กทม. : ระหว่างวันที่ 21 – 23 กรกฎาคม 2562 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนปฏิบัติการระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 – 2565) และแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อทบทวนและนำเสนอแผนในการขับเคลื่อนสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ได้รับเกียรติจากนายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบัน อธิบายถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องต่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ พอช. และนางสาวอลิสา ปิ่นประเสริฐ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ ให้ความรู้กับขบวนองค์กรชุมชนและผู้ปฏิบัติงาน พอช. ในประเด็น ทิศทางการจัดทำงบประมาณประจำปีตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ณ ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม มีผู้นำจากประเด็นที่อยู่อาศัย สวัสดิการชุมชน เศรษฐกิจฐานราก สภาองค์กรชุมชน และผู้ปฏิบัตงาน พอช. รวม 150 คน
นโยบายชาติกับการขับเคลื่อนงาน พอช. ในทิศทางการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง

นายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน อธิบายถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องต่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ พอช. ที่สำคัญ เพื่อวางกรอบแนวทางการทำงานในระดับพื้นที่อย่างรอบด้าน ประกอบด้วย 1) นโยบายรัฐบาล ได้แก่ 1.1) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) ซึ่งยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ พอช. ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 4 ว่าด้วยการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม โดยเฉพาะประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 การเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนาการพึ่งตนเองและการจัดการตนเอง ซึ่งในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์จังหวัดของขบวนชุมชนนั้น จะต้องมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและการดำเนินงานในระดับพื้นที่ รวมทั้งการประสานภาคีให้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนแผนงาน งบประมาณ และการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น 1.2) แผนแม่บทภาคใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ โดย พอช. มีความสอดคล้อง จำนวน 3 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นที่ 15 พลังทางสังคม ประเด็นที่ 16 เศรษฐกิจฐานราก ประเด็นที่ 17 ความเสมอภาคและหลักประกันทางสังคม 1.3) แผนการปฏิรูปประเทศ โดย พอช. มีความสอดคล้องในประเด็นที่ 9 ด้านสังคม โดยเฉพาะระบบการสร้างเสริมชุมชนเข้มแข็ง (Social Empowerment) ไม่ว่าจะเป็น สิทธิ/บทบาทชุมชน การจัดการทรัพยากร/ทุนชุมชน เศรษฐกิจชุมชน และสวัสดิการชุมชน 2) ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของ พอช. ระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2560 – 2564) โดยมียุทธศาสตร์ คือ องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก พื้นที่เป็นตัวตั้ง หรือเรียกอย่างง่ายว่า “ตำบลใช่เลย” ภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ 4 ประเด็น ซึ่งวางแนวทางในการสนับสนุนการทำงานขององค์กรชุมชน การประสานภาคีความร่วมมือ ตามบริบทพื้นที่ในระดับจังหวัดและตำบล 3) แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) มีวิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว”ภายใต้ 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ ซึ่งการทำงานในพื้นที่เพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย จะต้องต้องบูรณการหน่วยงานในระดับจังหวัดเพื่อสนับสนุนการทำงานให้ได้
“ในการขับเคลื่อนงานพัฒนานั้นจะต้องทำ 3 ร ที่ประกอบด้วย ราษฎร ราชการ รัฐบาล ทำฐานรากให้เข้มแข็งสุดแรงเกิด สอดรับกับการสนับสนุน 3 ร อย่างพึ่งตนเอง มีฐานทุนความเข้มแข็ง และสิ่งที่ขอเน้นย้ำให้ดำเนินการคือ การทำข้อมูลพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นทุนในพื้นที่ คน ทรัพยากร กลุ่ม องค์กร และมีการวิเคราะห์ฐานทุนของตนเอง”ประธานบอร์ดกล่าวทิ้งท้าย

ทิศทางการจัดทำงบประมาณประจำปีตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ
นางสาวอลิสา ปิ่นประเสริฐ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ เล่าถึงทิศทางการจัดทำงบประมาณประจำปีตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติว่า วิธีการงบประมาณรูปแบบใหม่ เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเน้นสนับสนุนงบประมาณลงสู่พื้นที่ และให้ความสำคัญกับผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการได้รับงบประมาณ ฉะนั้นการจัดทำแผนของหน่วยงานจะต้องมีความชัดเจน มีเป้าหมาย ตัวชี้วัด และผลลัพธ์ที่สะท้อนให้ถึงประโยชน์ที่จะได้รับมากน้อยเพียงใด โดยหน่วยงานจะต้องดำเนินการทบทวนภารกิจของหน่วยงานให้คงเหลือเฉพาะที่สอดคล้องกับเป้าหมายยุทธศาสตร์ระดับชาติโดยตรง (Redeploy) และมีการจัดลำดับความสาคัญ (Prioritize) ทบทวนภารกิจสำคัญของหน่วยงานที่ดำเนินการตามกฎหมายหรือที่ได้รับมอบหมาย มีลักษณะเป็นงานประจำ ทบทวนค่าใช้จ่ายของแต่ละภารกิจที่สามารถประหยัดได้ มีการบูรณาการ และการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงพิจารณาความสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561- 2580 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 และพ.ร.ฏ.วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (ฉบับที่ 2)
“การจัดทำงบประมาณสามารถดำเนินการได้ในลักษณะบูรณาการ ทั้งในมิตินโยบาย โดยกำหนดหน่วยงานเจ้าภาพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบเขตภารกิจ เป้าหมาย ตัวชี้วัด แนวทางการดำเนินงาน หน่วยงาน มีการกำหนดระยะเวลา และงบประมาณ ตลอดจนมีการติดตามประเมินผลสัมฤทธิ์เน้นการจัดทำเป็น Project Base และมิติพื้นที่คือ มีการบูรณาการภารกิจระหว่างส่วนราชการกับจังหวัด/กลุ่มจังหวัดสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ โดยใช้แผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัดเป็นกรอบในการพิจารณา มีหลักเกณฑ์การกระจายงบประมาณอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 กำหนดให้มีการติดตามประเมินผลก่อนการดำเนินงาน ระหว่างดำเนินงาน และหลังดำเนินงาน ดังนั้นหน่วยงานจะต้องมีการรายงานต่อสำนักงบประมาณอย่างสม่ำเสมอ”
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จะมีการกระจายงบประมาณลงสู่พื้นที่เป็นเป็นหลัก ซึ่งขบวนองค์กรชุมชนและชุมชนสามารถที่จะทำแผนชุมชนเชื่อมโยงแผนของจังหวัด เพื่อเป็นการขอสนับสนุนงบประมาณได้โดยตรง อีกทั้ง ปัจจุบันสำนักงบประมาณ ให้ความตระหนักถึงการพัฒนาประเทศจากพื้นที่เป็นหลัก โดยกระจายสำนักงานทั่วประเทศ 18 เขต ซึ่งหากมีปัญหาข้อติดขัดหรือมีเรื่องหารือสามารถประสานรับการปรึกษาได้ในสำนักงานเขตต่างๆ
แผนปฏิบัติการงานประเด็นต่างๆ ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563-2565)
สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง
ในการนี้ระหว่างวันที่ 22-23 กรกฎาคม ได้มีการแบ่งกลุ่มตามประเด็นงาน และพื้นที่การขับเคลื่อนงานที่ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง เพื่อวางแนวทางและแผนปฏิบัติการระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 – 2565) จากการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมระหว่างขบวนองค์กรชุมชนและผู้ปฏิบัติงาน พอช. มีการนำเสนอทิศทางข้างหน้าการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนและการออกแบบบทบาทของ พอช. ดังนี้






ในช่วงท้ายนายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) กล่าวว่า ภารกิจงานของ พอช. พวกเราต้องช่วยกันให้เกิดการดำเนินงานที่มีความรวดเร็ว ในปี 2563 พอช. ได้เสนองบประมาณ ประมาณ 5 พันกว่าล้าน 7 แผนงาน โดยที่งานหลักๆ เช่น การพัฒนาที่อยู่อาศัย และสวัสดิการชุมชน ซึ่งแผนงานที่สำคัญอีกเรื่องคือ การเริ่มทำงบประมาณเชิงพื้นที่ โดยใช้พื้นที่ตำบลและพื้นที่จังหวัดเป็นหลัก เริ่มนำร่อง 100 ตำบล ในปี 2563
“คนในพื้นที่ต้องวางแผนและนำไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานท้องที่ท้องถิ่นภายใต้ชุมชนเข้มแข็ง ในการเสนองบประมาณนั้น นอกจากที่เราจะเสนอท้องที่ท้องถิ่น ภาค จังหวัด เราควรเปิดรับการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยการที่เราจะเสนอหรือหาแนวร่วมภาคเอกชนบ้าง เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนได้โดยทุกวิธี จัดองค์กรเชิงประสานงาน ให้เกิดการทำแผนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสภา สวัสดิการ บ้านมั่นคง ทำให้การขับเคลื่อนงานหรือแผนยุทธศาสตร์ในพื้นที่จะประสบผลสำเร็จ ทำให้ พอช. ก้าวกระโดดไปข้างหน้า เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการก้าวต่อไป” นายสมชาติระบุในตอนท้าย
จากการนำเสนอแนวทางและแผนปฏิบัติการ 3 ปี สามารถสรุปสาระสำคัญคือ การบูรณาการต้องทำ 2 ระดับ คือ ระดับแรก “การบูรณาการภายในชุมชน” คือ บูรณาการทุกประเด็นของขบวนองค์กรชุมชนให้รวมเป็นแผนของพื้นที่แผนเดียวที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีการประสานงานในแนวราบ สร้างพื้นที่กลางทั้งในระดับ ตำบล จังหวัด และภาค ที่รวมทุกประเด็นงานและมีบรรยายกาศสร้างสรร โดยใช้พื้นที่ตำบล เป็นพื้นที่ปฏิบัติการ จังหวัดเป็นพื้นที่เชื่อมโยงนโยบายสาธารณะ และระดับชาติในการผลักดันเชิงนโยบาย โดยมีการพัฒนา “คน” เป็น หัวใจหลักของแผนพัฒนาเชิงพื้นที่ ในระยะ 1-3 ปี คือ 1) การพัฒนาผู้นำ 2) การพัฒนาคุณภาพ 3) สานสร้างพลังชุมชน 4) สานสร้างพลักงเครือข่าย 5) สานสร้างพลังทางสังคม
ระดับที่สอง “การบูรณาการภายนอก” มีการประสานงานกับหน่วยงานภาคี เพื่อผลักดันการเชื่อมโยงและสนับสนุนทั้ง ระดับตำบล (ผ่านแผนพัฒนาตำบล/แผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่น) ระดับจังหวัด (ผ่านแผนพัฒนาจังหวัด) และระดับภาค/กลุ่มจังหวัด (ผ่านแผนพัฒนาภาค/กลุ่มจังหวัด)
ทั้งนี้ประเด็นร่วมคิดต่อคือ การจัดความสัมพันธ์ใหม่เชิงกลไก (ด้านโครงสร้าง แผนงาน งบประมาณ การบริหารจัดการ และภาคียุทธศาสตร์) ที่ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วม เป็นเจ้าของ มีทิศทางการสนับสนุนงบประมาณ การเชื่อมโยงกับภาคียุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ 1-3 ปี และ 5 ปี และสร้างการเรียนรู้ร่วมจากพื้นที่รูปธรรม หรือ Model ร่วมกัน
จากข้อเสนอดังกล่าวนั้น จะนำมาสู่การแผนปฏิบัติการระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2563 – 2565) และแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสถาบันฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม 2562 นี้









