ความเป็นมาของการรวมกลุ่มไม้กวาดดอกหญ้าของตำบลราวต้นจันทร์ เกิดจากเมื่อในอดีต “ลุงเปลียง”ที่เป็นคนในพื้นที่ได้ทำไม้กวาดดอกหญ้าขาย จนมีชาวบ้านในหมู่บ้านสนใจอยากมีรายได้เสริมจึงไปเรียนรู้กับลุงเปลียงและได้มีการกระจายความรู้ให้กับเพื่อนบ้าน มีการรวมกลุ่มจากรายย่อยสู่รายกลุ่ม จากนั้นก็ได้รับการแนะนำการรวมตัวกันโดยพัฒนาชุมชนและจัดตั้งกลุ่ม จนเกิดเป็นกลุ่มรายย่อยในชุมชนจึงได้รับการสนับสนุนกลุ่มอาชีพกลุ่มวิสาหกิจรายย่อย ชาวบ้านเริ่มมีรายได้จากการทำไม้กวาด
อีกทั้งเมื่อพ.ศ.2536 ได้รับงบประมาณจากพัฒนาชุมชนอำเภอในการสนับสนุนกลุ่มอาชีพเพื่อจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ ชาวบ้านเริ่มมีรายได้จากการทำไม้กวาดต่อมาปี พ.ศ.2547 ได้รับผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP 4 ดาว และมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง จนมีศักยภาพจึงสามารถแยกกลุ่มเป็นกิจการของครัวเรือน

เคล็ดลับของการทำไม้กวาดดอกหญ้า ขณะดำเนินการทำหัวไม้กวาดต้องดึงเชือกให้แน่น ตอกตะปูและยาชัน โดยส่วนผสมของยาชัน ประกอบด้วย 1.น้ำมันยาง 2.ชัน 3.น้ำมันก๊าด ผสมให้เหนียวแล้วทาที่แป้นไม้กวาดดอกหญ้า
การเก็บไม้กวาด ดอกไม้กวาดจะซื้อมาจากนอกพื้นที่ จะซื้อมาจากนอกพื้นที่ จะมาเก็บไว้ที่โกดังในที่ร่ม ห่างจากเปลวเพลิงและฝน
กลุ่มไม้กวาดจะมีการแบ่งสรรปันส่วนรายได้ให้กับสมาชิกกลุ่ม จำนวนร้อยละ 100 ดังนี้
1.เข้ากลุ่ม จำนวนร้อยละ 40
- ตอบคณะกรรมการกลุ่ม จำนวนร้อยละ 10
- ค่าศึกษาดูงาน จำนวนร้อยละ 10
- ค่าปันผล จำนวนร้อยละ 30
- ค่าสาธารณประโยชน์ จำนวนร้อยละ 10
ในกลุ่มอาชีพการทำไม้กวาดเป็นงานหลักของวิถีชุมชน ย่อมมีความเสี่ยงน้อยมาก เนื่องจากทั้งตำบลมีกลุ่มอาชีพที่รับการสนับสนุน จากภาคราชการทั้งด้านเงินทุนและ พัฒนาชุมชนอำเภอ จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคประชารัฐ(สัมมาอาชีพ) นำไปสู่การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สู่การมีรายได้ที่มากขึ้น การใช้เวลาว่างจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวสู่การนำเวลาว่างมาพัฒนาอาชีพครัวเรือน หรือกิจการรัฐวิสาหกิจชุมชน เป็นวิถีคุณภาพชีวิตที่มีความสุขพร้อมหน้าพร้อมตาภายในครัวเรือน
โดยกลุ่มไม้กวาดจากการรวมกลุ่มจะประกอบด้วย กลุ่มสตรี เด็กเยาวชนในการดำเนินงานจัดทำไม้กวาดดอกหญ้า เนื่องจากความเข้มแข็งของกลุ่ม ของญาติพี่น้อง เป็นรัฐวิสาหกิจครัวเรือนสู่การถ่ายทอดภูมิปัญญาของชุมชน
มีแหล่งเงินทุนสนับสนุน โดยปราศจากดอกเบี้ย จาก อปท.โดย อปท.เป็นผู้ให้กู้ยืมและไม่มีความเสี่ยงเนื่องจากทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้มีตัวตนของกลุ่มจริงทำให้กลุ่มไม้กวาดมีทุนหมุนเวียนที่มั่นคง สู่ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจากตำบลเป็น OTOP ระดับประเทศตามลำดับ

เนื่องจากตำบลราวต้นจันทร์ เป็นแหล่งการเกษตรแต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อน ทำให้วัตถุดิบดอกหญ้าต้องมาจากที่อื่น แต่ด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นความสนใจหรือพัฒนาตนเอง การหารายได้เสริมจากการว่างเว้นจากฤดูเก็บเกี่ยว นำไปสู่การเรียนรู้ด้านการจัดทำไม้กวาดดอกหญ้า สู่การรวมกลุ่มย่อย กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สู่ความร่วมมือกันของชุมชน สู่อาชีพที่พัฒนา ทั้งรายได้ และความมั่งสู่สินค้า OTOP 4 ดาว ที่เป็นเครื่องการันตี ให้เกิดการยอมรับในตำบล สู่ระดับจังหวัดสุโขทัย เพื่อให้เกิดทัศนคติของคนในจังหวัด ที่คนราวต้นจันทร์ย่อมนึกถึง OTOPไม้กวาด
ทิศทางและแผนงานในระยะข้างหน้าได้มีการออกแบบไว้ว่าจะนำคณะกรรมการของสภาองค์กรชุมชนตำบลราวต้นจันทร์ เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลราวต้นจันทร์และให้มีการประสานงานแบบบูรนาการ






