
ตำบลหัวดง อ.เมือง จ.พิจิตร มีพื้นที่ประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร มี 9 หมู่บ้าน ประชากรจำนวน 3,342 คน มีเชื้อสายแตกต่างกันไป บางกลุ่มเป็นคนเชื้อสายลาวที่อพยพมาจากเวียงจันทร์ หนองคาย ร้อยเอ็ด บางกลุ่มเป็นคนจากภาคกลาง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา รับจ้างทั่วไป ค้าขาย และรับราชการ
การขับเคลื่อนงาน “รวมพลังเครือข่ายร่วมพัฒนาชุมชนจัดการตนเองสู่ตำบลสุขภาวะ” ตำบลหัวดง มีพัฒนาการความเป็นมาดังนี้
พ.ศ. 2551-2555
อาชีพหลักของประชาชนในพื้นที่ตำบลหัวดงคือการทำนา มีการใช้สารเคมีในการทำนามากขึ้น เช่น ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี ยากำจัดวัชพืช จึงทำให้สารพิษตกค้างลงสู่ดิน และแหล่งน้ำธรรมชาติ ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ แหล่งน้ำมีสารเคมีปนเปื้อน สัตว์น้ำอยู่อาศัยไม่ได้ พื้นที่ขาดความสมดุลตามธรรมชาติ เกิดผลกระทบปัญหาต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้าน แหล่งอาหารไม่ปลอดภัย
องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง ได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ จึงมีแนวคิดที่จะก่อตั้ง ‘วิชชาลัยชาวนา’ ขึ้นมา เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนะคติของเกษตรกร รวมถึงการผลิตเกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อให้ทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืนขึ้น เป็นแหล่งให้ประชาชนได้มาเรียนรู้การปลูกพืชโดยใช้สารอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี ปลูกพืชเชิงผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง แทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนเอง เช่น ไม่มีสารพิษเข้าสู่ร่างกาย อาหารปลอดภัย สิ่งแวดล้อมไม่มีพิษ มีสัตว์น้ำมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ลดต้นทุนการผลิต ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ในปี พ.ศ. 2554 ตำบลหัวดงประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่ คือ เกิดอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ทั้งพื้นที่ ทำให้พื้นที่เกษตรกรรม บ้านเรือน เส้นทางคมนาคม บ่อปลา สัตว์เลี้ยง เสียหายจำนวนมาก ประชาชนได้รับความเดือนร้อนมาก ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ หลายครอบครัวต้องอพยพไปหางานทำในเมืองใหญ่
ต่อมากรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้เข้ามาประชาสัมพันธ์ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการจัดการด้านการบริหารทรัพยากรธรรมชาติที่ดีเข้ามาเป็นเครือข่ายในการพัฒนาชุมชนให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ Local agenda 21 (องค์กรที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม) องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดงจึงมีภาคีเครือข่ายในการจัดการสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิจิตร เกษตรจังหวัดพิจิตร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนตำบลหัวดง
พ.ศ.2556 – พ.ศ.2558
ตำบลหัวดงได้รับการคัดเลือกให้เป็นตำบลต้นแบบด้านการพัฒนาสังคมและสวัสดิการสังคม ประจำปีงบประมาณ 2558 ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนราชการอื่น ๆ ในพื้นที่ และประชาชนต้องร่วมกันคิดและตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่เป็นอันตรายต่อการดำรงชีวิต โดยปัญหาหนักสุดได้แก่ ปัญหาการใช้สารเคมีในการปลูกข้าว องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดงจึงได้ตั้ง “วิชชาลัยตำบลหัวดง” เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยให้เป็นแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรปลอดสารเคมี เพื่อฟื้นฟูทรัพยากร ดิน น้ำ พืชพันธุ์ต่าง ๆ ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ประชาชนมีอาหารปลอดภัย โดยมีหน่วยงานในท้องถิ่นหนุนเสริม เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และมีวัดลำชะล่า
ทางด้านสุขภาพอนามัย พบว่า ประชาชนได้ใช้บริการแพทย์ทางเลือกตำบลหัวดงทั้งที่ใช้บริการจากหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหัวดง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านเนินยาว และใช้บริการจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ที่ให้บริการในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นอบสมุนไพร นวด ประคบ การใช้สมุนไพรที่หาได้ภายในพื้นที่ตำบลหัวดง และประชาชนยังได้รับการดูแลด้านสุขภาพจาก อบต.หัวดง ตามโครงการจ้างเหมาดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ โดยมีการจ้างเหมาบุคคลออกตรวจเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ โดยให้คำแนะนำด้านสุขภาพต่างๆ เช่น การตรวจสุขภาพเบื้องต้น มีการตรวจวัดความดันโลหิต จดบันทึกการตรวจสุขภาพให้แก่ประชาชนเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นข้อมูลด้านสุขภาพในการดูแลประชาชนในพื้นที่ และส่งต่อข้อมูลด้านสุขภาพไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมตำบล รวมถึงประชาชนในพื้นที่ตำบลหัวดงยังมีทางเลือกในการดูแลสุขภาพ โดยการใช้บริการกับหน่วยบริการสาธารณสุข คือ โรงพยาบาลพิจิตร
พ.ศ.2558 – จนถึงปัจจุบัน
ในช่วงปลายปี 2558 ถึงต้นปี 2559 เกิดปัญหาภัยแล้งในตำบลหัวดง ประชาชนประสบภัยแล้งอย่างหนัก ไม่มีน้ำในการทำเกษตรกรรม ทำให้ว่างงานไม่มีรายได้ต้องอพยพไปทำงานต่างถิ่น มีผู้ได้รับผลกระทบประมาน 2,000 คน มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือตามโครงการ “รวมพลังเครือข่ายร่วมพัฒนาชุมชนจัดการตนเองสู่ตำบลสุขภาวะ” ระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลหัวดงกับโครงการรวมพลังเครือข่ายร่วมพัฒนาชุมชนสู่ตำบลจัดการตนเอง แบ่งออกเป็น 3 โครงการย่อย ซึ่งทั้ง 3 โครงการได้ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในชุมชนเป็นอย่างมาก จึงมีการถอดบทเรียนตนเอง ทำให้ค้นพบทุนและศักยภาพ 6 ระดับ คือ
- ระดับบุคคลและครอบครัว 2. ระดับระดับกลุ่มและองค์กรทางสังคม 3. ระดับหน่วยงานและแหล่งประโยชน์ 4. ระดับหมู่บ้าน 5. ระดับตำบล และ 6. ระดับเครือข่าย ซึ่งทุนต่าง ๆ ทั้ง 6 ระดับนั้น มีส่วนในการหนุนเสริมการจัดการปัญหาในชุมชนเกิดความสำเร็จและยังสามารถสร้างการเรียนรู้กับชุมชนอื่น ๆ และองค์กรปกครองท้องถิ่นเครือข่าย ดังจะเห็นได้ว่าแหล่งเรียนรู้ตำบลหัวดงนั้น สามารถสร้างการเรียนรู้ได้ 21 แหล่ง มีทุนระดับบุคคลจำนวน 126 คน สามารถจัดการตนเองได้ดี 47 คน สามารถจัดการตนเองได้ 64 คนและสามารถจัดการตนเองได้น้อย 85 คน
ในระดับกลุ่มจำนวน 16 กลุ่ม หน่วยงานและแหล่งประโยชน์มีจำนวน 61 แหล่ง ระดับหมู่บ้าน 14 กลุ่ม ระดับตำบลมีจำนวน 12 ทุน และระดับเครือข่ายมีจำนวน 2 กลุ่ม ทำให้รู้ว่าตำบลหัวดงสามารถจัดการตนเองได้ดี องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดงทำงานผ่านคณะกรรมการทั้ง 4 ฝ่าย ได้แก่ องค์กรปกครองท้องถิ่น ท้องที่ ภาครัฐทั้งภายในและภายนอก ประชาชน และยังหนุนเสริมทางด้านสถาบันทางศาสนา เช่น วัดในพื้นที่ จำนวนทั้ง 5 วัด ได้แก่ วัดหัวดง วัดลำชะล่า วัดเนินยาว วัดหนองนาดำ วัดน้ำโจนเหนือ เป็นต้น
การจัดการองค์ความรู้โดยชุมชน
หลักคิด/แนวคิด
หลักคิดหรือหลักการสำคัญของการขับเคลื่อนการพัฒนาประกอบด้วย 4 ฐานคิดหลัก ได้แก่
(1) มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง
(2) เน้นพัฒนาอย่างบูรณาการโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา
(3) สร้างการเรียนรู้และสร้างอาชีพที่หลากหลาย
(4) สร้างเครือ 5 ภาคี (ท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานภาครัฐ ประชาชน วัด) โดยมีประชาชนเป็นแกนกลาง และภาคีอื่นๆ ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้น อำนวยความสะดวก ส่งเสริม สนับสนุน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน รายละเอียดดังนี้
กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน
- ตำบลหัวดงมีกระบวนการแก้ปัญหาในพื้นที่โดยการบูรนาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมประชุมหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง (นายก/ผู้แทน) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่ประสบปัญหา โดยหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและตรงจุดยั่งยืน และมีการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคในเรื่องนั้นทุกปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ในการแก้ปัญหาที่จะเป็นเวทีประชาคมหมู่บ้าน/ตำบล หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง ศูนย์ยุติธรรมตำบลเป็นเครื่องมือไกล่เกลี่ยข้อพิพาทต่างๆ
- ดำเนินการรวบรวมข้อมูลปัญหา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตำบลโดยผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหัวดงและแกนนำชุมชน
- กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาพื้นที่ตำบลให้เป็นสุขภาวะอยู่เย็นเป็นสุขอย่างยั่งยืน วิสัยทัศน์การพัฒนาได้มาจากการประชาคมร่วมกันของผู้แทนชุมชน หน่วยงานในพื้นที่ และองค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง โดยมีความเห็นร่วมกันและมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดพิจิตร ได้แก่ “แหล่งผลิตข้าวคุณภาพ สินการเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน ประชาชนมีคุณภาพชิวิตที่ดีตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ยึดหลักการบริหารธรรมาภิบาลพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน”
- ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยใช้ทุนและศักยภาพที่มีอยู่มาใช้ในการแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการในพื้นที่ เช่น
- ร่วมกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจัดการฝึกอาชีพต่าง ๆ เช่น การทำขนมไทย การทำดอกไม้จันทน์ การเย็บผ้า เพื่อให้เป็นอาชีพเสริมแก่แม่บ้าน เพิ่มรายได้ในครอบครัว
- จัดตั้ง “วิชชาลัยชาวนาตำบลหัวดง” เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ในการทำการเกษตรปลอดสารพิษ ให้เกษตรกรได้มาเรียนรู้และนำกลับไปใช้ในการลดต้นทุนทางการผลิต และการจัดหาปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เช่น การทำปุ๋ยชีวภาพ การทำน้ำหมักฮอร์โมนต่าง ๆ ยาสมุนไพรไล่แมลง เป็นต้น
- 3 ส่งเสริมให้เกษตรกรทำนาข้าว โดยให้ปลูกข้าวที่มีคุณภาพสูง เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรท์เบอรี่ เป็นต้น เพื่อให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพและราคาสูง
- 4 มีการขุดลอก คูคลอง หนองบึง ให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อทำการเกษตร เช่น บึงตาเพชร คลองไดหนองคา เป็นต้น
- ส่งเสริมให้มีการปลูกพืช บำรุงดิน เช่น ถั่วเขียว ปอเทืองและการกำจัดตอซัง โดยใช้ จาวปลวกหมักทำปุ๋ยพืชสด
- จัดทำโครงการลดอบายมุขต่าง ๆ เช่น งดเหล้า เลิกการสูบบุรี ไม่เล่นการพนัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น


เทคนิค/ทักษะ ในการขับเคลื่อนงานที่สำคัญๆ ดังนี้
- ใช้ผู้นำชุมชน ผู้นำทางศาสนาที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือ เป็นคนเชื่อมประสานให้เกิดความรักและความสามัคคีในชุมชนที่มีความแตกความสามัคคีทั้งที่มาจากการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น
- จัดโครงการ/กิจกรรมที่สร้างความรักความสามัคคีในชุมชน เช่น การแข่งขันกีฬาระดับหมู่บ้าน การจัดงานประเพณีลอยกระทง และจัดทำหมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง โดยให้ประชาชนมีกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้ลืมข้อพิพาทผิดใจ แตกแยก แบ่งพรรคแบ่งพวกกัน
- จัดตั้ง “กลุ่มรำวง 3 ส.” (สนุก สุขภาพดี สามัคคีเกิด) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั้ง 3 วัย ได้แก่ ผู้สูงอายุ วัยทำงาน และเด็กเยาวชน ได้มาออกกำลังกาย โดยการรำวงที่มีท่ารำมาตรฐาน จำนวน 22 ท่า ซึ่งเป็นการออกกำลังที่มีความสนุกสนานเพลิดเพลินและรักษาวัฒนธรรมไทยไว้ไม่ให้สูญหายไป มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ประชาชนมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย มีความรัก ความสามัคคีภายในชุมชน


3.4. กลไกการจัดการ(กลุ่ม/องค์กร/เครือข่าย/บทบาท)
กลไกการบริหารจัดการภายในตำบล เพื่อ “รวมพลังเครือข่ายร่วมพัฒนาชุมชนจัดการตนเองสู่ตำบล สุขภาวะ” ซึ่งเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ดังนี้
- องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง
- ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น
- สภาองค์กรชุมชนตำบลหัวดง
- รพ.สต.ตำบลหัวดง
- โรงเรียน
- วัด
- ประชาชนในพื้นที่
- กลุ่มผู้สูงอายุ
- วิชชาลัยชาวนา
- ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติพิจิตร”
- สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองพิจิตร
- สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดพิจิตร
- สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิจิตรและกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง
คนมีแนวคิดและความสามารถเพิ่มขึ้น (ความรู้/ทัศนคติ/ทักษะ)
- คนในชุมชนมีทักษะความรู้และทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น เช่น มีองค์ความรู้ในการทำนาที่ปลอดภัย ลดต้นทุนในการผลิตจากการเข้าไปเรียนรู้ในวิชชาลัยชาวนา นักเรียนชาวนาสามารถนำองค์ความรู้ที่พัฒนาขึ้นไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการทำนาประกอบอาชีพหลักและอาชีพเสริม และนักเรียนชาวนายังสามารถเป็นวิทยากรเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมปลอดสารพิษได้
- ผู้สูงอายุที่มีองค์ความรู้ ความชำนาญในเรื่องต่างๆ ในตำบลได้รับการยอมรับที่สำคัญผู้สูงอายุได้เห็นคุณค่าของตนเองและทำประโยชน์ให้กับสังคมได้ จนสามารถจัดตั้งเป็นวิชชาลัยผู้เชี่ยวชาญชีวิต
- คณะทำงาน / แกนนำในชุมชนได้มีโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม
- องค์กรชุมชนเข้มแข็ง/มีความสามารถในการบริหารจัดการ
- คณะทำงานขับเคลื่อนตำบลสุขภาวะมีการแบ่งบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน สามารถออกแบบกระบวนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพทีมงาน
- มีความสามารถในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีจากภายนอกให้เข้ามาหนุนช่วยกระบวนการขับเคลื่อนงานในชุมชน
- องค์กรได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภายนอกทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
- คุณภาพชีวิตคนในชุมชนดีขึ้น
- คนในชุมชนทั้ง 3 วัย ได้แก่ ผู้สูงอายุ วัยทำงาน และเด็กเยาวชน ได้มีกิจกรรมร่วมกัน มีการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อในหลายๆ จุดของมัดกล้ามเนื้อทั้งหมดในร่างกาย ระบบการหมุนเวียนโลหิตดีทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรคได้ดีประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรง มีความสามัคคี อารมณ์ดีสดชื่นแจ่มใส ยิ้มแย้มให้กัน ประชาชนได้มาพบปะสังสรรค์กันทุกเย็นทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีมากขึ้น ได้พูดคุยกันมากขึ้น แลกเปลี่ยนกันสื่อสารกันด้วยวาจามากขึ้น มีอารมณ์แจ่มใสโดยใช้กิจกรรมรำวงเป็นสื่อในการให้ประชาชนได้มาพบปะพูดคุยและเรียนรู้ท่ารำร่วมกัน เกิดความสามัคคีในชุมชน
- ปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์โครงสร้าง/นโยบาย
- หน่วยงานท้องถิ่นเห็นความสำคัญและให้การสนับสนุนกิจกรรมและการขับเคลื่อนการสร้างสุขภาวะตำบลผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดงร่วมกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจัดการฝึกอาชีพต่าง ๆ เช่น การทำขนมไทย การทำดอกไม้จันทน์ การเย็บผ้า เพื่อให้เป็นอาชีพเสริมแก่แม่บ้าน ในการเพิ่มรายได้ในครอบครัว
- องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดงร่วมกับชมรมผู้สูงอายุตำบลหัวดง จัดตั้งวิชชาลัยผู้เชี่ยวชาญชีวิต เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมารวมกลุ่มและเรียนรู้การรักษาสุขภาพอนามัยของตนเองและคนในครอบครัวและมีกิจกรรมการออกกำลังกายต่าง ๆ ได้มีสังคมกับคนวัยเดียวกัน ทำให้มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นไม่เป็นโรคซึมเศร้าและมีความภาคภูมิใจในตนเอง
- องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดงได้ส่งเสริมให้ประชาชนลดการใช้สารเคมี ซึ่งทำลายสิ่งแวดล้อม โดยการจัดตั้ง “วิชชาลัยชาวนาตำบลหัวดง” ซึ่งในปัจจุบันมีประชาชนผ่านการเรียนตามหลักสูตรจำนวนคน 100 คนและจาการติดต่อผลการเรียนรู้ที่นำไปใช้ในการปลูกพืชของผู้ที่ผ่านการเรียนมาแล้ว ปรากฏว่าได้นำไปใช้จริงในการลดสารเคมีประมาณร้อยละ 40 ของคนที่เคยปลูกข้าวก่อนเข้าการเรียนรู้จากวิชชาลัยชาวนาตำบลหัวดง
ปัจจัยที่ส่งผลให้ประสบผลสำเร็จ
ปัจจัยภายใน
- ผู้นำ แกนนำนชุมชนมีความมีความมุ่งมั่น
- ในชุมชนมีผู้รู้ที่มีความรู้ ความชำนาญ และความสามารถในการประกอบอาชีพที่สั่งสมประสบการณ์และสืบทอดมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เช่น อาชีพการทำนา การทำขนม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อนงานมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
- มีการส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น
- คนในชุมชนมีความเสียสละ มีความเป็นผู้นำ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการจัดกิจกรรมต่างๆ และให้ความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน
- มีความตั้งใจ ใส่ใจสุขภาพ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน
- มีแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรปลอดสารพิษ และ เกษตรตามแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ “วิชชาลัยชาวนาตำบลหัวดง”
ปัจจัยภายนอก
- ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลหัวดงเป็นประจำทุกปี ทั้งด้านงบประมาณและการสนับสนุนต่างๆ ดังนี้
- องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดงได้สนับสนุนให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้ดำเนินกิจกรรมที่ได้เกี่ยวข้องกับสาธารณสุข ตามงบประมาณการสนับสนุนของศูนย์สาธารณสุขมูลฐานประจำหมู่บ้าน ไปให้บริการสาธารณสุขในหมู่บ้านเป็นประจำทุกเดือน เช่น การชั่งน้ำหนัก การตรวจวัดความดันโลหิต การให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพเบื้องต้น ก่อนที่จะถึงหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่ เป็นต้น อีกทั้งยังได้รับงบประมาณบางส่วนที่เป็นการบริการสาธารณสุขจากกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ อบต.หัวดง เพื่อให้บริการเชิงรุกด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนในพื้นที่ตามชุดสิทธิประโยชน์ตั้งแต่หญิงตั้งครรภ์ เด็กแรกเกิด เยาวชน ประชาชนผู้ใช้แรงงาน ผู้พิการทุพพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุ
- หน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉินประจำ องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง (FR) ที่ให้บริการประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุ – เจ็บป่วยฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง (สายด่วน 1669) โดยมีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมจากสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดพิจิตร จำนวน 9 ราย โดย อบต.หัวดง ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน ให้มีระบบการลำเลียง ขนย้าย ผู้ป่วย ได้ถูกวิธี และนำส่งผู้เจ็บป่วยฉุกเฉิน ให้แก่โรงพยาบาลได้อยากอย่างถูกต้อง มีคุณภาพและรวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง อบต.หัวดง มีการฝึกอบรมบุคลากรปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยเห็นว่า ระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ไขปัญหา การตาย การพิการ การทุกข์ทรมาน และการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย อันเกิดจากการล่าช้าในการเข้าถึง การดูแลรักษา การเคลื่อนย้ายที่ไม่ถูกวิธี และการนำส่งยังสถานพยาบาลที่ไม่เหมาะสม นอกเหนือจากระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินดังกล่าวข้างต้นแล้ว อบต.หัวดง ยังเล็งเห็นความจำเป็นในการอบรมและพัฒนาบุคลากรในการปฏิบัติงานในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ให้มีความสามารถเพิ่มมากขึ้น รวดเร็วขึ้น ถูกต้องเหมาะสม และส่งเสริมให้บุคลากร ที่เกี่ยวข้องมีความชำนาญและเชี่ยวชาญต่อไป
- อบต.หัวดง มีการสนับสนุนงบประมาณแพทย์ทางเลือกและมีการใช้สมุนไพรในชุมชน โดยมีการสนับสนุนกลุ่มนักเรียนชาวนา เป็นแกนนำในการทำเกษตรปลอดสาร รวมถึงการปลูกพืชสมุนไพรบนแปลงสาธิตที่วิชชาลัยชาวนา โดยกลุ่มนักเรียนชาวนาทำหน้าที่เป็นเครือข่ายในการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร ที่สามารถปลูกเองได้ให้กับคนในหมู่บ้าน ให้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดูแลรักษาสุขภาพต่อไป
- มีการบูรณาการ การทำงานในการแก้ปัญหา โดยมีหน่วยงาน ราชการ เป็นหลัก ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลหัวดง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สถานีตำรวจภูธรเมืองพิจิตร รพ.สต.บ้านหัวดง รพสต.บ้านเนินยาว โรงเรียนในเขตพื้นที่ วัดในเขตพื้นที่ และประชาชนโดยทุกภาคส่วน ต้องดำเนินงานซึ่งมี ทุนในชุมชน เช่น ศูนย์พัฒนาครอบครัวตำบลหัวดง โรงเรียน วัด ปราชญ์ชาวหัวดงที่ต้องขับเครื่องแก้ปัญหาให้สำเร็จโดยมีหน่วยงานราชการเป็นหน่วยหนุนเสริม
- หน่วยงานภาคีเครือข่ายจากภายนอกให้การสนับสนุน
แนวทาง/แผนที่จะทำต่อในระยะข้างหน้า
- พัฒนาศักยภาพให้กับบุคลากรในชุมชนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ชุมชนมีอาชีพที่หลากหลายภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- ผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มโดยการสนับสนุนทุนและฝึกอบรมโดย เชื่อมประสานงบภาคียุทธศาสตร์เพื่อรับงบประมาณในการพัฒนาด้านอาชีพ
- สร้างการเรียนรู้ภายในเช่น ปราชญ์ แหล่งเรียนรู้ กลุ่มองค์กรชุมชนและวัดเพื่อสร้างความรู้ภูมิปัญญาเพื่อประกอบอาชีพ อย่างเท่าเทียมกันทุกกลุ่มวัย
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น การบริหารจัดการแหล่งน้ำ






