ตำบลท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก ตั้งเมื่อราวปี พ.ศ. 2340 หรือประมาณ 200 ปีเศษที่ผ่านมา สภาพภูมิประเทศของตำบลท่าเรือ เป็นที่ทุ่งโล่ง มีลำคลองสายต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเป็นลำคลองที่สามารถเชื่อมต่อกับชุมชนอื่น ๆ ได้หลายแห่ง เช่น บ้านท่าแดง ชุมชนวัดโพธิ์ปากพลี วัดโบสถ์ปราจีนบุรี ชุมชนบ้านสร้าง เป็นต้น ซึ่งบริเวณปากคลองท่าแดง (บ้านศาลเจ้าในปัจจุบัน) เป็นทางแยกของคลองสายต่าง ๆ เป็นที่จอดพักเรือของพ่อค้าชาวจีน ที่ล่องเรือมาขายสินค้าให้กับชุมชนต่าง ๆ ต่อมาได้เรียกบริเวณดังกล่าวว่า “ท่าเรือ” ตราบจนกระทั่งในปัจจุบัน
ตำบลท่าเรือมี 8 หมู่บ้าน ประชากร 1,780 คน รวม 402 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตร ทำนาประมง เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เช่นปลาร้า หน่อไม้ดอง ประชากรส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน บางครอบครัวสภาพที่อยู่อาศัยทรุดโทรม หลังคารั่ว ฝาบ้านผุพัง ทำให้การอยู่อาศัยไม่มีความปลอดภัย แต่ไม่มีเงินที่จะนำมาซ่อมสร้างบ้าน
ในปี 2560 เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้เข้ามาสนับสนุนให้แกนนำในตำบลร่วมกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลท่าเรือขึ้นมา เพื่อใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีขับเคลื่อนงานบ้านพอเพียงชนบท รวมทั้งใช้สภาฯ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ ในตำบลได้
นายบุญเลิศ เฉลียวจิตร ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลท่าเรือ เล่าว่า จากการแนะนำของเจ้าหน้าที่ พอช. ทำให้รู้ว่าโครงการบ้านพอเพียงชนบทเป็นโครงการที่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านด้านที่อยู่อาศัย โดยมีงบประมาณสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ทรุดโทรม ทำให้คนในชุมชนใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข ทางแกนนำในตำบลท่าเรือเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของครัวเรือนที่ยากจน จึงร่วมกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลท่าเรือขึ้นมา โดยมีสมาชิก อบต. และผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่ หมู่ละ 2 คน ทั้งหมด 8 หมู่บ้าน รวมทั้งหมด 16 คน เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชน จากนั้นจึงได้ประชุมจัดทำแผน และจัดลำดับครัวเรือนที่เดือดร้อน มีฐานะยากจน สภาพบ้านเรือนชำรุดทรุดโทรม
“การคัดเลือกผู้เดือดร้อนจะให้ทาง อบต. และผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้เสนอชื่อผู้เดือดร้อนของแต่ละหมู่บ้านเข้ามาพิจารณาในที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนฯ เพื่อคัดเลือกผู้ที่เดือดร้อนมากที่สุด ซึ่งในการคัดเลือกผู้เดือดร้อนจะเลือกผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัย หลังคารั่ว บ้านผุพัง ฯลฯ โดยผู้ใหญ่บ้าน และ อบต.ได้ทำงานร่วมกับ อสม. และกาชาดจังหวัด โดย อสม.จะช่วยเรื่องการสำรวจผู้เดือดร้อน ส่วนกาชาดจะช่วยเรื่องงบประมาณเสริม หากบ้านผู้เดือดร้อนซ่อมสร้างไม่เสร็จเพราะงบไม่พอ ส่วนเงิน 18,000 บาทที่ให้ในการซ่อมสร้างแต่ละหลังจะเป็นการให้เปล่าทั้งหมด เพราะผู้เดือดร้อนมีฐานะยากจน ไม่สามารถจะส่งเงินคืนได้ ตอนนี้ซ่อมสร้างไปแล้ว 12 หลัง” ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลท่าเรือกล่าวถึงกระบวนการทำงาน
ในปี 2561 สภาองค์กรชุมชนตำบลท่าเรือได้รับงบประมาณสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านตามโครงการบ้านพอเพียงชนบทจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จำนวน 7 หลัง และปี 2562 จำนวน 5 หลัง รวมทั้งหมด 12 หลัง งบประมาณ 18,000 บาทต่อหลัง ส่วนการซ่อมสร้างใช้แรงงานจากเจ้าของบ้าน เนื่องจากบางหลังเป็นช่างอยู่แล้ว และบางหลังก็ใช้ผู้นำในพื้นที่เข้ามาช่วยกันซ่อม
ตัวอย่างบ้านที่มีการซ่อมสร้างในปี 2561 คือ บ้านของนางนันทิชา สุวิสุทธ์ สภาพบ้านเดิมเป็นบ้านไม้ ปลวกกินจึงทำให้เสาบ้านผุพัง และหลังคารั่ว ไม่สามารถกันฝนได้ จึงต้องรื้อเพื่อสร้างบ้านใหม่ โดยใช้วัสดุเก่าที่ยังใช้ได้มาเสริม เช่น ประตู และไม้บางส่วน ได้รับงบประมาณในการช่วยเหลือจาก พอช.จำนวน 18,000 บาท ส่วนเกินเจ้าของบ้านเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ประมาณ 15,000 บาท และซ่อมสร้างโดยการร่วมแรงร่วมใจกันของเจ้าของบ้านและผู้นำในพื้นที่
นางนันทิชา พูดถึงความรู้สึกว่า “พอซ่อมบ้านเสร็จแล้วก็รู้สึกปลอดภัย บ้านมั่นคงแข็งแรงดีกว่าเดิม และไม่ต้องตากฝน รู้สึกดีใจและขอบคุณสภาองค์กรชุมชนตำบลที่ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้”
ก่อนดำเนินการ


หลังดำเนินการ
โครงการบ้านพอเพียงชนบทถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน เพื่อช่วยกันการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย โดยเน้นให้คนในชุมชนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมลงมือกันแก้ไขปัญหา นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของผู้ที่เดือดร้อนให้ดีขึ้น ทำให้คนในชุมชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย และสิ่งที่สำคัญ คือ ทำให้คนในชุมชนเกิดความรัก ความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน…






