ตำบลบางเหรียง อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา
บางเหรียงเป็นชื่อตำบลที่ใช้เรียกขานกันมาตามลักษณะธรรมชาติ หลักฐานการจัดตั้งครั้งแรกไม่แน่ชัดแต่ทราบจากคำบอกเล่าของผู้อาวุโสว่า เดิมชาวบ้านเข้ามาอาศัยอยู่โดยประกอบอาชีพ ทำไร่ ปลูกผัก ทำสวน หาของป่า ซึ่งชาวบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณเชิงห้วย (ปัจจุบันคือ คลองมะรุ่ย) ซึ่งชาวบ้าน เรียกว่า “บาง” หมายถึง สายน้ำขนาดเล็ก ก่อนจะไหลมารวมกันในลำคลอง และบริเวณนั้นมีต้นไม้ขนาดใหญ่ เรียกว่า “ต้นเหรียง” หมายถึง ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ขึ้นตามบริเวณริมบึง ลำคลอง หนองน้ำ มีลักษณะต้นสูงใหญ่ ใบคล้ายสะตอ เมล็ดอ่อน มีกลิ่นฉุน นำเมล็ดแก่มาเพาะเรียกว่า “ลูกเหรียง” จากทำเลที่ตั้งของตำบลมีต้นเหรียงขึ้นมากมายโดยรอบ จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บางเหรียง” และได้ขยายหมู่บ้านมีความเจริญขึ้น จึงยกฐานะเป็นตำบล ต่อมาก็ได้ยกฐานะมาเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2539
ตำบลบางเหรียงเป็น1ใน 6 ตำบลของอำเภอทับปุด จังหวัดพังงา องค์การบริหารส่วนตำบลบางเหรียง ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอทับปุดมาทางทิศเหนือของอำเภอทับปุดมาประมาณ 11 กิโลเมตร การเข้าสู่พื้นที่ทางรถยนต์ โดยใช้เส้นทางสาย ทับปุด – พนมทิศเหนือ จดตำบลพลูเถื่อนอำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานีทิศใต้ จดตำบลโคกเจริญ อำเภอทับปุด จังหวัดพังงาทิศตะวันออก จดตำบลเขาต่อ อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ทิศตะวันตก จดตำบลสองแพรก อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา
ลักษณะภูมิประเทศของตำบลบางเหรียง พื้นที่โดยทั่วไปเป็นเทือกเขายาวตลอดแนวทั้งสองด้านของตำบล พื้นที่ราษฏรอาศัยเป็นที่ราบเชิงเขา และมีความชื้นเหมาะสมสำหรับการเกษตรและเป็นแหล่งต้นน้ำคลองมะรุ่ย พื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญ ได้แก่ เทือกเขาสูง ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวน มีเนื้อที่ประมาณ 43,516 ไร่ เป็นแหล่งต้นน้ำคลองมะรุ่ยที่ไหลผ่านตำบลต่างๆ ในอำเภอ สภาพภูมิอากาศ อากาศอบอุ่นตลอดปี มี 2 ฤดู คือฤดูร้อน ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม และฤดูฝน จะมีฝนตกชุกเดือน มิถุนายน – พฤศจิกายน
สภาพภูมิอากาศมีลักษณะอบอุ่นตลอดปี มี ฤดู คือ ฤดูร้อน ระหว่างเดือน กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม และฤดูฝน จะมีฝนตกชุกในช่วงเดือน มิถุนายน – พฤศจิกายน ทรัพยากรธรรมชาติใน พื้นที่ป่าที่สำคัญ ได้แก่ เทือกเขาสูง ส่วน ใหญ่ อยู่ในเขตป่าสงวน มีเนื้อที่ประมาณ 43,516 ไร่ เป็นแหล่งต้นน้ำคลองมะรุ่ยที่ไหลผ่านตำบลต่างๆ ในอำเภอแหล่งน้ำธรรมชาติ มีน้ำตกมีลำน้ำ, ลำห้วย จำนวน 1 แห่งจำนวน 11 สาย
จากสภาพภูมิประเทศซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนส่วนใหญ่จึงมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งยางพาราและปาล์มน้ำมัน ซึ่งต่อมาในระยะหลังราคาผลผลิตด้านการเกษตรตกต่ำทำให้ประชาชนในพื้นทีประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย การปลูกสร้างบ้านหลายครอบครัวสร้างไม่เสร็จคาราคาซัง หลายครอบครัวสภาพบ้านทรุดโทรม จากการสำรวจข้อมูลของสภาองค์กรชุมชนตำบลบางเหรียงพบว่ามีครัวเรือนที่ฐานะยากจน สภาพบ้านเรือนสร้างไม่เสร็จและทรุดโทรม มีผู้สูงอายุและผู้พิการอาศัยอยู่ในครอบครัว โดยในการดำเนินการสำรวจระดับหมู่บ้านในการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อน หลังจากนั้นนำข้อมูลมาสรุปและจัดลำดับปัญหาซึ่งในเบื้องต้นจากการสำรวจพบว่า
ตำบลบางเหรียงซึ่ง มีประกอบไปด้วย 5 หมู่บ้านมีผู้เดือนร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยจำนวน จำนวน 37 ครัวเรือน คณะทำงานจึงจัดลำดับความเดือดร้อนเพื่อขอรับการสนับสนุนโครงการจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน )จำนวน 30 ครัวเรือน วงเงินสนับสนุนจำนวน 570000 บาท
การดำเนินการภาคประชาชน
สภาองค์กรชุมชนตำบลได้เปิดประชุมสภาองค์กรชุมชน และดำเนินการภายใต้ มาตร 23 แห่ง พรบ. สภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ 2551 ให้สามารถแต่งตั้งคณะทำงานได้จึงได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อดำเดินการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยภายใต้โครงการบ้านพอเพียง โดยมีองค์ประกอบจากตัวแทน ท้องที่ ท้องถิ่น ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบลและตัวแทนผู้เดือดร้อน ด้าน นายอโนทัย ทองเจิม ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบล และประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางเหรียงเล่าให้ฟังว่า ตำบลบางเหรียงเป็นตำบลที่ขับเคลื่อนงานสร้างความเข็มแข็งองค์ กรชุมชนโดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นกลไกในการขับเคลื่อนควบคู่ไปกับงานสวัสดิการชุมชนตำบล โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลบางเหรียงจัดตั้งมาตั้งแต่ปี2552 มีกลุ่มที่มาจดแจ้งจำนวน 28 กลุ่มส่วนกองทุนสวัสดิการชุมชนจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2549 โดยพัฒนามาจากกลุ่มองค์กรการเงินในชุมชน ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 862 คน มีเงินกองทุนสวัสดิการกว่า 3.8 ล้านบาท จากประสบการณ์ดังกล่าว
ทำให้ตำบลบางเหรียงเป็นตำบลที่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการองค์กรมายาวนาน ประกอบกับคณะกรรมการและแกนนำส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีความรู้มีประสบการณ์ในการทำงาน มีจิตอาสาในการพัฒนาชุมชน มักจะได้รับความไว้วางใจจากทางราชการให้ทำหน้าที่ในการประสานงานระหว่างภาครัฐและชุมชนตลอดมา ดังนั้น เมื่อต้องบริหารจัดการโครงการบ้านพอเพียง นางสาวอุทุมพร อาจการ ซึ่งเป็นผู้ประสานงานกองทุนสวัสดิการชุมชน และทำหน้าที่เลขานุการในโครงการบ้านพอเพียงในครั้งนี้จึงได้รวบรวมแนวทางการทำงาน การวางระบบการบริการจัดการโครงการ โดยเริ่มตั้งแต่ กระบวนการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อน นำมาจัดลำดับปัญหา การสร้างความเข้าใจ การจัดตั้งคณะทำงานที่มีองค์ประกอบจากทุกภาคส่วน รวมทั้งการดึงให้ผู้รับประโยชน์จากโครงการเข้ามามีส่วนร่วม ในการกำหนดกติกา และข้อตกลง การจัดเก็บเอกสารต่างๆ เป็นต้น
ด้านการบริหารจัดการโครงการ
ตำบลบางเหรียงกำหนดให้ผู้รับประโยชน์มีการคืนทุน เต็มจำนวน 100 เปอร์เซ็นจากงบประมาณที่ได้รับ 570,000 บาท (ห้าแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน) กำหนดระยะเวลา 5 ปี หรือ 60 เดือน โดยเฉลี่ยครัวเรือนละ 200- 300 บาท พร้อมกับมีค่าบำรุง 1,000 บาท (เฉลี่ยจ่ายภายใน 5 ปี ) เฉลียตกเดือนละประมณ 16 บาท ซึ่งผุ้รับประโยชน์ สามารถจ่ายได้ด้วยความเต็มใจ ทั้งนี้ได้มีการคำนึงถึงผู้รับประโยชน์ ที่เป็นผู้สูงอายุ กำหนดให้มีการคืน 75 เปอร์เซ็น และสำหรับผู้พิการให้มีการคืน 50 เปอร์เซ็น ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปีแล้ว ตำบลบางเหรียงจะยังคง มีเงินกองทุนครบเต็มจำนวน และ สามารถปรับระเบียบให้ครอบคลุม และสอดคล้องกับสถานการณ์ในเวลานั้นต่อไป ซึ่งนอกจาก จะสามารถบริหารจัดการโครงการได้เป็นอย่างดีแล้ว ที่สำคัญหัวใจของโครงการบ้านพอเพียงคือการได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับผู้ยากลำบาก:จากการสัมภาษณ์ นายสมนึก ทรายทาร อยู่บ้านเลขที่ 9/5 หมู่ที่2 ตำบล บางเหรียง พบว่า บ้านดังกล่าว อาศัย กันยุ 5 คน โดยลูกชายคนโตเป็นผู้พิการทางการได้ยิน (เป็นไบ้ ) และประสบอุบัติเหตุ ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ โดยบ้านหลังนี้มีอาชีพรับจ้าง ฉีดหญ้า และ ดายหญ้า ใสปุ๋ย ในสวนปาล์ม รายได้ เฉลี่ยเดือนละ ประมาณ 5000-8000 บาท ซึ่งจะไม่แน่นอนนักขึ้นอยู่กับเจ้าของสวนว่า ในแต่ละเดือนจะมีการว่าจ้างหรือไม่ ทำให้ครอบครัวไม่มีเงินเพียงพอที่จะนำมาต่อเติมบ้าน (ซึ่งบ้านหลังเดิมทรุดโทรมมากประกอบกับในช่วงปี 2559 ได้ประสบปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมทำให้บ้านที่ทรุดโทรมอยู่แล้วถูกน้ำท่วมขัง มีปลวกกัดกินได้รับความเสียหาย จึงมีความจำเป็นต้องรื้อ แต่หลังจากรื้อแล้วได้มีการวางฐานและมุงหลังคาเพื่อปลูกสร้างใหม่ ผ่านมา 4 ปี ครอบครัวยังไม่สามารถเก็บเงินได้เพียงพอในการที่จะสร้างบ้านให้แล้วเสร็จ แต่ เนื่องจากไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน จึงหาทางแก้ปัญหา โดยอาศัยบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จนั้นเพียงแต่ นำ ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนมาทำเป็นฝาบ้านกันแดดกันฝน… เมื่อคณะทำงานได้เข้ามาสำรวจผู้เดือดร้อนในหมู่ที่ 2 ทำให้บ้านของนายสมนึก ทรายทาร จึงเป็นบ้าน แรกๆ ที่คณะทำงานจัดลำดับการช่วยเหลือ ประกอบกับ ภรรยาของนายสมนึกเองก็เป็นคนที่มีจิตอาสา ช่วยงานชุมชน ทั้งหน้าที่ อสม อปพร และงานจิตอาสาอื่นๆ เมื่อถามถึงความสามารถในการคืนทุนตามกติกาของโครงการ ครอบครัวนี้จะได้รับการช่วยเหลือให้คืนทุนเพียง 50 เปอร์เซ็น เนื่องจากในครอบครัวมีผู้พิการอาศัยอยู่ด้วย นั้น ครอบครัวบอกว่ายินดีที่จะคืน และสามารถที่จะคืนได้ในเดือนละไม่ต่ำกว่า 100 บาท


ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า
โครงการบ้านพอเพียงของตำบลบางเหรียงนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้เดือดร้อนได้อย่างตรงความต้องการแล้ว การบริหารจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพก็จะช่วยให้กองทุนมีความยั่งยืน สามารถที่จะต่อยอดารพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่นต่อไป
ด้านการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคี และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สภาองค์กรชุมชนตำบลบางเหรียงมีการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างดี โดยในช่วงที่ผ่านมาได้มีการจัดทำแผนงานการเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรชุมชน โดยได้บรรจุแผน งานโครงการการพัฒนาและส่งเสริมคุณภาพชีวิต ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และ โครงการส่งเสริมอาชีพ ให้กับกลุ่มองค์กร นอกจากนั้นในปี 2562 ได้มีการบรรจุแผนพัฒนาสี่ปี (พ.ศ. 2561-2564) ว่าด้วยเรื่อง 1.สนับสนุนพัฒนาอาชีพประชาชน จำนวน 20,000 บาท 2.ส่งเสริมอาชีพกลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มอาชีพต่างๆในตำบล จำนวน 10,000 บาท และ 3. การส่งเสริมคุณภาพชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 15,000 บาท เพื่อให้ผู้เดือดร้อนได้มีความมีอาชีพที่มั่นคง และมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นในการดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งในระยะต่อไปจะมีการผลักดันแผนด้านเคหะชุมชนไว้ในแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดด้วย แม้ว่าจะยังไม่ไก้ระบุงบประมาณที่สามารถสนับสนุนได้ แต่ ได้ มีการหารือร่วมกันในการที่ สภาองค์กรชุมชนตำบลบางเหรียง กับองค์การบริหารส่วนตำบลบางเหรียง จะสามารถจัดประชุมเพื่อปรับแผนงานโครงการให้เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
นอกจากนั้น ในช่วงที่ผ่านมา สภาองค์กรชุมชนตำบลบางเหรียงยังได้ทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันภัยจังหวัดพังงา ในการจัดฝึกอบรมและจัดทำแผนป้องกันภัยพิบัติ และยังมีศูนย์การเรียนรู้การจัดการภัยพิบัติ มีอาสาสมัครที่ผ่านการฝึกอบรม สามารถทำงานร่วมกับเครือข่ายจัดการภัยพิบัติในจังหวัดพังงาได้กว่า 20 คน
สิ่งที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคต
- พัฒนาคณะระบบการบริหารจัดการให้มีความทันสมัย รวดเร็วเพิ่มมากขึ้น
- เชื่อมโยงสภาองค์กรชุมชนตำบลกับงานพัฒนาด้านอื่นๆ
- พัฒนาศักยภาพแกนนำ


ติดต่อประสานงาน นานอโนทัย ทองเจิม ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบางเหรียง โทรศัพท์ 0954285315






