ตำบลบ้านแก่ง มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 309,832 ไร่หรือประมาณ 495.73 ตารางกิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ผลผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย ยางพารา ภูมิประเทศพื้นที่ทั้งหมดเป็นภูเขา ที่ราบเอียง ที่ราบลุ่ม และสลับกับเนินเขา ราษฎรส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบ มีทั้งหมด 13 หมู่บ้าน พื้นที่ตำบลบ้านแก่ง เป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ท่าแพ และป่าที่ชุมชนช่วยกันปลูกและอนุรักษ์ไว้เนื้อที่ประมาณ 700 ไร่ บริเวณเขตเขานางคำ
ก่อนปีพ.ศ. 2551 ในพื้นที่บนเขานางคำของตำบลบ้านแก่ง เป็นแหล่งป่าที่ชุมชนบ้านแก่งใต้ได้ใช้ประโยชน์ มีขนาดพื้นที่ 400 ไร่ เป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ให้ชาวบ้านได้เก็บหาของป่าเป็นอาหารและไว้ขาย แต่เกิดเหตุการณ์บุกรุกป่าชุมชน “บ้านแก่งใต้”ชื่อนี้ตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2552 ใช้ชื่อในพื้นที่ที่ตั้งแรก เพื่อขยายบริเวณเป็นพื้นที่ทำกิน ชาวบ้านจึงรวมตัวกันพูดคุยเพื่อหาทางออก และจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนบ้านแก่งใต้ขึ้น ชาวบ้านได้ระดมทุนเพื่อทำป้ายมาติดและปักบริเวณเขตป่าชุมชนบ้านแก่งใต้เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกอีก
จนกระทั่งมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านแก่งเมื่อปีพ.ศ.2552 จึงเกิดการวางแผนงานเรื่องการจัดการป่าชุมชนเพื่อทำแผนร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่ง และเริ่มมีหน่วยงานภาคีให้ความสนใจช่วยเหลืองาน และในปีพ.ศ.2553 สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านแก่งได้ทำการสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมปลูกป่าชุมชนบ้านแก่งใต้
ปีพ.ศ.2555 เครือข่ายที่ดินจังหวัดสุโขทัยให้งบประมาณสนับสนุนในการทำแนวเขตป่าชุมชนบ้านแก่งใต้ มีการสอนจับ GPS ในเขตป่าชุมชน มีป่าชุมชนที่สมบูรณ์ขึ้นและมีแหล่งอาหารที่เกิดขึ้น เช่น เห็ด ผักหวาน ลูกกะโปง ต้นแหลมผี หน่อไม้ เป็นต้น มีการทำแนวกันไฟในเขตป่าชุมชน แต่เกิดการบุกรุกเกิดขึ้นอีก และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการบุกรกพื้นที่ป่าชุมชน คณะกรรมการป่าชุมชนบ้านแก่งใต้จึงได้มีการขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชนกับกรมป่าไม้ในปีพ.ศ.2561
ปัจจุบัน มีการจัดกิจกรรมบวชป่าปลูกป่าทุกปี โดยมีสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านแก่งเป็นผู้สนับสนุน ชาวบ้านมีรายได้จากการเก็บผลผลิตจากป่าชุมชน มีการสร้างกฎกติการ่วมกันเพื่ออนุรักษ์ป่าชุมชน มีแหล่งเรียนรู้ป่าชุมชน ปัจจุบันป่าชุมชนบ้านแก่งใต้ มีพื้นที่ 700 ไร่
“รักษาป่า รักษาแหล่งอาหารของชุมชน”
ป่าชุมชนเป็นแหล่งอาหารของชาวบ้านในพื้นที่ การรักษาป่าชุมชนจึงเป็นการเพิ่มแหล่งอาหารให้กับชาวบ้าน และปลูกจิตสำนึกให้กับคนในชุมชน เด็กและเยาวชนในด้านการอนุรักษ์ป่าชุมชนบ้านแก่งใต้ และเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนเพื่อป้องกันการบุกรุกในเขตป่าชุมชนอีกด้วย มีการจัดกิจกรรมบวชป่าปลูกป่าร่วมกันทุกปีๆ มีสมาชิกเริ่มแรกจำนวน 30 คน ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 55 คน มีการแต่งตั้งคณะกรรมการในการดำเนินการอย่างชัดเจน
มีการจัดการประชุมเพื่อพูดคุยเรื่องป่าชุมชนถูกบุกรุก และเกิดการร่วมตัวกันในกลุ่มชาวบ้านเพื่อจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนบ้านแก่งใต้ มีการร่วมระดมทุนในการทำป้ายปักแนวเขตป่าชุมชน และได้มีหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนในการดูแลป่าจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่งและสภาองค์การชุมชนตำบลบ้านแก่งในเรื่องงบประมาณการจัดกิจกรรม และสถาบันสร้างเสริมการจัดการทรัพยากรชุมชนได้เข้ามาให้ความรู้เรื่องการทำขอบเขตป่าชุมชนและสนับสนุนงบประมาณ มีการตั้งกฎ กติกา ในการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน และมีการกำหนดช่วงเวลาเก็บหาของป่าเพื่อไม่ให้ป่าชุมชนทรุดโทรมมากจากการเก็บของป่า มีแหล่งเรียนรู้ป่าชุมชนบ้านแก่งใต้เกิดขึ้น และมีการจัดกิจกรรมบวชป่า ปลูกป่าชุมชนบ้านแก่งใต้ทุกปี
ทั้งนี้มีได้การจัดตั้งเพจใน Facebook ชื่อ รักษ์บ้านแก่ง เพจหมู่บ้าน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมในการบวชป่าปลูกป่าชุมชน มีการแจกต้นไม้ให้กับผู้ที่เข้าร่วมในการจัดกิจกรรม ประสานขอรับงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่ง และสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านแก่ง ประกาศเสียงตามสายในแต่ละหมู่บ้านเพื่อให้คนในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมบวชป่าปลูกป่า

ในปัจจุบันกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนบ้านแก่งใต้มีสมาชิกจำนวน 55 คน ซึ่งมีทั้งเยาวชนคนรุ่นใหม่และผู้ใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้น มีพื้นที่ป่าชุมชนที่เป็นแหล่งเรียนรู้ และในปัจจุบันได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก่ง สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านแก่ง สถาบันสร้างเสริมการจัดการทรัพยากรชุมชน และกลุ่มเครือข่ายสมัชชาประชาชนสุโขทัยอีกด้วย
จากการจัดกิจกรรมการอนุรักษ์ป่าชุมชนบ้านแก่งใต้ ทำให้ชาวบ้านที่เก็บผลผลิตจากป่าชุมชนมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้น และสามารถเก็บผลผลิตจากป่าชุมชนมาขายได้อีกด้วย เช่น หน่อไม้ ผักหวาน เห็ด ลูกกะโปง ต้นแหลมผี เป็นต้น มีรายได้จากการเก็บผลผลิตจากป่าชุมชนตกเฉลี่ยวันละ 200 – 300 บาท มีการแบ่งปันการใช้ทรัพยากรที่เท่ากัน มีอากาศที่ดีขึ้นเพราะมีต้นไม้มากขึ้น
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นล้วนเกิดจากคนในชุมชนมีส่วนช่วยกันอนุรักษ์ป่าชุมชนและคนในชุมชนยังเห็นความสำคัญในการทำกิจกรรมอนุรักษ์ป่าชุมชน และมีการถ่ายทอดความรู้ในการอนุรักษ์ป่าชุมชนให้กับคนรุ่นใหม่ๆ อีกทั้งคนในชุมชนสามารถพึ่งพาอาศัยป่าได้ในเรื่องของแหล่งอาหาร และได้เห็นความสำคัญของป่าชุมชนจึงช่วยกันดูแลให้ป่าสมบูรณ์สืบต่อไป รวมถึงการเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือจากหน่วนงานภาคีต่างๆ อันเป็นการส่งผลต่อการพัฒนาในการสืบสานให้เยาวชนคนรุ่นหลังมีจิตสำนึกในการช่วยกันดูแลรักษาป่าชุมชนให้เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน









