แปลงดอกไม้ทั้งดาวเรือง พุด มะลิ และบานไม่รู้โรย รวมถึงไม้ประดับหลากหลายชนิดบนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ที่เลือกใช้วิธีปลูกแบบผสมผสาน โดยใช้สารอินทรีย์ที่ทำขึ้นเองเพื่อไล่แมลง บำรุงใบ ดอกให้สวยงามเพื่อลดต้นทุนการผลิต เป็นแหล่งผลิตดอกไม้ร้อยมาลัยปลอดสารพิษที่ นางสาวกรรณิการ์ เพ็ชรราม เลขาสภาองค์กรชุมชนตำบลพะเนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เล่าว่า ตำบลพะเนาเป็นพื้นที่ราบเหมาะแก่การเพาะปลูก ซึ่งใครมีความขยันนำเมล็ดผัก ข้าว หรือแม้แต่ดอกไม้ที่สวยงามที่ไม่ใช่แค่ปลูกเพื่อสวยงามอีกต่อไป แต่ยังนำมาเป็นเป็นธุรกิจของชุมชนมานานกว่า 7 ปีแล้ว

นางสาวกรรณิการ์ เล่าต่อว่า “ช่วงนั้นชาวบ้านที่ไปทำงานยังต่างถิ่น และพอหมดจ๊อบงานแล้วก็เดินทางกลับบ้านกัน และเห็นว่าชุมชนเราสามารถปลูกอะไรก็ขึ้น จึงมองหาอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว และการเดินทางไปทำงานตลอด ถือว่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากพื้นที่เพาะปลูกดอกไม้ จึงได้ชวนกันลองปลูกแล้วนำไปขายในตลาดลองดู
ด้วยชุมชนตำบลพะเนาถือเป็นศูนย์กลางการปลูกไม้ดอก ตามหน้าบ้าน หน้าบ้านหน้ามอง หลังบ้านน่ากิน จึงนำประสบการณ์จากหน้าบ้านไปขยายผลสู่แปรงนา แปรงสวนด้วยการปลูกไม้ดอกสำหรับร้อยมาลัย ความรู้ทางการเกษตรรวมถึงความสามารถในการวางระบบน้ำ จึงไม่มีปัญหาเรื่องระบบน้ำ
“น้ำเป็นหัวใจหลักในการทำสวนดอกไม้ เราพอมีความรู้บ้าง พื้นที่ปลูกจึงไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ เพาะปลูกได้ตลอดปี จะมีบ้างก็ช่วงน้ำท่วมซึ่งเราจะงดปลูกไม้ดอก หันไปเพาะกล้าไม้ดอกไม้ประดับแทน มีทั้งดาวเรือง มะลิ พุด บานไม่รู้โรย จำหน่ายด้วย
หากย้อนอดีตไปเราพบว่า ชุมชนตำบลพะเนา ปัญหาของเกษตรกรที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต้นทุนทางการผลิต ทั้งค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลง ค่าเมล็ดพันธุ์ที่มีราคาสูงขึ้น ทำให้เขาตัดสินใจเลือกปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ แบบผสมผสาน รวมถึงการนำสารสกัดสะเดา น้ำส้มควันไม้ น้ำหมักชีวภาพ สมุนไพรไล่แมลง มาใช้ในแปลงปลูก ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้เท่าตัว ที่สำคัญปลอดภัยกับชีวิตด้วย
“หากดอกไม้อย่าง พุด มะลิ มีตำหนิ เราก็ไม่สามารถนำมาร้อยพวงมาลัยได้เลย เราขาดทุนทันที จึงใช้สารสกัดสมุนไพรแทน อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคและแมลงได้บางส่วน” นางสาวกรรณิการ์บอกสาเหตุที่ทำให้ชาวบ้านต้องใช้สารสกัดธรรมชาติปราบแมลง
ความพยายามลด ละ เลิกใช้สารเคมี ทำให้แปลงไม้ดอกไม้ประดับของชาวบ้าน เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรที่สนใจได้เรียนรู้และมาศึกษาดูงาน รวมถึงเทคนิคการเพาะขยายพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ แหล่งรวบรวมสายพันธุ์ดอกไม้ที่นำมาปลูกไว้ด้วย
“รายได้มีทั้งจากขายพวงมาลัยดอกไม้ เพาะพันธุ์ขายต้นกล้า ใบตกแต่งจัดช่อดอกไม้สำหรับร้อยมาลัย ขายต้นพันธุ์ไม้ใบ ไม้ประดับ”

ล่าสุด ปลายปีนี้ นางสาวกรรณิการ์ มีโครงการร่วมกับ อบต. เปิดพื้นที่การปลูกดอกไม้ โดยจะทำแปลงปลูกเป็นทุ่งดอกดาวเรือง ดอกมะลิ ดอกพุฒ ฯลฯ ให้เพียงพอต่อการนำมาร้อยพวงมาลัย นอกจากนี้ยังมีการขยายพลต่อยอดไปสู่หมู่บ้านใกล้เคียงให้ร่วมกันปลูกดอกไม้ เพื่อเป็นธุรกิจของชุมชน ยกระดับไปสู่เศรษฐกิจและทุนชุมชน ของตำบลพะเนา
ไม่เพียงแต่การร้อยพวงมาลัยเท่านั้นในชุมชนยังมีการรับจ้างทำสายห้อยพวงมาลัยขายให้กับสมาชิกที่ร้อยพวงมาลัยซึ่งนับว่าเป็นการทำธุรกิจชุมชนร่วมเป็นเครือข่ายกันและกัน ทำให้ชุมชนตำบลพะเนาเกิดการสร้างงานสร้างอาชีพในชุมชน
นางสาวกรรณิการ์ บอกว่า ในปีหน้า 2562 จะใช้ทุ่งดอกไม้ที่ได้ดำเนินการอยู่ขณะนี้ เป็นจุดดึงดูดความสนใจให้นักท่องเที่ยว จึงเป็นอีกงานที่นำการเกษตรต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศด้วย






