ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก มีประวัติความเป็นมาที่ชาวบ้านเล่าสืบต่อกันว่า เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ได้เสด็จประพาสจังหวัดปราจีนบุรี โดยเสด็จผ่านมาตามลำน้ำนครนายก และได้มาประทับแรมบริเวณที่ตั้งศาลเจ้าพ่อองครักษ์ปัจจุบัน ในระหว่างประทับแรมอยู่นั้น นายทหารราชองครักษ์ได้ป่วยและเสียชีวิตลง เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ราชองครักษ์ พระองค์จึงโปรดให้สร้างศาลขึ้นเป็นอนุสรณ์ และเรียกศาลแห่งนี้ว่า “ศาลเจ้าพ่อองครักษ์”
บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อองครักษ์ เป็นวังน้ำวนน้ำไหลเชี่ยวมาก พวกชาวเรือเชื่อว่ามีจระเข้เจ้าพ่ออาศัยอยู่ ถ้าจะนำเรือผ่านจะต้องทำพิธีเซ่นไหว้ด้วยมะพร้าวอ่อน จึงจะสามารถนำเรือผ่านไปได้ด้วยความปลอดภัย นอกจากนี้ทางราชการยังถือว่าบริเวณวังน้ำวนเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ จึงได้นำไปทำพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษก เมื่อคราวประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ส่วนด้านการพัฒนาชุมชนนั้น นางมณเฑียร เจียรสถิต เลขานุการสภาองค์กรชุมชนตำบลองครักษ์ เล่าว่า สภาองค์กรชุมชนตำบลฯ เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2562 เริ่มต้นมาจากแกนนำภายในชุมชนที่มีจิตอาสาที่อยากขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนตนเองให้ดีขึ้น มีการรวมกลุ่มของคณะทำงาน โดยเชื่อมโยงการทำงานกับหลายภาคส่วน เมื่อมีการก่อตั้งสภาฯ ขึ้นแล้ว จึงได้จัดทำแผนดำเนินงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท ซึ่งทางคณะทำงานร่วมกับผู้นำในชุมชนได้มีการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนและนำข้อมูลมาพิจารณา เรียงลำดับผู้เดือดร้อนร่วมกัน
“คณะทำงานได้นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจมารวบรวมเพื่อลงมติในที่ประชุม ดูว่าบ้านหลังไหนลำบากที่สุด ซึ่งเกณฑ์การคัดเลือกนั้นจะเรียงลำดับผู้เดือดร้อน 1,2,3 ของแต่ละหมู่ ซึ่งในปีนี้สำรวจได้ทั้งหมด 10 หลัง แต่บ้านบางหลังตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องค์รักษ์ จึงไม่สามารถช่วยเหลือได้” เลขานุการสภาฯ เล่าความเป็นมาของโครงการบ้านพอเพียงฯ ที่สภาฯ ดำเนินการ
จากนั้นได้ส่งข้อมูลไปยังคณะทำงานระดับจังหวัด เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ต่อมาได้รับงบประมาณในการสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้านจำนวน 10 หลังคาเรือน หลังละ 18,000 บาท งบประมาณรวม 180,000 บาท สภาองค์กรชุมชนตำบลองครักษ์จึงเริ่มกระจายงบประมาณสนับสนุนเพื่อซ่อมแซมบ้านตามแผนงาน โดยสนับสนุนเป็นวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมบ้าน โดยใช้แรงงานและช่างอาสาในชุมชน ปัจจุบันมีการซ่อมแซมไปแล้วหลายหลัง


นายสายันต์ หลักศร เล่าว่า เมื่อก่อนบ้านเป็นกระท่อมหลังคามุงด้วยใบจาก ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง พื้นที่ที่อาศัยอยู่ในตอนนี้เป็นพื้นที่ของกรมชลประทาน ก่อนหน้านี้บ้านมีสภาพผุพัง อยากจะซ่อมแซมบ้าน แต่เนื่องด้วยรายได้ไม่เพียงพอ จนกระทั่งมีสภาองค์กรชุมชนฯ เข้ามาสำรวจผู้เดือดร้อน จนได้รับความช่วยเหลือ โดยทางสภาฯ ให้วัสดุมาและช่วยซ่อมแซมบ้านทั้งหลัง เป็นการสร้างให้เปล่า ปัจจุบันสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีห้องน้ำ และไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ตนก็ใช้ชีวิตอยู่ได้เพราะชินแล้ว จึงไม่อยากขออะไรเพิ่มเติม “แค่นี้ก็อยู่ได้แล้ว ให้คนอื่นได้บ้าง คนที่ยากจนกว่าเรายังมีอีกเยอะ ขอบคุณสภาองค์กรชุมชนมากๆ”
นางชไมพร กอบเกียรติกิตติ เล่าว่า ปัจจุบันอาศัยอยู่ในบ้านกัน 2 คน สามีป่วยเป็นอัมพาตมา 4 ปีแล้ว ตนเลยลาออกจากงานประจำมาดูแลสามี รายได้ก็ไม่เพียงพอ ใช้ชีวิตค่อนข้างยากลำบาก ประกอบกับสภาพบ้านทรุดโทรม หลังคาบ้านรั่ว อีกทั้งบริเวณที่อาศัยอยู่น้ำท่วมทุกปี ตนอยากจะซ่อมแซมแต่ไม่มีเงิน หลังจากนั้นมีทางคณะกรรมการสภาฯ มาสำรวจ ตนจึงได้รับงบสนับสนุนเป็นวัสดุแทนเงิน พอได้วัสดุก็เอามาซ่อมหลังคาและพื้นบ้านที่เป็นไม้จนเสร็จ


จากการขับเคลื่อนงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทของสภาองค์กรชุมชนตำบลองครักษ์ แม้ว่าจะเป็นสภาฯ ที่เพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่ แต่แกนนำของสภาองค์กรชุมชนฯ มีความเข้มแข็ง มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในตำบลให้ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้สภาองค์กรชุมชนตำบลองครักษ์มีกำลังใจที่จะทำงานเพื่อชุมชนต่อไป






