บ้านคือหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญของมนุษย์ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีบ้าน คนบางคนต้องอาศัยใต้สะพาน หรือข้างถนนเป็นที่ซุกหัวนอน และบางคนก็บุกรุกอยู่ในที่ดินของคนอื่นทำให้ต้องถูกไล่ที่ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในการดำรงชีพ ซึ่งคนกลุ่มนี้ถูกมองว่าเป็นปัญหาสังคม ทั้งที่จริงแล้วเป็นผลมาจากความเหลื่อมล้ำ และการขาดโอกาสในของสังคม
ตำบลท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากการถูกไล่ที่ที่อยู่อาศัย เนื่องจากเอกชนขอคืนพื้นที่ ในปี 2548 นางกิมไล้ คุ้มรักษา จึงได้ทำหนังสือนายกรัฐมนตรี และได้มีคำสั่งให้หน่วยงานที่ทำเรื่องที่อยู่อาศัย โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรีและขบวนองค์กรชุมชน สำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อน สร้างความเข้าใจ และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน จึงเกิดการรวมกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย เกิดชุมชนเศรษฐกิจมั่นคงท่ายางในที่สุด
จากการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนในปี 2548 ของตำบลท่ายางพร้อมกับตำบลบ้านแหลม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกไล่รื้อจากเอกชนเหมือนกัน พบว่ามีผู้เดือดร้อนจำนวน 500 กว่าครัวเรือน แต่มาเข้าร่วมกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหาตำบลท่ายางเพียง 179 ราย ตำบลบ้านแหลม เพียง 138 ราย ในตอนนั้นมีหน่วยงานท้องถิ่นและ พอช. ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจ และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยหาที่ดินรัฐรองรับผู้เดือดร้อนจากการถูกไล่ที่
การหาที่ดินรองรับผู้เดือดร้อนของตำบลท่ายางนั้น จากการสำรวจที่ดินรัฐในตำบลท่ายางมีพื้นที่ของรัฐแห่งหนึ่ง เอกชนเช่าอยู่ก่อนแล้วทำให้ไม่สามารถขอใช้ที่ดินผืนดังกล่าวได้ จึงเรียกประชุมสมาชิก มีมติให้ดำเนินการซื้อที่ดินของเอกชนที่ราคาไม่แพง และต้องอยู่ไม่ไกลจากที่ทำมาหากินเดิมมากนัก จึงสำรวจและหามติร่วมของผู้เดือดร้อนในเรื่องการหาที่ดินรองรับ ได้ตกลงซื้อที่ดินในตำบลท่าคอย จำนวน 11 ไร่ 2 งาน ในที่สุด
ปี 2549 เมื่อได้ที่ดินรองรับผู้เดือดร้อน จึงจัดตั้งเป็นสหกรณ์ชุมชนเศรษฐกิจมั่นคงท่ายาง จำกัด ดำเนินการขอใช้สินเชื่อและจัดซื้อที่ดิน สามารถนำมาจัดผังแบ่งแปลงให้กับสมาชิกได้ถึง 104 ครัวเรือน และในปี 2553 ได้ทำการแก้ไขปัญหาผู้เดือดร้อนที่เหลืออีก 75 ครัวเรือน โดยการซื้อที่ดินที่อยู่ติดกัน จำนวน 7 ไร่ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนในการจัดซื้อที่ดินทั้ง 2 แปลง รวมถึงงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวทางโครงการบ้านมั่นคง
โครงการบ้านมั่นคงชุมชนเศรษฐกิจมั่นคงท่ายาง เป็นการก่อสร้างบ้านใหม่ในที่ดินใหม่ สำหรับรูปแบบบ้านเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว บ้านเดี่ยว 2 ชั้น และบ้านแฝด 2 ชั้น ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างประมาณหลังละ 166,542 – 196,997 บาท เจ้าของบ้านสมทบประมาณ 20,000 – 30,000 บาท ก่อสร้างใช้ช่างชุมชน จ้างเหมาค่าแรง โดยสหกรณ์เป็นผู้บริหารจัดการเรื่องวัสดุ ปัจจุบันก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ 158 หลัง อยู่ระหว่างดำเนินการ 5 หลัง และยังไม่ได้ก่อสร้าง 16 หลัง เนื่องจากอยู่ในระหว่างขออนุญาตการก่อสร้าง
การทำงานได้มีการประสานความร่วมมือ กับท้องถิ่น อบจ. เทศบาล เสนอแผนพัฒนาเข้าสู่แผนของเทศบาลเรื่องประปา ท่อระบายน้ำ ส่วนถนนท้องถิ่นได้ประสานกับ อ.บ.จ และผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการทำถนนทั้งโครงการ

ภาพตัวอย่างของการปลูกสร้างบ้าน
เมื่อสมาชิกเข้าอยู่อาศัยในชุมชนแล้ว มีแนวคิดในเรื่องการพัฒนามิติอื่นๆ ที่มากกว่าการสร้าง “บ้าน” เพียงอย่างเดียว ทำให้เกิดระบบชุมชนที่มีส่วนร่วมในการดูแลซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งและจัดการตนเอง เช่น เกิดการจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก ผ่านโครงการ “ออมบุญวันละบาท” มีการกำหนดกฎระเบียบการใช้กองทุนเพื่อดูแลสมาชิกในชุมชน (กรณีเจ็บป่วยและพักรักษาตัวในโรงพยาบาลโดยมีใบรับรองแพทย์ กองทุนจะมอบเงินช่วยเหลือคืนละ 200 บาท ไม่เกิน 7 คืนต่อปี, กรณีคลอดบุตร สมาชิกผู้ให้กำเนิดบุตรจะได้รับเงิน 300 บาท และได้ค่าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลคืนละ 200 บาท ไม่เกิน 3 คืน กรณีเสียชีวิตจ่าย ประมาณ 2,000 – 5,000 บาทต่อราย) เป็นต้น ปัจจุบันมีสมาชิกเสียชีวิตและใช้เงินกองทุนแล้ว 9 ราย คลอดบุตร 1 ราย พักรักษาตัวในโรงพยาบาล 31 ราย มีเงินกองทุนสวัสดิการวันละบาทจำนวนทั้งสิ้น 446,400 บาท
ปี 2553 จัดตั้งกองทุนรักษาดินรักษาบ้าน ในการช่วยเหลือในเรื่องบ้านกรณีภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น ไฟไหม้ วาตภัย อุทกภัย หรือกรณีสมาชิกเสียชีวิตแล้วผู้รับประโยชน์ไม่สามารถรับภาระต่อไปได้ (เป็นการแบ่งเบาภาระให้กับผู้รับประโยชน์ของสมาชิก) ตัวอย่างกรณีการเสียชีวิตของนางชิ้น หมอนทรัพย์ ที่มีงวดคงค้างเรื่องที่ดิน 34 งวด งวดละ 214 บาท กองทุนได้ให้การช่วยเหลือครึ่งหนึ่งของจำนวนงวดทั้งหมด คิดเป็น 17 งวด งวดละ 107 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,819 บาท ค่าบ้าน มีจำนวนงวดคงค้างจำนวน 69 งวด งวดละ 1,317 บาท กองทุนได้ให้การช่วยเหลือครึ่งหนึ่งของจำนวนงวดทั้งหมด คิดเป็น 34 งวด งวดละ 659 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 22,406 บาท รวมกองทุนให้ความช่วยเหลือ จำนวน 24,225 บาท เป็นต้น
ชุมชนได้ดำเนินการ เรื่องการดูแลสุขภาพสุขภาวะ อาหารปลอดสารพิษ การออกกำลังกาย มีการพูดคุยรวมกลุ่มของคนที่อยู่บ้าน ใช้เวลานอกเหนือการทำงานมาปลูกพืชผักสวนครัว ลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ และการรักษาอนุรักษ์ประเพณีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุในวันสงกรานต์
จากการดำเนินงานข้างต้น “บ้าน” ของชุมชนเศรษฐกิจมั่นคงท่ายาง เกิดจากการรวมกลุ่มกันของผู้เดือดร้อน ที่ลุกขึ้นมาจัดการปัญหาด้วยตัวเอง โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง จนนำมาสู่การสร้างบ้าน และเกิดชุมชนเศรษฐกิจมั่นคงท่ายาง ซึ่ง “บ้าน” นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังนำมาสู่การสร้างชุมชน การดูแล ช่วยเหลือเกื้อกูลระหว่างสมาชิกในชุมชน สมาชิกได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและกำหนดทิศทางการพัฒนา ยกระดับคุณภาพชีวิตนำมาซึ่งการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวได้ว่า เป็นเรื่องของ “คนสร้างบ้าน บ้านสร้างชุมชน” อย่างแท้จริง
เขียนและเรียบเรียงโดย : นางนิรมล ยานะวิมุติ
ประธานชุมชนเศรษฐกิจมั่นคงท่ายาง และเครือข่ายบ้านมั่นคงจังหวัดเพชรบุรี






