เรียบเรียงข้อมูลโดยขบวนองค์กรชุมชนตําบลเซกา อําเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

“เซกา” เป็นตำบลหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬซึ่งเป็นตำบลที่ไม่ใหญ่มากนัก หากเราเดินทางจากจังหวัดบึงกาฬไปยังเซกานั้นน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกับอีกประมาณ 15 นาทีก็จะถึงที่หมายดัง ตำบลเซกา อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เป็นพื้นที่ ๆ เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของผู้คนที่ยังไม่ได้เปลี่ยนผ่านตามกาลเวลามากนัก สภาพบ้านเรือนของคนในพื้นที่ส่วนใหญ่มีความหลากหลายทั้งบ้านเรือนที่มีขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ทำให้เห็นภาพที่สะท้อนปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่ตำบลเซกามีความหลากหลายมาก ยังคงมีผู้ที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราต้องเดินทางลงมายังพื้นที่แห่งนี้ เมื่อเรามาถึงที่หมายหลังจากที่ได้พูดคุยกับทีมแกนนำจังหวัดบึงกาฬเสร็จเรียบร้อย เรานัดพูดคุยกับคนในพื้นที่ ไว้ประมาณบ่ายโมงของวันศุกร์ที่ 5 เดือนกรกฎาคม อากาศเริ่มครึ้มฟ้าครึ้มฝนระหว่างเดินทางไปยังเป้าหมาย เมื่อไปถึงสิ่งแรกที่พบเห็นคือผู้คนที่มายืนรอเราอยู่ศาลากลางหมู่บ้านทั้งหญิงสาว และชายหนุ่ม ออกมารอด้วยรอยยิ้มและเป็นมิตรน่าพูดคุยทักทาย ดูจากสีหน้าแววตาของแต่ละคนทำให้เห็นริ้วรอยประสบการณ์ชีวิตและการทำงานอย่างยาวนาน คณะทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลเซกา ได้ออกมายืนรอพร้อมกับครัวเรือนผู้รับประโยชน์เมื่อนับด้วยสายตาแล้วก็จะประมาณ 15 ราย
เราได้เริ่มการพูดคุยกับคนในพื้นที่อย่างเป็นกันเองที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านและได้ทราบถึงข้อมูลที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับความเดือดร้อน (ทุกข์ยาก) ของผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยและผู้ที่มีที่อยู่อาศัยแต่ไม่มีความมั่นคงถาวร ยิ่งไปกว่านั้น แกนนำตำบลและชาวบ้านของตำบลเซกาในวันนั้น ยังได้สะท้อนภาพสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของเขาเอง กล่าวว่า ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะมีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน ซึ่งที่ดินทำกินไม่มีเอกสารสิทธิ์ ที่ดินอยู่ในพื้นที่สาธารณะ เกิดเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขต สปก. ส่วนด้านที่อยู่อาศัยแกนนำตำบลและชาวบ้านยังเล่าให้ฟังต่อว่า ชาวบ้านในตำบลเซกามีปัญหาเรื่องบ้านเรือนไม่มีความมั่นคงถาวร ไม่มีความสมบูรณ์ ซึ่งเกิดจากการที่รายได้ของคนในครัวเรือนไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมบ้านของตนเอง สมาชิกในครัวเรือนไปทำงานต่างจังหวัดอยู่แค่คนแก่ ไม่สามารถนำเงินมาสร้างบ้านเป็นของตนเองได้
จุดเริ่มต้นของการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาสตำบลเซกา เริ่มต้นจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ที่เข้ามาสนับสนุนและส่งเสริมโครงการบ้านพอเพียงชนบทในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ แล้วแกนนำจังหวัดบึงกาฬได้ทำการคัดเลือกพื้นที่ตำบลที่มีสภาองค์กรชุมชนที่มีความเข้มแข็งระดับเอ (A) ทำให้ตำบลเซกาได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 7 ของพื้นที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณลงมาช่วยเหลือ สิ่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการบ้านพอเพียงชนบทในพื้นที่ และทำให้เราได้พบกับ คีย์แมนแดนเซกา: การสร้างความร่วมไม้ร่วมมือสู่ความสุข” ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้ คน ๆ นั้นคือ “พี่เจี๊ยบ (ดฤณี มวลวงศ์)” วันนั้นเราไปสะดุดตาอยู่ที่หญิงสาวคนนี้ ที่มีหน้าตาคมเข้ม มัดผมยาวไว้ด้านหลัง รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกับคนภาคอีสานของเราเลย พูดคุยอย่างมีหลักการฉะฉานยิ่งนัก พี่เจี๊ยบเล่าถึงโครงการบ้านพอเพียงชนบทเริ่มต้นเข้ามาในพื้นที่ตำบลเซกาโดยผ่านสภาองค์กรชุมชนตำบลเซกาในปี พ.ศ. 2560 และได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งหมด 10 ครัวเรือน แล้วได้รับงบประมาณจากโครงการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี พ.ศ. 2561 ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งหมด 15 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 19,000 บาท สำหรับงบประมาณในแต่ละหลังถึงจะได้มาไม่มากแต่ก็ทำให้ครัวเรือนผู้เดือดร้อนสามารถต่อยอดการช่วยเหลือให้เพิ่มมากขึ้นได้
การทำงานจะเดินต่อไปไม่ได้ถ้าขาดการสนับสนุนส่งเสริมจากภาคีเครือข่าย ทำให้จำเป็นต้องมีเครือข่ายที่เข้ามาช่วยเหลือการทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท เริ่มต้นจากผู้นำชุมชน ทั้งผู้ใหญ่บ้าน ประธานสภา และพี่เจี๊ยบของเราเอง ที่มีบทบาทในการประสานงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท และเก็บรวบรวมข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยในชุมชนแต่ละชุมชน เดินลุยลงพื้นที่ไปสำรวจจับพิกัด GPS. เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นความจริงมากที่สุด นอกจากนั้นแล้วพี่เจี๊ยบและทีมคณะทำงานยังได้เข้าไปเชื่อมประสานกับองค์การบริหารส่วนตำบลเซกาให้เข้ามาช่วยเหลือ โดยให้เจ้าหน้าที่กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเซกา ลงมาทำงานร่วมกับสภาองค์กรชุมชนเพื่อดำเนินงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทอย่างเต็มที่ เมื่อเห็นภาพของคนทำงานในพื้นที่อย่างชัดเจนแล้ว คณะทำงานแกนนำตำบลเซกายังได้ต่อยอดโครงการประสานงานขอความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เพื่อให้เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนในการสร้างบ้านโดยการเสนอชื่อครัวเรือนยากจนผ่านทาง อบต. เซกา ทำให้ในปี พ.ศ. 2561 นี้ได้รับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 1 หลัง จาก พมจ. คือ หมู่ที่ 4 ซึ่งเป็นหลังที่ 16 ของตำบลเซกาอีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้นพี่เจี๊ยบยังเล่าให้ฟังต่อไปอีกว่า เราไม่ได้หยุดการทำงานเพียงเท่านี้ เราต้องสร้างความร่วมมือเพื่อให้เกิดความสุขแก่คนในตำบลของเราเพิ่มขึ้นโดยเข้าไปประสานการทำงานกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สนับสนุนงบประมาณ 2 หลัง จากกองทุนฟื้นฟู โดยตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 17 และหมู่ที่ 19 เป็นครัวเรือนยากจนและผู้สูงอายุผู้พิการ หลังละ 40,000 บาท ตอนนี้อยู่ที่ขั้นตอนการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์อีกด้วย และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการทำงานผ่านเครือข่ายคือ ชาวบ้านในชุมชน ที่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันในการสร้างบ้าน ออกแรงช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย มีการช่วยเหลือกันทั้งด้านค่าอาหารและค่าเครื่องดื่มในระหว่างที่ซ่อมแซม สร้างบ้านแต่ละหลัง ทำให้เกิดการขยายเครือข่ายและกลไกการทำงานที่กว้างมากขึ้น
เมื่อทางพื้นที่สร้างภาคีเครือข่ายในการทำงานอย่างลงตัวและเข็มแข็งแล้ว ส่งผลทำให้ทุกคนเริ่มเข้ามาร่วมไม้ร่วมมือกันทำงาน โดยเริ่มกระบวนการขับเคลื่อนงานจากทีมขบวนจังหวัดได้ประสานมายังพื้นที่ตำบลเซกา เรื่องโครงการซ่อมแซมบ้านพอเพียงชนบท สอบถามว่ามีตำบลไหนที่อยากได้โครงการเข้ามาบ้าง หลังจากที่ได้รับข้อมูลโครงการบ้านพอเพียงชนบทแล้ว ทางสภาองค์กรชุมชนใช้วิธีการประชาคมหมู่บ้าน มีการแต่งตั้งคณะทำงานในพื้นที่ตำบลเซกา ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมทั้งหมด 13 ราย มาจาก เป็นผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ปลัด อบต. นายก อบต. และเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการใน อบต. และได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์พิจารณาการได้รับประโยชน์ โดยต้องเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการ เป็นครัวเรือนที่ยากจน หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2561 ได้เพิ่มเกณฑ์พิจารณาขึ้นมา คือ เป็นครัวเรือนที่มีผู้พิการอาศัยอยู่ เป็นครัวเรือนผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาสที่ไม่มีลูกหลายดูแลเพื่อสร้างโอกาสมากขึ้น มีการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อส่งรายชื่อผู้เดือดร้อนไปยัง พอช. จังหวัด และนำไปส่งไปยัง พอช. ภาคต่อไป มีการสำรวจวัสดุ อุปกรณ์ และสำรวจความต้องการและความพร้อมในการสร้างบ้านของผู้รับประโยชน์ว่าต้องการซ่อมแซม หรือสร้างส่วนไหนของบ้าน อาจจะเป็นประตู หน้าต่าง หรือหลังคา ตามความต้องการของผู้รับประโยชน์ให้อยู่ในงบประมาณที่วางไว้ ระยะระหว่างดำเนินงานโครงการ งบประมาณจะส่งเข้าบัญชีสภาองค์กรชุมชนโดยตรง แล้วคณะทำงานแกนนำตำบลทำการประสานไปยังร้านขายวัสดุก่อสร้างว่าราคาเท่าไหร่ หลังจากนั้นคณะกรรมการกองทุนสั่งไปส่งตามหลังคาเรือนเป้าหมายเลย เวลาไปซื้อจะไปซื้อครั้งเดียว สำหรับการซ่อมแซม สร้างบ้านจะเป็นคนในชุมชนเอง มีการเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำกัน ญาติพี่น้องกันช่วยกันไม่มีการจ่ายค่าแรงงาน ระยะหลังการดำเนินงานโครงการ ได้มีการเก็บภาพบ้านที่ซ่อมแซมสร้างเสร็จแล้ว มีการจัดพิธีมอบบ้านให้กับผู้รับประโยชน์ผ่านท่านนายอำเภอเซกามีทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตาความดีใจของผู้รับประโยชน์
ผลจากการทำงานอย่างหนัก ได้สร้างความปิติยินดียิ่งให้กับผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบท ทั้งแกนนำขบวนระดับจังหวัด แกนนำขบวนระดับตำบล ทำให้ในปีพ.ศ. 2561 นี้ได้ซ่อมแซม/สร้างบ้านเสร็จแล้ว 10 ครัวเรือน ส่วนที่เหลือกำลังดำเนินการซ่อมแซมและสร้างบ้านในลำดับต่อไป ได้สร้างการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทำงานที่มีการร่วมไม้ร่วมมือทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม สิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินโครงการบ้านพอเพียงชนบทของตำบลเซกา ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเซกาได้มีการจัดทำแผน จัดตั้งงบประมาณเพื่อให้เกิดการทำงานและความเกี่ยวเนื่องของโครงการบ้านพอเพียงเป็นแผนตำบลต่อไปอีกด้วย เพื่อยกระดับการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย ด้านผู้ด้อยโอกาสให้หมดไปจากตำบลเซกาโดยเร็วที่สุด เมื่อได้ฟังเช่นนั้นแล้วทำให้เรามองเห็นว่า โครงการนี้ไม่ได้เดินอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย แต่ยังมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่สามารถเดินร่วมทางกันเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีอุปสรรคน้อยที่สุด

เพ็ง ทุมผาลา เล่าว่า …” บ้านหลังนี้ตั้งแต่สร้างมาก็ไม่เคยปรับปรุงมาก่อน เป็นบ้านไม้ยกพื้นจากดินขึ้นนิดหน่อย แต่ก่อนหลังคาบ้านรั่วทั้งหมดเลย อยู่คนเดียวไม่มีลูกอยู่ด้วย เขาไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ ทั้งหมด ไม่ได้ส่งเงินกลับมา ประตูไม่มี บ้านไม่มีความปลอดภัย ได้รับการช่วยเหลือเปลี่ยนต้นเสาใหม่ให้ เปลี่ยนโครงหลังคา เปลี่ยนสังกะสีใหม่ให้ เปลี่ยนฝาผนังเป็นไม้ฝาเฌอร่า นอกจากนั้นยังมีการต่อเป็นเชิงหลังคาเป็นข้างหลัง สามารถอยู่ได้ บ้านหลังนี้ใช้งบประมาณ 25,000 บาท จากการสมทบทุนจากชาวบ้านช่วยกัน 6,000 บาท ”
ผู้รับประโยชน์อีกท่านคือ พัชนี ฮาดดง ที่ได้สะท้อนความในใจออกมาให้ฟังทั้งรอยยิ้ม… “อยู่ที่บ้านมีสมาชิกในครัวเรือนอยู่ทั้งหมด 4 คน ตอนนั้นก็ลำบากมาก เวลานอนก็ตากฝน เพราะว่าหลังคาบ้านรั่วทั้งบ้านเลย ต้องหาที่ลอง เอาผ้าห่มมาปิดไว้หลังมุ้ง ก็คิดอยู่ว่าจะหาเงินมาซ่อมแต่ก็ได้เงินไม่พอสักที หลังจากนั้นโครงการบ้านพอเพียงชนบทก็เข้ามาเสนอเปลี่ยนหลังคาใหม่ ทางผู้รับประโยชน์ก็สมทบช่วยอีก 700 บาท เป็นค่าวัสดุ ตอนนี้ได้หลังคาก็นอนดีมาก เสร็จแล้วได้นอนสบาย ต้องขอขอบคุณโครงการ คณะกรรมการ ลำพังตัวเองก็ไม่สามารถเปลี่ยนได้ ลูกก็เล็กเล็กอยู่”
นอกจากเสียงของผู้รับประโยชน์แล้ว พี่เจี๊ยบ ยังได้พูดถึงการทำงานที่ได้ช่วยพี่น้องชาวบ้านด้วยกันเองอย่างน่าสนใจมาก…”ขอขอบพระคุณคณะกรรมการ พอช. ที่ไม่ทอดทิ้งกัน มีความดีใจที่สุด เราได้บ้านเท่านี้ก็ดีแล้ว ดีที่สุดแล้ว ไม่คิดว่าจะได้รับคัดเลือก โครงการเข้ามาช่วยกันแล้วก็จะไม่ทิ้งกัน ภูมิใจที่ยังเห็นผู้เดือดร้อนอย่างพวกเรา ดีใจที่โครงการ พอช. และคณะทำงานไม่ทอดทิ้งกัน ทำให้ได้โครงการดี ๆ เข้ามาในพื้นที่” นอกจากนี้ในวันที่เราลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้านผู้เดือดร้อนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเรายังได้ทราบว่า พี่เจี๊ยบไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ตำบลเซกาโดยกำเนิด แต่เป็นหญิงสาวที่อพยพมาจากภาคใต้ที่มาตั้งรกรากอยู่ภาคอีสานของเรา และมีความรู้ทางด้านการจัดการบัญชีจึงได้เข้ามาช่วยเหลือเป็นแกนนำในการทำงานของตำบล สิ่งนี้ยิ่งทำให้เรายิ่งชื่นชมกับความเสียสละในการทำงานเพื่อชาวบ้านในพื้นที่ถึงแม้จะไม่ใช่บ้านเกิดของตน แต่เป็นบ้านที่ตนต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน
สุดท้ายคำว่า “คีย์แมน” ไม่ได้เกิดขึ้นจากคน ๆ เดียว แต่การเป็นคีย์แมนเกิดจากการทำงานร่วมกันของเครือข่ายในพื้นที่ตำบลเซกาทั้งองค์การภาคประชาสังคม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ที่ให้ความสำคัญต่อปัญหาที่อยู่อาศัยของตำบลตัวเอง เพื่อให้คนที่อยู่อาศัยเกิดความสุขกาย สบายใจ ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้นแล้ว นอกจากการทำงานโครงการนี้จะได้สร้างบ้านให้ผู้เดือดร้อนแล้ว ยังสร้างใจให้กับผู้ที่เข้ามาทำงานร่วมกัน จนสามารถสร้างความร่วมมือในการดำเนินงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทต่อไปในที่สุด






