ตำบลลานดอกไม้ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร มี 11 หมู่บ้าน ประชากรประมาณ 7,000 คน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ทำไร่ ทำสวน รับจ้าง และรับราชการ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 97.4 ตารางกิโลเมตร หรือ 60,875 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในการดูแลของกรมป่าไม้ และบางส่วนเป็นที่ดิน ส.ป.ก. ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน หรือมีเพียง ภบธ.5 (ภาษีบำรุงท้องที่) จึงมีปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังมีปัญหานายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก.
ในช่วงปลายปี 2557 หลังจากรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาล คสช.มีนโยบาย ‘ทวงคืนผืนป่าทั่วประเทศ’ ที่ตำบลลานดอกไม้ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ในตำบลเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่บางแห่งยังคลุมเครือกับที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และทับซ้อนกับพื้นที่อยู่อาศัยและทำกินของชาวบ้าน จึงทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานรัฐ โดยชาวบ้านกลัวว่าจะถูกยึดที่ดินคืน
ขณะที่ผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้านยังสามารถทำกินได้ แต่ชาวบ้านกลับถูกยึดที่ดิน เมื่อมีผู้นำชุมชนลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมกลับถูกเจ้าหน้าที่รัฐฟ้องและถูกตรวจสอบการทำงาน โดยแจ้งว่าขัดขืนการปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐ
ปี 2559 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ยึดพื้นที่คืนจากผู้ถือครองที่ดินในพื้นที่ ส.ป.ก.โดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่ง คสช.ที่ 36/2559 เรื่องมาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมาย โดยในพื้นที่ตำบลลานดอกไม้ ส.ป.ก.ได้ยึดพื้นที่คืนจากนายทุนที่เข้าไปครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. จำนวน 386 ไร่
ปี 2560 มีการลงพื้นที่ที่ดิน ส.ป.ก.ที่ยึดคืนมาจากนายทุน ระหว่างหน่วยงาน 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนายปฏิภาณ จุมผา ผู้อำนวยการสำนักงานภาคเหนือ (พอช.ภาคเหนือ) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ท้องที่ เพื่อวางแผนรูปแบบการจัดสรรที่ดินและแนวทางการพัฒนาการใช้ประโยชน์ที่ดินตามแนวทางของคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ในที่ดิน ส.ป.ก. 386 ไร่


สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้ชี้แจงแนวทางการทำงานของ ส.ป.ก. ในพื้นที่ตำบลลานดอกไม้ว่า ส.ป.ก.ต้องการสร้างกระบวนการพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดรูปธรรมอย่างแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมา หลายจังหวัด หลายพื้นที่ เมื่อ ส.ป.ก.จัดสรรที่ดินให้ชาวบ้านแล้ว แต่ชาวบ้านมีลักษณะต่างคนต่างอยู่ ไม่มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน นอกจากนี้บางครอบครัวก็ไม่เข้ามาอยู่ปล่อยพื้นที่ให้รกร้าง ส.ป.ก. จึงได้เชิญพอช. และเครือข่ายภาคประชาชน เข้ามาจัดกระบวนการการมีส่วนร่วมในพื้นที่ดังกล่าวร่วมกัน
หลังจากนั้นจึงมีการจัดตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยตำบลลานดอกไม้ เกิดแนวทางการวางแผนการจัดทำข้อมูล การเก็บข้อมูล และมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลลานดอกไม้ขึ้นมาในปี 2560 เพื่อเป็นเวทีกลางในการพูดคุยและขับเคลื่อนปัญหาดังกล่าวต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ปี 2561 เดือนมีนาคม มีการประชุมเตรียมการวางแผนเพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพชาวบ้านในที่ดิน ส.ป.ก.แปลงดังกล่าว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เช่น ส.ป.ก. พอช. เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดกำแพงเพชร เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดกำแพงเพชร และเครือข่ายทรัพยากรดินน้ำป่าจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อกำหนดแผนงานการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลที่ดินตำบล และนำเสนอการเชื่อมโยงประเด็นงานภาคประชาชนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ที่อยู่อาศัยให้กับรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนานาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

คณะทำงานจังหวัดร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลลานดอกไม้ได้สำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนในตำบล จาก 11 หมู่บ้าน พบว่า 1.มีที่อยู่อาศัย ไม่มีที่ดินทำกิน 201 ครัวเรือน 2.ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีที่ดินทำกิน 56 ครัวเรือน 3.ที่ทำกินไม่มีเอกสารสิทธิ์ 7 ครัวเรือน 4.ต้องการซ่อมแซมบ้าน 20 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังรวบรวมข้อมูลจากการจับพิกัด GPS ของผู้เดือดร้อนมาแปลงเป็นแผนที่ GIS เพื่อนำมาวางแผน วิเคราะห์ศักยภาพในพื้นที่ และออกแบบแนวคิดแผนที่ การจัดการที่ดิน ในที่ดิน ส.ป.ก. 386 ไร่


หลังจากนั้นคณะทำงานจังหวัดได้นำเสนอข้อมูลต่อพลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยใช้แนวทางโครงการบ้านพอเพียงชนบท เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้เห็นแนวทางการพัฒนา การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ซึ่งต้องบูรณาการร่วมกันกับหลายหน่วยงาน เพราะแต่ละหน่วยงานก็มีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเหมือนกัน สิ่งที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ คือ ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านพอเพียง โครงการบ้านมั่นคงเมือง/ ชนบท และการเก็บข้อมูลของ ส.ป.ก. เพื่อนำข้อมูลมาบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ กับภาคประชาชน เนื่องจากที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐไม่ยอมรับข้อมูลที่ภาคประชาชนจัดทำขึ้น ดังนั้นจึงต้องมีการสร้างระบบฐานข้อมูลให้เป็นที่ยอมรับร่วมกันระหว่างหน่วยงานราชการกับประชาชน
กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน
- – เข้าร่วมปรึกษาหารือกับหน่วยงานภาครัฐถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในตำบล
- – จัดประชุมประชาคมผู้นำทุกหมู่บ้าน คัดสรรผู้ยากไร้ในพื้นที่เพื่อนำร่องลงไปช่วยเหลือ
- – นำรายชื่อผู้เดือดร้อนยื่นเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- – ผลักดันกระบวนการในการแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยงาน โดยนำข้อมูลให้เกิดขึ้นจริง
- – มีการรวบรวมข้อมูลนโยบาย และแผนการต่างๆลงไปศึกษาในพื้นที่
เทคนิค/ทักษะ
– ใช้กลุ่มสภาองค์กรชุมชนในการขับเคลื่อน โดยมีเครือข่ายทรัพยากรดิน น้ำ ป่า เป็นพี่เลี้ยง
– การสร้างความเชื่อมั่น และความเข้มแข็ง โดยการเกิดกระบวนการมีส่วนร่วมทั้งผู้นำชุมชน หน่วยงานภาครัฐ รวมถึงภาคประชาชนโดยทั่วไปมีส่วนร่วมในการบูรณาการร่วมกัน
กลไกการจัดการ (กลุ่ม/องค์กร/เครือข่าย/บทบาท)
– มีคณะสภาองค์กรชุมชนร่วมบูรณาการกับหน่วยงานท้องถิ่น
– มีหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม
– มีสถาบันรักษ์ถิ่นเข้ามาช่วยหนุนอีกด้าน
– มีเครือข่ายที่ดินภาคเหนือ และภาควิชาการมาสรุปปัญหาถึงการทำวิจัย ขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลในการทำงานและมีการผลักดันมากยิ่งขึ้น
– แบ่งบทบาทของเจ้าหน้าที่ในการทำงานของคณะทำงานอย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรม
ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน 4 ด้าน
ด้านแนวคิด/ทัศนคติ
– มีการยอมรับข้อมูลและข้อเสนอ ร่วมสนับสนุนแก้ไขปัญหาของสภาองค์กรชุมชนจากคนในชุมชน
– ผู้นำในตำบลมีส่วนร่วมในการวางแผนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย
– ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ และผู้นำสภาองค์กรชุมชน ได้รับความรู้และมีบทบาทเพิ่มมากยิ่งขึ้น
– ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านในการลงมาแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น
– มีการประสานเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายทรัพยากรดิน น้ำ ป่า และภาคีท้องถิ่น
– ผู้นำมีความภาคภูมิใจที่สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของตนเองได้ และยังได้ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนอีกด้วย
ด้านคุณภาพชีวิต
– ผู้ยากไร้ในตำบลมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และได้ที่ทำมาหากิน
– มีสุขภาพจิตที่ดี
– มีรายได้ที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น
– มีคนกลับเข้ามาอยู่ในชุมชน
ด้านความเข้มแข็งขององค์กร
– เกิดการรวมตัวของคนในชุมชนตำบล
– มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวคิด การทำงานร่วมกัน
– ทำให้เกิดการสามัคคีกันในหมู่คณะ
– มีภาคีเครือข่ายและวิชาการมาร่วมเป็นพี่เลี้ยง และยกระดับแนวทางการแก้ไขปัญหาให้เป็นงานวิจัยชาวบ้าน
– เป็นพื้นที่รูปธรรมในการเรียนรู้ เผยแพร่ ให้แก่ผู้ที่มีความสนใจ
ความสัมพันธ์กับหน่วยงาน
จังหวัด ส.ป.ก. อบต. ให้การยอมรับแนวทางการแก้ไขปัญหา และช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย
ปัจจัยที่ส่งผลให้ประสบผลสำเร็จ
ภายใน
– ได้รับความร่วมมือกับชาวบ้าน และผู้นำในตำบล
– มีที่ดินของนายทุนที่ถูกยึดคืน ซึ่งสามารถนำมาจัดสรรให้แก่คนยากไร้ในตำบล
– มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์มองเห็นปัญหาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ และมองเห็นโอกาสในการใช้นโยบายของรัฐให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่
ภายนอก
– ได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายในเรื่องของข้อมูล การประสานงาน และนโยบาย
– นโยบาย “ทวงคืน ผืนป่า” จากนายทุน ทำให้มีที่ดินมาจัดสรรให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนในตำบล
ปัญหา/อุปสรรคในการดำเนินงาน
– ยังไม่บูรณาการหน่วยงานภาครัฐกับภาคประชาชนร่วมกันได้เท่าที่ควร
– ขาดทรัพยากรมนุษย์ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านต่างๆ
– ขาดทุนทรัพย์ในลงพื้นที่ออกสำรวจ หรือดำเนินการในเรื่องต่างๆ
แนวทาง/แผนที่จะทำต่อในระยะข้างหน้า
– พัฒนาอาชีพให้หลากหลาย
– ดำเนินการเดินตามแนวทางพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง”
– พัฒนาจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด
– ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุน เช่น การพัฒนาอาชีพงบประมาณ ระบบบัญชี การบริหารจัดการ และการจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น






