกลุ่มเพื่อผลิตปุ๋ยชีวภาพ น้ำส้มควันไม้ในการไล่แมลง เพื่อเป็นลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ยังเป็นหมู่บ้านปลอดยาเสพติด รณรงค์การลด ละ เลิก อบายมุข และมีการจัดทำบัญชีรับ – จ่ายครัวเรือนเพื่อลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
2) ด้านการเพิ่มรายได้ มีการส่งเสริมครัวเรือนให้ประกอบอาชีพเสริม เช่น ทำนาและทำไร่ผัก มีการรวมกลุ่มมีการส่งเสริมให้มีการออมเงินเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนในหมู่บ้านและนำเงินไปสนับสนุนในการทำอาชีพเสริมต่างๆ ให้แก่หมู่บ้านหรือส่งเสริมอาชีพในครัวเรือน เช่น กลุ่มปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ กลุ่มทำน้ำพริก การปลูกผักในครัวเรือน/จำหน่าย และมีการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรใช้พันธ์ข้าวและเมล็ดพันธ์ที่ดี
3) ด้านการประหยัด ส่งเสริมให้มีการออมเงินสัจจะเพิ่มขึ้น ส่งเสริมสนับสนุนการทำปุ๋ย ยา เพื่อการประกอบอาชีพการเกษตรและใช้ในครอบครัว มีการรณรงค์ ลด ละเลิก อบายมุข ส่งเสริมครัวเรือนปลูกพืชผักสวนครัว เป็ดไข่ ไก่ เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ ไว้บริโภคเองและจำหน่าย
4) ด้านการเรียนรู้ มีแหล่งเรียนรู้ที่ให้ความรู้ในด้านการประกอบอาชีพ ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการบริหารจัดการเงินทุน ด้านการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ การทำไร่ผัก พริก มะพร้าว มะนาว ถั่วฝักยาว แตงร้าน ซึ่งคนในชุมชนสามารถเรียนรู้ ปฏิบัติและนำไปใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีการเข้าอบรมตามที่หน่วยงานจัด และได้ไปศึกษาดูงานกลุ่มอื่นที่แตกต่าง หรือเหมือนกับหมู่บ้านตน เพื่อนำมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นแหล่งที่ให้การศึกษาดูงานจากหมู่บ้านอื่น อำเภอและจังหวัดอื่น ดังนั้นจึงได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันอยู่เสมอ
5) ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ชุมชนส่งเสริมให้ครัวเรือนปลูกต้นไม้ทดแทนที่ได้ใช้ไป เช่น ไม้ผล มีการปลูกต้นไม้ และให้ประชาชนช่วยกันดูแลต้นน้ำและลำธาร เพื่อเป็นการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีอยู่เสมอ ส่งเสริมให้คนในชุมชนใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ แทนปุ๋ยเคมี ลดการใช้สารเคมี และรณรงค์การกำจัดขยะมูลฝอยของแต่ละครอบครัว
6) ด้านการเอื้ออารีต่อกัน ได้จัดสวัสดิการจากกองทุน/กลุ่ม ต่างๆ ภายในชุมชน เพื่อเป็นการช่วยเหลือดูแล ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ จัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุได้มีความสุขโดยให้ลูกหลานได้ร่วมกิจกรรมพร้อมๆ กัน เช่น การรดน้ำขอพรผู้สูงอายุในวันสงกรานต์ทุกปี การทำบุญกลางบ้านทุกปี เพื่อการพัฒนาจิตใจแต่ประชากรในพื้นที่ก็จะไปทำบุญกันอย่างสม่ำเสมอที่วัดสุนทรประดิษฐ์
ความสำเร็จของตำบลหนองบุนนาก คือการมีพัฒนาที่เป็นรูปธรรมอันเกิดจากความร่วมมือของคนในชุมชน ด้วยความร่วมมือ ร่วมใจ และความสามัคคีของทุกคน ที่ต้องการเห็นชุมชนน่าอยู่ คนในชุมชนมีอาชีพมีรายได้ พึ่งพาตนเองได้ และการขับเคลื่อนงานในชุมชนต้องมีการทำประชาคม รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อบรรจุไว้ในแผนชุมชนโดยยึดแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นหลัก
แก้ไขปัญหาปากท้องชุมชนอย่างค่อยเป็นค่อยไป สู่ชุมชนชีววิถีที่เข้มแข็งมีรายได้นับล้านต่อปี ด้วยแนวคิดพึ่งพาตนเอง ยึดมั่นในความพอประมาณและมีภูมิคุ้มกัน กินอิ่ม เศรษฐกิจในชุมชนพึ่งพาตนเองได้ มีรายได้สม่ำเสมอ นอนอุ่น สุขภาพร่างกาย มีความเป็นอยู่ที่ดี ฝันดีมีความปลอดภัยในทรัพย์สิน
หน่วยงาน/ ภาคีความร่วมมือให้การสนับสนุนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ปี 2562 เช่น เชื่อมโยงแผนชุมชนกับแผนหน่วยงาน สนับสนุนงบประมาณ/ทรัพยากร แก้ไข/ปรับเปลี่ยนกฎ ระเบียบ แนวทางการทำงานเพื่อสนับสนุนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น เป็นต้น พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นปี 2562 อย่างชัดเจน เช่น แผนของหน่วยงาน รายงานการประชุม บันทึกความร่วมมือ จดหมายรับรองการสนับสนุนแผน/งบประมาณจากหน่วยงาน เป็นต้น
อย่างไรก็ตามการเชื่อมโยงการเรียนรู้การพัฒนาระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนของเราเริ่มจากจุกเล็กๆ และค่อยๆ ขยายวงในการพูดคุยและเริ่มขยายธุรกิจที่เริ่มต้นจากชุมชน คนที่มีองค์ความรู้และภูมิปัญญา และคนที่เคยมีประสบการณ์การการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ในชุมชน จึงเกิดการพัฒนาและจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบเศรษฐกิจและทุนในชุมชน คือ
- การสร้างความเข้มแข็งและการจัดการชุมชนที่มีความถนัดเหมือนกันและต่างกัน
- ต้องมีระบบการคิดทีต้องระเบิดจากภายในชุมชน คือ มาจากทักษและความสามารถในชุมชนที่มีอยู่ จึงจะเกืดความยั่งยืนและเข้มแข็ง
- ยกระดับไปสู่การจัดการองค์ความรู้ที่ได้ปฎิบัติมาร่วมกันและขยายผลให้กับคนอื่นๆต่อไป
- นำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งไปสู่ระบบการตลาดร่วมกันและนำไปสู่ธุรกิจชุมชน
ทั้งนี้ความสำคัญในการที่จะพัฒนาระบบธุรกิจชุมชนจนเกิดการจัดระบบเรียนรู้ร่วมกัน จับมือร่วมกัน จนมีภาคีที่ให้ความร่วมมือในการประกอบธุระกิจชุมชนของตำบลจึงได้เกิดการประสานความร่วมมือในการประกอบระบบเศรษฐกิจและทุนชุมชนจนประสบผลสำเร็จ ทั้งในการผลิตเป็น วางแผนเป็น การตลาดเป็น จึงได้เกิดการสนับสนุนงบประมาณจาก องค์การบริหารส่วนตำบล สำหรับงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจาก อบต. จำนวน 100,000 บาท ตามโครงการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงระดับครัวเรือน ระดับชุมชน และระดับตำบล


ประพันธ์ สีดำ รายงาน






