
สุพรรณบุรี : วันที่ 10 – 11 กรกฎาคม 2562 สำนักงานภาคกลางและตะวันตกจัดเวทีถอดบทเรียนแผนธุรกิจเพื่อชุมชนภาคกลางและตะวันตก ณ โรงแรมสองพันบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี มีผู้เข้าร่วมจากพื้นที่ตำบลที่มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่และกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ พอช.รวมประมาณ 80 คน
โดยสำนักงานภาคกลางและตะวันตกร่วมกับขบวนองค์กรชุมด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชน และกลุ่มศึกษาและพัฒนาโมเดลธุรกิจชุมชน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดอบรมให้กับขบวนองค์กรชุมชนและเจ้าหน้าที่ภาคฯ เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับองค์กรชุมชนในการ “ทำมาหากิน ทำมาค้าขาย” อันนำมาซึ่งการเพิ่มรายได้ให้องค์กรชุมชนเข้มแข็งจัดการตนเองได้ และสามารถเป็นแกนนำของชุมชนสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ด้วยกระบวนการจัดทำแผนธุรกิจชุมชน อันประกอบด้วยแบบจำลองทางธุรกิจ C-BMC และแผนดำเนินการ Operation Plan โดยแบ่งการจัดออกเป็น 3 ครั้ง คือ กลุ่มโซนพื้นที่ภาคกลาง กลุ่มโซนพื้นที่ภาคตะวันตก และกลุ่มชาติพันธุ์ เมื่อช่วงเดือนเมษายน และเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมในส่วนของขบวนองค์กรชุมชน รวม 138 คน ผลจากการอบรม ทำให้ผู้เข้าร่วมทั้งที่เป็นแกนนำและเจ้าหน้าที่ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิเคราะห์ต้นทุนทางเศรษฐกิจและการจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจของตนเอง สามารถวางแผนปฏิบัติการ และขับเคลื่อนงานในพื้นที่ได้ เกิดการสร้างเครือข่ายทำแผนธุรกิจชุมชน ในพื้นที่ภาคกลางและตะวันตกไม่น้อยกว่า 40 พื้นที่
มาในวันนี้ได้มีการจัดเวทีรวมผู้เข้าร่วมทั้ง 3 ครั้ง เพื่อติดตามการขับเคลื่อนแผนธุรกิจชุมชน และต่อยอดสู่การปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมทั้งติดตามและจัดทำแผนปฏิบัติการในแต่ละตำบล รวมถึงการถอดบทเรียนจากการทำงานที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมได้สะท้อนว่า ได้นำสิ่งที่เรียนรู้จากเวทีการจัดทำแผนธุรกิจชุมชน สู่คานงัดที่ยั่งยืน ไปปรับใช้ทั้งในรูปแบบแนวคิด กระบวนการผลิต รูปแบบผลิตภัณฑ์ รวมทั้งช่องทางการตลาด บางพื้นที่เกิดรูปธรรมในการขับเคลื่อนธุรกิจชุมชม เช่น ลดต้นทุนในการผลิต ลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ เกิดการเชื่อมประสานกับภาคีเครือข่ายในช่องทางการตลาด เป็นต้น ในขณะที่บางส่วนยังไม่เริ่มดำเนินการ แต่ได้แนวคิด และวางจังหวะก้าว ในการขับเคลื่อนแผนธุรกิจชุมชนต่อไป

ในตอนท้ายขบวนชุมชนนำเสนอว่าหากทำเรื่องแผนธุรกิจชุมชนก็จะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องปากเรื่องท้องและนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องอื่นได้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการสร้างเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแลกเปลี่ยน ซื้อขายสินค้า มีภาคีพัฒนาร่วมมากขึ้นทั้งภาครัฐและเอกชน โดยให้ พอช. เป็นหน่วยงานกลางและปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ประสาน เป็นที่ปรึกษา พี่เลี้ยงที่เอื้อต่อขบวนองค์กรชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามหนุนเสริมเชิงวิชาการ เช่น การจัดการความรู้ และนำพาขบวนองค์กรชุมชนไปสู่ระดับสากลให้ได้ ในขณะที่ภาคส่วนต่างๆ เช่น อบต. เทศบาล ต้องเปลี่ยนการทำงานจากบนลงล่างเป็นล่างขึ้นบน และทำแผนพัฒนาจากความต้องการของชุมชน ใช้แผนธุรกิจชุมชนเป็นแม่แบบการพัฒนา และมีภาควิชาการมาเติมความรู้ ทักษะ ที่เน้นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น นำความรู้เดิมมาผสมกับความรู้ใหม่ เกิดเป็นนวัตกรรมชุมชน หากทำเช่นนี้ได้เชื่อว่าในภายภาคหน้าภาคเอกชนจะไม่สามารถผูกขาดธุรกิจได้ เพราะชุมชนเข้มแข็งขึ้น ส่งผลให้มีการกำหนดราคาตลาดให้เป็นธรรมขึ้นด้วย

เรวดี อุลิต/ พรรณิดา พันธ์พืช รายงาน





