ตำบลคลองพลู เดิมเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ซึ่งเป็นตำบลเล็กๆ ของอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี มีเส้นทางการเดินทางตัดผ่านไปยังจังหวัดจันทบุรี แต่เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบ เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและโรคร้ายแรงต่างๆ จึงทำให้ไม่ค่อยมีผู้นิยมสัญจรตามเส้นทางสายนี้ ตามลักษณะภูมิประเทศของตำบลคลองพลูนั้นค่อนมาทางอำเภอบ้านบึง ปัจจุบัน ตำบลคลองพลู อยู่ภายใต้การปกครองของอำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี
สภาองค์กรชุมชนตำบลคลองพลู ตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 25 ธันวาคม 2553 ดำเนินงานเรื่องการจัดทำแผนพัฒนาตำบล เป็นเวทีกลางในการรับฟังปัญหาและร่วมกันแก้ไข จนมาถึงปี พ.ศ. 2561 คณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองพลู ได้หารือร่วมกันเพื่อจะแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีฐานะยากจน ได้ซ่อมแซมบ้านเรือนที่ทรุดโทรม คณะทำงานสภาองค์กรชุมชนฯ และตัวแทนชาวบ้านจึงได้สำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนในตำบล พบว่ามีผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยในตำบลทั้งหมด 20 ครัวเรือน เมื่อได้ข้อมูลผู้เดือดร้อนแล้ว คณะทำงานสภาองค์กรชุมชนฯ จึงได้ร่วมกันวางระเบียบและแนวทางในการทำงานร่วมกัน โดยมีเกณฑ์พิจารณาผู้เข้าร่วมโครงการบ้านพอเพียงชนบท ซึ่งจะต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในตำบล เป็นสมาชิกที่อยู่ในสภาองค์กรชุมชนและครอบครัวที่มีความเดือดร้อนมากๆ หลังจากนั้นเมื่อมีการพิจารณาคัดเลือกผู้เดือดร้อนตามหลักเกณฑ์จากแต่ละหมู่บ้านแล้ว สภาองค์กรชุมชนฯ จึงได้จัดเวทีรับรองสิทธิ์ผู้เดือดร้อนระดับตำบล โดยมีสมาชิกสภาองค์กรชุมชน และผู้เดือดร้อนเข้ามาตกลงร่วมกัน ส่วนการบริหารจัดการ เพื่อให้กองทุนเกิดความยั่งยืนและนำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนต่อไปได้ ครัวเรือนที่ได้รับการช่วยเหลือเรื่องการซ่อม สร้าง ต่อเติม ต้องส่งคืนเงินกองทุนที่ดินเดือนละ 100 – 3,000 บาท
นางนันทภัษ มังธีรวรรษ ประธานสภาองค์กรชุมชน เล่าว่าในการสนับสนุนงบช่วยเหลือจะให้ผู้เดือดร้อนและแกนนำที่เป็นสมาชิกสภาเพื่อทำเป็นต้นแบบก่อนเพื่อให้เห็นว่าสามารถทำได้จริงๆ หลังจากนั้นก็เริ่มกระจายงบไปยังครัวเรือนที่มีความยากลำบากและมีความประสงค์ที่จะซ่อมแซมหรือต่อเติมบ้าน โดยบางหลังจะให้เป็นตัวเงิน และบางหลังจะให้เป็นวัสดุแทน ซึ่งในปี 2561 สร้างได้ทั้งหมด12 หลัง งบประมาณ 216,000 บาท และในปี2562 ได้ทั้งหมด10 หลังงบประมาณ 180,000 บาท นอกจากนี้ได้ทำข้อมูลผู้เดือดร้อน จำนวน 30 หลังคาเรือน จัดทำแผนงานขอรับการสนับสนุนจาก พอช.ในปี 2563
บ้านคนงานของนายบัณฑิต


นางสงกรานต์ แสงสุวรรณ หนึ่งในสมาชิกที่ขอรับงบประมาณในครั้งนี้เล่าว่า ตนมีสมาชิกครอบครัวทั้งหมด 9 คน ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ จากสภาพบ้านที่ทรุดโทรมและมีขนาดเล็กทำให้ไม่เพียงพอต่อการพักอาศัยก็เริ่มขยายเป็นกระท่อมเล็กๆเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวได้สะดวกสบายมากขึ้น ต่อมาตนอยากจะซ่อมแซมบ้านที่กำลังจะพังลงให้แข็งแรงมากขึ้นและพร้อมที่จะให้คนในครอบครัวเข้ามาอาศัยอยู่ด้วยกัน แต่เนื่องด้วยฐานะทางครอบครัวไม่ดี ตนก็ไม่มีกำลังทรัพย์ที่มาซ่อมแซมบ้านที่ตนอาศัยอยู่ได้ อยู่มาวันหนึ่งก็ได้มีสภาองค์กรชุมชนเข้ามาสำรวจบ้านและถ่ายรูปบ้านแล้วตนก็ได้เล่าถึงปัญหาที่ประสบอยู่ให้กับทางสภาฯฟัง หลังจากนั้นตนก็ได้รับงบช่วยเหลือ และนำเงินมาดำเนินการแต่ซ่อมได้เพียงหลังคาเพราะเงินไม่เพียงพอ ถึงอย่างไรก็ตามการที่ตนได้รับการช่วยเหลือในครั้งนี้ก็ดีใจมากแล้ว และก็ขอขอบคุณสภาองค์กรชุมชน อย่างมากที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนนายบัณฑิต ทองผา เล่าว่า ตนมีคนงานต่างด้าวอาศัยอยู่ที่สวนยางพารา และตนเห็นว่าที่อยู่อาศัยที่เขาอยู่นั้นค่อนข้างทรุดโทรมประกอบกับมีสมาชิกหลายคนต้องอยู่แบบแออัด ต่อมาตนเห็นว่ามีโครงการบ้านพอเพียงเข้ามาในชุมชน จึงมีความประสงค์ที่จะของบประมาณมาช่วยซ่อมแซมบ้านให้กับคนงาน จากนั้นก็เริ่มมีแกนนำเข้ามาสำรวจสภาพบ้านของคนงาน ก็ได้เห็นความยากลำบากแต่พวกเขาเป็นคนต่างด้าวเลยไม่สามารถช่วยเหลือได้ แต่นายบัณฑิตขอให้เอาเอกสารสิทธ์ตนเองในการยื่นเรื่องของบแทน ต่อมาทางสภาฯก็อนุมัติให้งบไปซ่อมแซมบ้านในนามนายบัณฑิต พอได้งบมาแล้วเริ่มมีการซ่อมแซมบ้านส่วนที่เป็นหลังคาและฝาบ้าน ส่วนการคืนเงินให้กับสภาองค์กรชุมชนนั้นตนเป็นผู้รับผิดชอบ


ก่อนดำเนินการ หลังดำเนินการ
จะเห็นได้ว่าความเดือดร้อนของคนในชุมชนตำบลคลองพลูมีมากมายที่ยังรอความช่วยเหลือ แต่แกนนำก็ไม่นิ่งดูดาย ทุกคนตั้งใจทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และจากการที่ทางคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนได้ให้การช่วยเหลือในเรื่องบ้าน ทุกคนต่างดีใจและขอบคุณสภาองค์กรชุมชนที่ได้เข้ามาให้ความสำคัญต่อคนในชุมชน พร้อมกันนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่มักพูดในเสียงเดียวกันว่าอยากให้มีโครงการนี้ต่อไป
นายทศพร หลักแหลม






