
จากการบอกเล่าของผู้รู้ว่าบ้านหนองโพธิ์ ได้เกิดชุมชนขึ้นพร้อมๆ กับหมู่บ้านอื่นใกล้เคียงกัน ตั้งแต่หมู่ 2 ถึงหมู่ 4 ด้วยเหตุที่บริเวณหมู่บ้านมีหนองน้ำและมีต้นโพธิ์ขึ้นอยู่จำนวนมาก จึงเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่าบ้านหนองโพธิ์ ปัจจุบันตำบลหนองโพธิ์มี 14 หมู่บ้าน จำนวนครัวเรือนทั้งหมด 2,075 ครัวเรือน ประชากรรวมทั้งสิ้น 6,778 คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีกลุ่มองค์กรที่เข้มแข็งทั้งหมด 56 กลุ่ม
การขับเคลื่อนงานขององค์กรชุมชน มีจุดเริ่มต้นจากการรวมกลุ่มต่างๆ ของคนในพื้นที่ตำบล จนเริ่มมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโพธิ์ ในปี พ.ศ. 2553 ภายใต้การแนะนำของขบวนจังหวัดสุพรรณบุรี (คปอ.จังหวัดสุพรรณบุรี) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พอช. โดยมีนายกิตติศักดิ์ สิงห์บุตร เป็นประธาน มีคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนที่มาจากกลุ่มองค์กรต่างๆ ทั้ง 14 หมู่บ้าน และใช้เป็นเวทีกลางในการพูดคุยของคนในตำบล
ภายใต้การใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือและเป็นเวทีกลางในการพูดคุย ในระยะเริ่มแรกสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโพธิ์ จนกระทั่งในปี 2558 ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาตำบลสู่การจัดการตนเอง โดยเริ่มขับเคลื่อนทำแผนพัฒนาตำบลที่มีกระบวนการทำงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลตั้งแต่ระดับหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน มีการกำหนด วิสัยทัศน์ชุมชน คือ “มุ่งมั่นพัฒนา ค้นหาสิ่งดี สืบสานวัฒนธรรมประเพณี ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน คนหนองโพธิ์ มีรายได้ มีความสุข อย่างยั่งยืน” หลังจากประชาคมแล้ว แผนพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชนถูกบรรจุเข้าแผนองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโพธิ์ มีบางเรื่องสภาองค์กรชุมชนนำมาผลักดันต่อ เช่น แก้ปัญหาการทิ้งขยะในที่สาธารณะ โดยใช้เวทีประชาคมกำหนดข้อบัญญัติการ จัดการขยะ มีการเชื่อมโยงกับสำนักงานสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ความรู้การคัดแยกขยะ ประเภทของขยะ การนำขยะมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ชุมชนร่วมมือกันในการลงพื้นที่จัดการแหล่งทิ้งขยะในชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้ด้านการคัดแยกขยะ ช่วยให้ความรู้กับเด็กนักเรียนและคนในชุมชน
การขับเคลื่อนงานของชุมชนที่มีส่วนร่วมกับหน่วยงานภาคีต่าง ๆ มีการหนุนเสริมจากหน่วยงานทั้งด้านองค์ความรู้ หรือด้านงบประมาณ เช่น การรักษาสิ่งแวดล้อม โดยการปลูกต้นไม้ริมถนนสาธารณะในหมู่บ้านเพื่อปรับภูมิทัศน์ในชุมชน เป็นการทำงานร่วมกันของชุมชนร่วมกับหน่วยงานภาคี เช่น อบต. /อบจ. การปรับปรุง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ให้กับผู้ยากไร้ในชุมชนผ่านโครงการบ้านพอเพียง ซึ่งดำเนินการโดยชุมชน หนุนเสริม พอช.และภาคเอกชนอื่นๆ การแก้ปัญหาขยะของชุมชน มีข้อตกลงให้ 14 หมู่บ้าน ร่วมกันเก็บขยะปรับภูมิทัศน์ในชุมชน ทุกวันพุทธของสัปดาห์ ตลอดจนการแก้ปัญหาการทิ้งขยะในที่สาธารณะ ใช้เวทีประชาคมกำหนดข้อบัญญัติการจัดการขยะ
การจัดกิจกรรมโครงการปั่นวันเดียวเที่ยวหนองโพธิ์ นมัสการหลวงพ่อสมบุญ วัดลำพันบอง ร่วมสืบสาน งานประเพณี เลี้ยงปีศาลตาเจ้าบ้าน ชม ชิม ชอป ผลิตภัณฑ์ชุมชนรองเท้ากระเป๋าถัก ไม้กวาด เปล แห กระยาสารท ข้าวปลอดสาร ขนมจีนน้ำยา ฯลฯ ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว โดยชุมชน การจัดสวัสดิการชุมชน เกิด แก่ เจ็บ ตาย และอื่นๆ โดยกองทุนสวัสดิการชุมชน ตำบล ร่วมสนับสนุนกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมประเพณีโดยการจัดกิจกรรมปั่นวันเดียวเที่ยวหนองโพธิ์ การสื่อสารประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยว สนับสนุนป้ายกิจกรรม
จากการค้นพบสิ่งดีที่มีอยู่ในตำบลที่ หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 8 บ้านลำพันบอง มีเชื้อสายดั้งเดิมมาจากลาวครั่ง มีเอกลักษณะเฉพาะตัวทั้งภาษาถิ่น ประเพณี ได้แก่ ภาษาพูด ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มีเสียงวรรณยุกต์เป็นเสียงสูง ชาวลาวครั่ง มักเรียกตัวเองตามสำเนียงภาษาท้องถิ่นว่า “ลาวขี้คัง”หรือ“ลาวคัง”
ประเพณียกธง ที่ยังยึดถือและสืบต่อปฏิบัติกันมาโดยจัดขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปี และประเพณีขึ้นศาลจ้าวนาย ชาวลาวครั่งจะมีความผูกพันทางเครือญาติสูงมาก ซึ่งถือว่าเป็นเหตุผลที่มีการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์และการธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับประเพณียกธงนั้น เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีและร่วมมือร่วมใจของประชาชนในท้องถิ่น
การแต่งกายของชาวลาวครั่งในชีวิตประจำวันจะแต่งกายตามปกติ ยกเว้นในการจัดงานประเพณีหรืองานที่มีการรวมกลุ่มที่เป็นงานซึ่งแสดงออกถึงการรวมกลุ่มกัน ซึ่งแสดงออกถึงความสามัคคีของหมู่คณะหรือการรับแขกคนสำคัญของท้องถิ่น ผู้ชายจะมีผ้าขาวม้าคาดเอวเป็นลายตารางหมากรุก 5 สี ส่วนผู้หญิงจะมีการแต่งกายด้วยผ้าทอมัดหมี่ ต่อผ้าซิ่นตีนจก ซึ่งประกอบไปด้วยส่วนตัวผ้าซิ่น นิยมทอด้วยผ้ามัดหมี่ทอแซมสลับกับการ “ทอแบบขิด”เป็นลายทางเล็กๆสีเหลืองหรือสีขาวคั่นระหว่างผ้ามัดหมี่เพื่อแบ่งช่องลวดลายผ้าสลับเน้นลวดลาย วัตถุดิบที่ใช้ ได้แก่ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม หรือใยสังเคราะห์ ส่วนสีแดงนั้นใช้เป็นลายซิ่นหรือเรียกกันว่าตีนซิ่น
การกิจกรรม การอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้าน ของกลุ่มแม่บ้านเชื้อสาย ลาวครั่ง จำนวน 80 คน มประกอบด้วย การทอผ้าตีนจก แปรรูปผลิตภัณฑ์, การทำกระยาสารท (ประเพณีสารทลาว), การทำขนมข้าวเหนียวแดง(ช่วงสงกรานต์), การทำขนมจีนน้ำยาป่า, การทำขนมดาดกระทะ เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่คู่ลูกหลานสืบไป โดยในแต่ละกิจกรรมจะดำเนินการในลักษณะของอาชีพเสริม ทำช่วงว่างจากภารกิจงานประจำ จากการประกอบอาชีพ เช่น ช่วงเวลาเย็น ยกเว้น การทำขนมตามฤดูเทศกาล เช่น การทำกระยาสารท กลุ่มผู้สาวลาวครั่งจะรวมตัวกันในการจัดประเพณีสารทลาว หรือ การทำขนมข้าวเหนียวแดงจะทำในช่วงวันสงกรานต์
สภาองค์กรชุมชนได้ร่วมมือกับท้องถิ่น ท้องที่ อปท. ร่วมจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมประเพณี โดยบูรณาการโครงการพัฒนาสตรีและครอบครัว มีองค์การบริหารส่วนตำบลหนองโพธิ์ให้การสนับสนุนงบประมาณ จำนวนจำนวน 10,000 บาท โดยในงานจัดให้มีการแต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองลาวครั่ง การทำขนมตามช่วงเทศกาล และการแสดงที่สะท้อนวิถีวัฒนธรรมของคนหนองโพธิ์


การขับเคลื่อนงานนำมาซึ่งความภาคภูมิใจ และเป็นจุดเปลี่ยนของคนในตำบล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ตำบล คนในชุมชนสามารถจัดระบบข้อมูลชุมชน วิเคราะห์และวางแผนงานก่อนการทำงาน คณะทำงานมีความเข้มแข็งสามารถเชื่อมโยงหน่วยงานภาคีเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้คนในชุมชนเกิดความรักสามัคคีกันมากขึ้น แกนนำมีศักยภาพ ร่วมคิดร่วมวางแผน กล้าคิดกล้าแสดงออก นำไปสู่ความมั่นใจและสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ในชุมชน
นอกจากนี้ ในส่วนของกลุ่มอาชีพต่างๆ ยังสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว สร้างกิจกรรม สร้างความสัมพันธ์จากการมานั่งพูดคุยและทำงานร่วมกัน ซึ่งโดยเฉลี่ยจากอาชีพเสริมต่างๆ นี้ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึงเดือนละ 1,000 – 3,000 บาท/ครัวเรือน
ปัจจุบัน สภาองค์การชุมชนตำบลหนองโพธิ์ ยังมีการเรียนรู้แลกเปลี่ยน และเชื่อมโยงเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนกับระดับจังหวัด รวมถึงได้รับการหนุนเสริมเชื่อมประสานกับหน่วยงานภาคี และมีแผนในการขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย การพัฒนาให้ทีมเกิดความรู้ด้านการขับเคลื่อนงานพัฒนา ติดตามผลการขับเคลื่อนตามแผนงานสภาองค์กรชุมชน พัฒนากลุ่มองค์กรภายใต้การจดแจ้งสภาองค์กรชุมชน
เรียบเรียงโดย นุจรี สรหงษ์ โทร. 0631928490






