ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นตำบลหนึ่งในหกตำบลของอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เป็นเมืองหน้าด่านหนึ่งในสิบของเมืองตรัง ครั้งปี พ.ศ.2355 หรือเมื่อกว่า 200 ปีที่ผ่านมา เพื่อจัดการป้องกันอันตรายจากภายนอก มีชื่อเรียกว่า ตำบลช่องไม้ไผ่ โดยเจ้าเมืองตรังสมัยนั้น ได้แต่งตั้งนายด่านประจำตำบลช่องไม้ไผ่ ชื่อ ขุนชนะสงคราม และ ผู้รักษาด่าน จำนวน 2 ท่าน ชื่อหมื่นชนะสิงขร และหมื่นจรภูผา มาประจำด่านตำบลช่องไม้ไผ่ มีแนวสันปันเขตเทือกเขาบรรทัดทางทิศตะวันออกเป็นแนวเขตติดต่อกับจังหวัดพัทลุง ทิศใต้ติดกับตำบลนาชุมเห็ด ทิศเหนือติดตำบลละมอ ทิศตะวันตกติดตำบลโคกสะบ้า และนาข้าวเสีย ระยะทางจากตัวเมืองตรัง ถึงตำบลช่อง ประมาณ 20 กิโลเมตร
ต่อมา ตำบลช่องไม้ไผ่ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นตำบลช่อง และได้ยกฐานะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลช่อง ตามพระราชบัญญัติสภาตำบล พ.ศ.2537 ถึง (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2552 เมื่อปี พ.ศ.2540 แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 หมู่บ้าน ประกอบด้วยหมู่บ้าน หมู่ 1 บ้านช่อง, หมู่2 บ้านห้วยลึก ,หมู่3 บ้านหนักไทร หมู่4 บ้านใสขนุน ,หมู่5 บ้านกรงไหน ,หมู่6 บ้านทุ่งใหญ่ ,หมู่7 บ้านไสท้อน จำนวนประชากร 4,711 คน ชาย 2,309 คน หญิง 2,402 คน จำนวน 1,416 ครัวเรือน อาชีพส่วนใหญ่เกินร้อยละ 80 ของคนที่นี่ มีอาชีพทำสวนยางพารา รองลงมาคือรับจ้าง ทำนา ค้าขายและรับราชการ
ตำบลช่องมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย โดยเฉพาะผลไม้ป่า จำพวก เหรียง สะตอ หน่อไม้ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรได้จำนวนมาก มีแหล่งท่องเที่ยว หลายๆแห่งที่น่าสนใจ เนื่องจาก ทรัพยากรป่าไม้ ธรรมชาติยังคงหลงเหลืออยู่มากในพื้นที่ตำบลช่อง เช่น น้ำตกกะช่อง น้ำตกโตนน้อย อุทยานนกน้ำคลองลำชาน น้ำตกหนานส้มเค้า มีพื้นที่ทั้งหมด 19,375 ไร่ เป็นพื้นที่ราบเชิงเขา ลักษณะแบบลูกคลื่น มีพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชากรเพียง 6,852 ไร่ พื้นที่ทำกินและ ที่อยู่อาศัยในทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 5 ซึ่งปฏิรูปแล้ว จำนวน 1,492 ไร่ พื้นที่ ทำกินทับซ้อนในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จำนวน 1,560 ไร่ พื้นที่ทับซ้อนกับเขตอุทยานแห่งขาติเขาปู่ – เขาย่า จำนวน 1,895 ไร่ พื้นที่ป่าสมบูรณ์ จำนวน 11,031 ไร่
ที่ผ่านมา ภาคประชาชนไม่ได้อยู่เฉย
ประมาณปี พ.ศ.2509-2519 รัฐเปิดให้มีการสัมปทานป่าไม้ แนวเทือกเขาบรรทัดโดยอนุญาตให้โรงเลื่อยในพื้นที่จังหวัดขออนุญาตตัดโค่นไม้เพื่อนำไปใช้สอยได้ปรากฏว่าพื้นที่ตำบลช่องบริเวณเทือกเขาบรรทัด มีสภาพโล่งเตียน ไม่มีต้นไม้ใหญ่ ประชาชนจำนวนหนึ่งจึงเข้าไปทำไร่ ปลูกยางพารา ตั้งแต่ พ.ศ.2509 เป็นต้นมา
ในปี พ.ศ.2518,2525,2535 รัฐประกาศเขตรักษาพันธุ์ เขตอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ตามลำดับ โดยพื้นที่ที่รัฐประกาศเขตทับซ้อนกับที่ทำกินของราษฎร ซึ่งเข้าไปทำกินในพื้นที่โล่งเตียนที่รัฐให้สัมปทานไม้ไปหมดแล้ว
จากปัญหาพื้นที่ทำกินของประชาชนทับซ้อนกับที่ดินของรัฐประเภทต่างๆ ที่ประชาชนทำกินในพื้นที่ดังกล่าวมีการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่มาโดยตลอด ทำให้คนในพื้นที่ มีความเดือดร้อนจึงเกิดการรวมตัวกันเพื่อต่อต้านการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นปัญหาระดับนโยบายที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่เดือดร้อนได้อย่างถาวร ในระดับพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลช่อง ร่วมกับผู้เดือดร้อนในพื้นที่ จึงคิดหาแนวทางที่จะทำให้ราษฎรที่เดือดร้อน สามารถทำกินดำรงชีวิตอยู่กับที่ดินทำกินเดิมของตน อยู่ร่วมกับป่าได้อย่างมั่นคง ช่วยกันดูแลพื้นป่าธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่เบียนเบียนซึ่งกันและกันมาโดยตลอด โดยยึดหลักที่ว่า “ป่าอยู่ได้ คนอยู่ดี”
ปี พ.ศ. 2553 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในตำบลช่อง จากกลุ่มที่มีการขับเคลื่อนเรื่องการแก้ไขปัยหาที่ดินที่อยู่อาศัย สู่การจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลช่องขึ้น เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553 โดยการสนับสนุนจากเครือข่ายสวัสดิการชุมชนจังหวัดตรัง ภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ปัจจุบันมีสมาชิกกองทุน จำนวน 148 คน เงินกองทุนรวม จำนวน 2,178,360 บาท (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กรกฎาคม 2561) มีการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก จำนวน 6 ประเภท ประกอบด้วย สวัสดิการผู้เสียชีวิต , สวัสดิการผู้ป่วย/ค่ารักษาพยาบาล ,สวัสดิการเกี่ยวกับเด็กแรกเกิด , สวัสดิการการศึกษา และสวัสดิการอื่นๆ รวมทั้งสิ้นจำนวน 469 ราย เป็นเงินรวมจำนวน 496,380 บาท การดำเนินงานผ่านคณะกรรมการกองทุน จำนวน 84 คน มีการประชุมประจำทุกสามเดือน หรือเมื่อมีวาระเร่งด่วน มีการประชุมสมาชิกทุกปี
ปี พ.ศ.2556 ประชาชนได้รับผลกระทบจากรัฐประกาศแนวเขตทับซ้อนที่ดินทำกินเดิมและที่อยู่อาศัยทำให้ประชาชนขาดความมั่นคงในด้านที่ดินที่อยู่อาศัย อยู่อย่างระเวงไม่รู้ว่าทางรัฐบาลจะเข้ามายึดคืนตอนไหน ถึงมีการร่วมตัวกันอย่างจริงจังของพี่น้องที่ได้รับผลกระทบ
จนมาปี พ.ศ.2557 ก่อเกิดเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบลช่อง เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2557 ขึ้น จากผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินตำบลช่อง และถือโอกาสใช้เครื่องมือของสภาองค์กรชุมชนตำบลช่อง ผลักดันการแก้ไขปัญเรื่องนี้ของพี่น้องที่ได้รับผลกระทบอย่างยาวนานนับสิบๆปี ปัจจุบันมีสมาชิก 16 คน มีกลุ่มเข้าร่วมจดแจ้งจำนวน 14 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มชมรมแอโรบิก กลุ่มนวดแผนไทย กลุ่ม อสม.ตำบลช่อง กลุ่มชมรมผู้สูงอายุตำบลช่อง กลุ่มชมรมกีฬาตำบลช่อง กลุ่มโครงการแก้ไขปัญหาความยากขน (กข.คจ.) กลุ่มกองทุนที่อยู่อาศัยที่ดินทำกินเกษตรกรจังหวัดตรัง กลุ่มธนาคารหมู่บ้านกรงทอง กลุ่มคณะกรรมการหมู่บ้าน ม.5 กลุ่มชมรมผู้สูงอายุตำบลช่อง กลุ่มผักสวนครัวรั่วกินได้ สวัสดิการชุมชนตำบลช่อง กลุ่มเศรษฐกิจและทุนตำบลช่อง และกลุ่มสตรีตำบลช่อง
สภาฯ ได้มีการวิเคราะห์บริบทตำบลช่อง ปัญหาที่มี ?
- รัฐประกาศแนวเขตทับซ้อนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนในตำบลช่อง
- สิทธิในที่ดินทำกิน
- ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ
- หนี้สินครัวเรือนสูงขึ้น
- ยาเสพติดในกลุ่มเด็ก เยาวชน และคนในตำบลช่อง
- มลภาวะและสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น
- ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง
สภาองค์กรชุมชนตำบลช่อง จึงนำปัญหามาจัดเรียงพบว่าที่จำเป็นและต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรมนั้นคือการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้ประชาชนได้รับความมั่นคง แต่ไม่ใช่รูปแบบเดิมที่ประชาชนขับเคลื่อนฝ่ยเดียวแต่จะใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลช่องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการหารือเพื่อกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยมีกระบวนการดำเนินงาน ดังนี้
- เปิดประชุมสภาประชาชนระดมความคิดเห็นกรณีปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเพื่อกำหนด
แนวทางการแก้ไขโดยการสนับสนุนขององค์การบริหารส่วนตำบลช่อง
- แต่งตั้งกลไกการขับเคลื่อนโดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลช่อง
- ประชุมคณะทำงานเพื่อกำหนดวิธีการและขั้นตอนในการทำงาน 6ขั้นตอน
- จัดทำฐานข้อมูลที่ดินทำกินรายแปลงและการออกหนังสือรับรองข้อมูลลงนามรับรองข้อมูล โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลช่อง
- พัฒนาศักยภาพบุคลากร
- ยกระดับและพัฒนากองทุนที่ดิน
- รวบรวมข้อมูล สังเคราะห์ วิเคราะห์เพื่อวางแผนการจัดทำผังตำบล
- พัฒนาและยกระดับฐานเศรษฐกิจระดับครัวเรือน
- กำหนดกฎกติการะเบียบชุมชนว่าด้วยการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า
- จัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อรับรองข้อมูลที่ดินทำกินรายแปลง
- ประสานภาคีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนโดยยึดตามแนว พรบ.การจัดการที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511
สภาฯ วางขั้นตอนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนในเขตป่า นำไปสู่ออกหนังสือสำคัญรับรองข้อมูลการทำกินในที่ดิน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 รับขึ้นทะเบียนราษฎรที่มีที่ทำกินทับซ้อนในเขตป่า
เอกสารในการขึ้นทะเบียน 1) แบบคำขอขึ้นทะเบียนสมาชิกองค์กรปกป้องสิทธิทำกิน ตำบลช่อง 2) สำเนาบัตรประชาชนพร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน
ขั้นตอนที่ 2 จัดทำข้อมูลประวัติการถือครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินโดยผู้ถือครองและข้างเคียง กรอกข้อมูลรายละเอียดประวัติการถือครองที่ดินและการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ตั้งแต่ ประวัติของผู้ถือครองที่ดินทำกิน ประวัติการเข้าทำกิน ประวัติอาสิน สิ่งปลูกสร้างในที่ดิน ไม้หวงห้ามที่มีในที่ดิน มีการลงนามผู้ถือครองและพยาน ผู้ข้างเคียงในแปลงที่ดินทั้ง 4 ทิศ ระบุขนาดที่ดิน และรูปของแปลงที่ดิน (เหมือนโฉนดที่ดิน)
ขั้นตอนที่3 กำหนดกรอบกติกาของการใช้ประโยชนในที่ดินร่วมกัน รวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ที่ศูนย์ข้อมูล อบต.
ขั้นตอนที่ 4 แต่งตั้งคณะกรรมการออกสำรวจรายแปลง เก็บข้อมูลที่เป็นจริง จัดทำแผน ที่ GPS :ทางองค์การบริหารส่วนตำบลช่อง ร่วมกับผู้เดือดร้อนในพื้นที่ได้ร่วมกันคัดเลือกและแต่งตั้งคณะกรรมการสำรวจ เพื่อออกสำรวจจัดทำพิกัด GPS
ขั้นตอนที่ 5 ออกหนังสือสำคัญรับรองข้อมูลการทำกินในที่ดิน โดยนายกองค์การบริหารส่วนตำบลช่อง มอบเจ้าของที่ดินถือ 1 ฉบับ เก็บรวบรวมไว้ที่ อบต.ช่อง 1 ฉบับ
ขั้นตอนที่ 6 ออกข้อบัญญัติตำบล เพื่อคุ้มครองฐานข้อมูล และการรับรองข้อมูลให้ประชาชนที่ทำกินสามารถ ใช้วิถีชีวิตอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างมั่นคง ปราศจากการรุกรานซึ่งกันและกัน

สภาฯ ไม่ได้ทำคนเดียว ขับเคลื่อนโดยผ่านกลไกการดำเนินงาน
มีกลไกการดำเนินงาน จากระดับพื้นที่ แกนนำกลุ่ม ผู้เดือดร้อน แกนนำชุมชน แกนนำระดับตำบลสู่ปัญหาการไม่ได้รับความเป็นธรรมในที่ดินกินเดิม ภายใต้สภาองค์กรชุมชนตำบลช่อง โดยมีหน่วยงานภาคี ท้องที่ ท้องถิ่น มีการเชื่อมโยงภาคีแนวร่วมเครือข่ายองค์กรชุมชนรักเทือกเขาบรรทัด มีคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดิน จำนวน 17 คน มีการเชื่อมโยงขบวนจังหวัด เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตและทรัพยากรฯ
สภาองค์กรชุมชนตำบลช่อง ได้พิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็นแล้วว่าจากที่ชุมชนประสบปัญหาในพื้นที่ ที่ผ่านมาได้รับแรงเสียดทานจากนโยบายรัฐ การประกาศเขตพื้นที่ป่าทับที่ดินทำกิน และนโยบายทวงคืนผืนป่า ทำให้สร้างความยากลำบากในการอยู่อาศัยและทำกินในที่ดิน ชุมชนจึงเห็นความสำคัญกับการรวมตัวกันผลักดัน หาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมีท้องถิ่น (อบต.ช่อง) ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินอย่างจริงจัง สร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในพื้นที่ มีการสนับสนุนทุนและงบประมาณในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน ทำกิน และการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชน จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้สนับสนุนทิศทางและเครื่องมือในการดำเนินการ เช่นการจัดเก็บข้อมูล แผนที่ทำมือ การจับGPS ฯลฯมีภาคีเครือข่ายในระดับตำบลและจังหวัด ร่วมกันแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหา หาแนวทาง ออกแบบความคิด เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน
จากปัญหาที่ดินทำกิน….สู่การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาทุกมิติของคนในตำบลช่อง
เศรษฐกิจของชุมชน เนื่องจากคนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจราคายางพาราที่ตกต่ำ ทำให้สภาองค์กรชุมชนตำบลช่องได้รวมตัวกันขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเริ่มจากการวิเคราะห์บริบทพื้นที่ตำบลช่อง นำไปสู่การวางแผนแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยมีแนวทางพัฒนาตำบล คือการจัดการผลผลิตทางการเกษตร (พืชผักผลไม้) เป้าหมาย คือ ตลาดชุมชนประจำตำบลโดยการจัดการโดยชุมชน มีภาคีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหนุนช่วยการสนับสนุนด้านต่างๆ องค์กรชุมชนสามารถบริหารจัดการได้ นำไปสู่การแปรรูปและขยายผล เรื่องที่ทำร่วมกันในตำบล มีกิจกรรม ดังนี้ 1.ประชุมทำความเข้าใจ คณะทำงานด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทุนชุมชน 2.มีการสำรวจข้อมูลพักผลไม้ทุกหมู่บ้านเพื่อนำไปสู่การจัดการตลาดชุมชน 3.เรียนรู้การแปรรูปยางพารา ผัก ผลไม้ นำไปสู่การแปรรูปสินค้าและจำหน่ายในตลาดชุมชน 4.ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีต่างๆเพื่อขอรับการสนับสนุนทั้งความรู้และทิศทางการดำเนินงาน 5.การสรุปผลการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาให้กระบวนการดำเนินงานมีประสิทธิภาพขึ้น
สภาฯ กับความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย “บ้านพอเพียงชนบท”
ตำบลช่องได้รับการสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ภายใต้โครงการบ้านพอเพียงชนบท ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 งบประมาณจำนวน 570,000 บาท ดำเนินการซ่อมแซมบ้าน จำนวน 34 ครัวเรือน มีระบบการคืนทุน และจะหักจากเงินคืนอีก 10% ระยะเวลา 1 ปี โดยผู้เดือดร้อนต้องเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลช่อง และต้องร่วมกิจกรรมของสภาองค์กรชุมชนตำบลช่อง และมีการคืนทุนผ่านระบบกองทุน เพื่อเป็นการต่อยอดให้กับผู้เดือดร้อนคนต่อไปได้รับโอกาส และในปี 2562 ได้มีการสำรวจผู้เดือดร้อนในตำบลช่อง จำนวน 75 หลัง โดยในปี 2562 การสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมบ้านได้ จำนวน 10 ครัวเรือน จำนวนงบประมาณ 95,000 บาท คงเหลือ 65 ครัวเรือน จะมีการวางแผนพัฒนาระยะ 3 ปี โดยในปี พ.ศ. 2563 – 2565 ให้ครบตามเป้าหมายที่สำรวจไว้ โดยดำเนินการร่วมกับท้องถิ่นในการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากจนต่อไป
ภายใต้กลไกการบริหารจัดการ การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนตำบลช่อง จำนวน 14 คน และที่ปรึกษา 1 คน มีโครงสร้างคณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลช่อง ที่มีองค์ประกอบ 4 ฝ่าย คือ ฝ่ายการเงิน , ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง , ฝ่ายตรวจสอบ และฝ่ายช่าง ในการกำกับดูแล
การดำเนินงานเริ่มจากการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการบ้านพอเพียงชนบท 32 คน จากผู้แทนจากท้องที่ ผู้แทนจากท้องถิ่น ที่ปรึกษา 6 คน ภาคีความร่วมมือและเครือข่าย จากนั้นมีการนัดประชุมเพื่อทำความเข้าใจวางแผนงานและสำรวจผู้เดือดร้อนในตำบลที่ผ่านการเห็นชอบของทุกส่วน มีการประมาณราคาการซ่อมแซมบ้านจากฝ่ายช่าง ดำเนินการซ่อมแซมบ้านตามข้อตกลง และสรุปผลการดำเนินงาน โดยบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือครั้งนี้ทั้ง 10 ครัวเรือน จะมีลักษณะเป็นบ้านที่ทรุดโทรม เนื่องจากเจ้าของบ้านมีฐานะยากจน มีผู้สูงอายุ และเป็นผู้พิการไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งงบประมาณที่ดำเนินการทั้งให้ได้รับการสมบทจากหน่วยงานท้องถิ่น รวมกับของ พอช.
การดำเนินงานการแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของผู้ยากจน ก็เป็นเรื่องหลักสำคัญที่ต้องช่วยเหลือเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขมากขึ้น สิ่งที่สภาองค์กรชุมชนตำบลช่อง กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลช่อง ร่วมกับหน่วยงานท้องที่ ท้องถิ่น มีคาดหวังที่ต้องให้เกิดประชาชนมีบ้านที่มั่นคง แข็งแรงและมีความสุข
อย่างเช่นรอยยิ้มจากนางสาวเครือมาศ ขาวนวล กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้พิการไม่สามารถเดินได้ตามปกติสาเหตุเกิดจากอุบัติเหตุรถชน ทำให้ช่วยเหลือตนเองได้ไม่เท่าที่ควร อาศัยกับลูกสองคน และมีหลายเล็กอีกสองคน ในบ้านหลังเล็กที่พออยู่ได้ จนได้มีการสำรวจและตนเองได้ถูกเสนอชื่อและผ่านการคัดเลือกตามกระบวนการของโครงการบ้านพอเพียงชนบท ปี 2561 ที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ตอนนี้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น มีห้องครัวที่สะดวกเหมาะสำหรับตนที่เป็นคนพิการ และมีการห้องน้ำที่สบาย ตนและครอบครัวรู้สึกตื้นตันเป็นอย่างมาก มีบ้านที่สวยและมั่นคงขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บริเวณบ้านสามารถปลูกผักสวนครัวเล็กน้อยช่วยลดรายจ่ายได้อีก ต้องขอขอบคุณโอกาสดีที่ทางสภาองค์กรชุมชนตำบลช่อง รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลช่องให้การช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นอย่างมาก ตอนนี้ตนเองมีความสุขและมีรอยยิ้มได้ทุกวัน
ความสำเร็จเกิดขึ้นจากความร่วมมือทุกฝ่าย
ที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนตำบลข่อง ได้มีการผลักดันปัญหาร่วมของประชาชน อาทิ 1) การแก้ไขไม่ว่าจะเป็นด้านที่ดินที่ทำกินให้ประชาชนได้รับสองสิทธิอย่างถูกต้อง จำนวน 289 แปลง 2) ด้านที่อยู่อาศัยให้ประชาชนผู้ยากจนได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แข็งแรง จำนวน 80 ตำบล 3) ด้านเศรษฐกิจ การส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้ประชาชนได้มีรายได้จากการเกษตรที่เพิ่มขึ้น 4) การส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนมีคุรภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการจัดสวัสดิการชุมชนตำบลช่อง 5) การพัฒนาผลิตภัณฑ์และคุณภาพของสินค้าชุมชน เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน น้ำผึ้งโพรง และงานจักรสาน เป็นต้น เป็นที่ยอมรับของตลาดภายนอก
หน่วยงานภาคีให้การสนับสนุนกิจกรรมของภาคประชาชน
ตำบลช่อง ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานจากทุกภาคส่วนท้องที่-ท้องถิ่นอย่างดี โดยเฉพาะกับองค์การบริหารส่วนตำบลช่อง ได้มีการเชื่อมโยงในการพัฒนาการส่งเสริมด้านสังคมคุณภาพชีวิต ด้านเศรษฐกิจการส่งเสริมอาชีพให้กับคนในตำบลช่อง ที่สำคัญองค์การบริหารส่วนตำบลช่อง ได้บรรจุแผนพัฒนาท้องถิ่นระยะ 4 ปี (พ.ศ.2561-2564) ในเรื่อง (1) ก่อสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยแก่ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส จำนวน 200,000 บาท เพื่อให้ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และ (2) การสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลช่อง จำนวน 250,000 บาท เพื่อส่งเสริมให้กิจกรรมของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลช่องดำเนินงานตามระเบียบ
สิ่งที่ที่จะทำต่อ เพื่อความสุขของคนช่อง
- การฟื้นฟูระบบสวัสดิการชุมชนตำบลช่องให้มีความเข้มแข็ง เป็นที่ยอมรับของสมาชิกให้มากขึ้น
- การฟื้นฟูการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของตำบลช่อง
- การบริหารจัดการน้ำ ในการส่งเสริมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อให้แหล่งต้นน้ำมีความอุดมสมบูรณ์
- การพัฒนาระบบตลาดวิถีชุมชนตำบลช่อง
จะเห็นได้ว่าการขับเคลื่อนงานของภาคประชาชนที่ประสบความสำเร็จได้นั้น เกิดขึ้นจากความร่วมมือของประชาชน รวมถึงหน่วยงาน ภาคี ท้องที่ ท้องถิ่นต่างๆในพื้นที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี การสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมคิดร่วมแสดความคิดเห็น การสะท้อนปัญหาจากคนในพื้นที่จริงนั้น จะทำให้การแก้ปัญหา และการสนองความต้องการของคนในพื้นที่ได้ตรงจุด ลดความขัดแย้ง ไม่มีคนทำเพื่อใคร และไม่มีใครทำเพื่อตนเอง แต่เป็นการทำเพื่อส่วนรวมของคนในตำบลช่อง โดยผ่านกลไกสภาองค์กรชุมชนตำบลช่อง นั้นเอง
ผู้ประสานงาน : นางบุญทิพย์ เกตุทอง สมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลช่อง
โทร. 061-0520429






