การแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ทว่าการที่ท้องถิ่นและแกนนำตำบลลงมาร่วมกันทำงาน สร้างความเข้าใจกับคนในพื้นที่ และกำหนดทิศทางการช่วยเหลือในพื้นที่ของตนเองนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายและต้องชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตามก็สามารถที่จะเข้าถึงโอกาสในการจัดสรรงบประมาณการช่วยเหลือในครั้งนี้ได้อย่างเท่าเทียมกันทั้งสิ้น ดังคำที่ว่า “…การเป็นผู้นำต้องมีจิตสาธารณะ เทศบาลของเราแบ่งหน้าที่การทำงาน ผมเป็นคนหางบประมาณเพื่อช่วยเหลือคนในพื้นที่ จึงทำให้เรามีโอกาสเข้ามาร่วมในโครงการนี้ เรามองเห็นโอกาสของชาวบ้านที่จะได้รับประโยชน์ สิ่งสำคัญเราต้องทำความเข้าใจกับชุมชนก่อน…” ซึ่งเป็นคำพูดของ เชิด แสงจันทร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบึงโขงหลง ดังนั้นทีมวิชาการถอดบทเรียนขออนุญาตนำคำพูดของท่านมาเปิดหัวเรื่องเล่าและบทเรียนในพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อให้เห็นภาพการดำเนินงานโครงกาบ้านพอเพียงชนบทที่ท้องถิ่นเข้ามาหนุนนำ หนุ่นเสริมการทำงานจนประสบความสำเร็จในที่สุด
เช้าวันที่ 7 เดือนกรกฎาคม ทีมวิชาการถอดบทเรียนความรู้ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เรามีนัดกันที่เทศบาลตำบลบึงโขงหลงในช่วงเช้า และเช้าวันนั้นเราได้รับเกียรติจากผู้อำนวยการภาค คุณปฏิภาณ จุมผา ที่เดินทางมาให้กำลังใจและพูดคุยเกี่ยวกับโครงการบ้านพอเพียงชนบทในช่วงแรกของเช้าวันนั้น พร้อมกับทีมผลิตสื่อโครงการบ้านพอเพียงชนบทที่ลงพื้นที่แห่งนี้พอดี ทำให้เกิดความตื่นเต้น และความสนุกสนานทั้งคนในพื้นที่และคนนอกพื้นที่ที่เข้าไปเรียนรู้การดำเนินงานร่วมกัน เราเริ่มการแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง มีเสียงหัวเราะประกอบกับเสียงปรบมือพอใจดังมาเป็นระยะไม่ขาดสาย ในวันนั้นมีผู้เข้าร่วมพูดคุยถอดบทเรียนประมาณยี่สิบกว่าราย ถือได้ว่าเป็นการพูดคุยในวงใหญ่มาก แต่ก็ได้บรรยากาศแปลกใหม่ไปอีกแบบหนึ่ง เราเริ่มพูดคุยประมาณ 9.00 น. ถือได้ว่าเป็นห้วงเวลาที่ดีและเป็นห้วงเวลาที่พร้อมแก่การเรียนรู้ร่วมกันอย่างดียิ่ง
เริ่มต้นการพูดคุยสนทนาโดยแกนนำตำบลและผู้รับประโยชน์ได้เล่าให้ฟังว่า การทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทของตำบลบึงโขงหลง เริ่มต้นจากการประสานความร่วมมือของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พอช. ร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบลบึงโขงหลง และเทศบาลตำบลบึงโขงหลงที่ช่วยเป็นกลไกขับเคลื่อนงานอย่างเต็มที่ แต่ทว่าก่อนหน้านั้นมีการขับเคลื่อนงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนออมวันละบาท (เริ่มมาตั้งแต่ปี 55 ทางเทศบาลฯ ให้การสนับสนุนมาทุกปี) และมีการก่อตั้งสภาองค์กรชุมชน เริ่มมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนโดยได้รับคำแนะนำจากแกนนำ พอช. จังหวัด ทำให้ทราบถึงข้อมูลสถานการณ์ความเดือดร้อนของคนในตำบลเบื้องต้นอยู่แล้วมาบ้าง จากนั้นทีมแกนคณะทำงานตำบลได้รับข้อมูล และนโยบายจาก พอช. จังหวัดบึงกาฬ ทีมคณะทำงานจึงได้กลับมาทำการประชุมเพื่อวางแผนการทำงานและวางแผนการสำรวจข้อมูลผู้ที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยของคนในชุมชน ทำให้ได้ทราบถึงข้อมูลผู้เดือดร้อนอย่างน่าสนใจ คือ สถานการณ์ด้านที่อยู่อาศัยของตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องปัญหาที่ดินขาดเอกสารสิทธิ์ที่ทำให้พี่น้องเสียผลประโยชน์ และเกือบทุกหมู่บ้านในตำบลบึงโขงหลงเป็นที่ดินในเขตป่าสงวน (อยู่ในพื้นที่สาธารณะ) อยู่ในเขต สปก. นอกจากนี้ยังมีครัวเรือนที่อยู่ในเขตพื้นที่ว่างเปล่า ประกอบด้วย หมู่ที่ 1, 2 3, 6, 7 (อยู่ในเขตภูเขา) และ 9 นอกจากนั้นยังเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลกอีกด้วยทำให้ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ สำหรับปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของครัวเรือนผู้เดือดร้อน ส่วนใหญ่นั้นมีปัญหาครัวเรือนขยาย เพราะคนภาคอีสานอยู่ด้วยกันเป็นส่วนใหญ่ บางครัวเรือนมีปัญหาเรื่องการทะเลาะเบาะแว้ง ลูกหลานไม่สามารถเลี้ยงดูพ่อ แม่ได้เท่าที่ควรจะเป็น ประกอบกับสังคมเมืองที่เริ่มมีผลกระทบเข้ามาในชุมชน หลังจากการสำรวจข้อมูลก็จะพบว่า ในหมู่ที่ 2 (บ้านโนนหนามแท่ง) มีครัวเรือนที่แออัดอาศัยอยู่ด้วยกัน ลักษณะเป็นบ้านที่มีความทรุดโทรม ลูกหลานไปรับจ้างทำงานที่ต่างจังหวัด จากข้อมูลสถานการณ์ปัญหาดังกว่าทำให้ทางแกนนำตำบล และเทศบาลตำบลบึงโขงหลง จำเป็นต้องช่วยกันช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยโดยการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างเข้ามาช่วยเหลือ ภาส่วนของภาคีเครือข่ายที่เข้ามาทำงานร่วมกันก็จะมี พมจ. อบจ. เอกชน (ให้การสนับสนุนงบประมาณในการสร้างบ้าน 100,000 บาท) และทางเทศบาลตำบลบึงโขงหลง

เราได้เห็นภาพความร่วมมือการทำงานโดยคณะทำงานส่วนใหญ่ได้ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ด้วยกัน ในวันนั้นเรามีผู้ที่รับประโยชน์ได้รับการช่วยเหลือซ่อมแซมและสร้างบ้านมานั่งพูดคุยด้วยกันอยู่ทั้งหมด 3 ครัวเรือน เราจึงอยากได้ยินเสียงและความรู้สึกของผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างไร จึงให้แต่คนพูดความในใจกันออกมา เริ่มจากคนแรกจนถึงคนสุดท้าย ผู้รับประโยชน์คนที่ 1 ก้อง บุตธิสาร พูดว่า … “อาศัยอยู่ด้วยกันสองตา ยาย บ้านโดนยึดเนื่องจากลงเล่นการเมือง สมัยก่อนมีบ้านหลังใหญ่มาก ตอนนั้นอยู่ที่เถียงนา บ้านไม่มีความมั่นคงถาวรเลย หลังจากโครงการเข้ามาช่วยเหลือสิ่งที่ได้คือได้ต่อเติมบ้านให้ใหม่ ตอนนี้ก็ดีใจมากไม่คิดว่าทีมแกนนำคณะทำงานตำบลจะเดินออกไปหาเรา ไม่คิดว่าเราจะได้รับความช่วยเหลือ ตอนนี้มีความรู้สึกสุขใจเยอะมากแล้ว รู้สึกปลอดภัยกว่าที่นอนอยู่เถียงนา มีไฟฟ้าใช้ มีน้ำประปาใช้” ในระหว่างที่พูดนั้นคุณยายได้นั่งร้องให้ออกมา ทำให้วงสนทนาหยุดไปนิดหนึ่ง ทางพี่นางจึงได้ถามว่าทำไมถึงร้องให้ คุณยายพูดอยู่ในลำคอว่าดีใจที่คนอื่นและหน่วยงานเห็นความสำคัญของเราไม่คิดว่าจะมีใครมาช่วยเหลือเราแล้ว เมื่อฟังเช่นนั้นแล้วทุกคนก็ดีใจ ยิ้ม และหัวเราะไปทั้งวงสนทนา ทีมวิชาการจึงไปต่อได้
สุรัตน์ ชาสี ผู้รับประโยชน์เล่าว่า… “สภาพบ้านอาศัยอยู่อยู่คนเดียวกลางทุ่งนา มีเถียงนาเป็นบ้านทั้งหมด 4 เสา ไม่มีน้ำใช้ ต้องอาบน้ำที่บ่อน้ำ โครงการบ้านพอเพียงชนบทได้เข้าไปช่วยเหลือยกบ้านหลังใหม่ขึ้นให้ โดยใช้พื้นที่ของญาติที่ซื้อให้ เทศบาลตำบลบึงโขงหลง และชาวบ้านก็มาช่วยเหลือในการบริจาคประตู หน้าต่าง ให้เป็นบ้านที่สมบูรณ์ ตอนนี้ผมดีใจมากที่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของตนเอง ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลก็ออกมาช่วยเหลืออยู่เรื่อย ๆ ทำให้ดีใจ”
เสารบ บุตรธิสาร ผู้รับประโยชน์เล่าว่า… “มีลูกอยู่ทั้งหมด 3 คน แต่มีคนหนึ่งที่หนึ่งชอบดื่มเหล้า คนที่สองไปอยู่ที่บ้านโนนจำปา ส่วนลูกคนที่สามอยู่ที่จังหวัดบึงกาฬ และส่งเงินกลับมาให้ใช้ปีละประมาณ 500 บาทเท่านั้น โครงการบ้านพอเพียงชนบทมาสร้างบ้านให้ ตอนนี้มีบ้านดีแล้วชีวิตดีมากเลย มีน้ำ มีไฟฟ้าใช้ ดีใจมากและภูมิใจมาก มีบ้านเรือนที่มั่นคง อยากให้ปีหน้ามาต่อเติมครัวให้หน่อยเพราะเวลาที่ฝนตกก็ยังเปียกอยู่บ้าง”
จากเสียงสะท้อนมีทั้งรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความยินดีของผู้รับประโยชน์ทำให้เราเห็นภาพของบทเรียนการสร้างความร่วมมือในการทำงานช่วยเหลือครัวเรือนผู้เดือดร้อนให้ได้รับการซ่อมแซม และสร้างบ้าน ทำให้เห็นภาพความสำเร็จของโครงการโดยทีมคณะทำงานและผู้รับประโยชน์ร่วมกันประเมินให้คะแนนการดำเนินโครงการร้อยละ 100 คะแนนเต็ม ที่ประสบความสำเร็จเช่นนี้ก็เนื่องจากการทำงานที่เกิดขึ้นได้ให้ภาพของความสุขของคนในพื้นที่ ในท้องถิ่นมีความร่วมมือกัน มีการบริหารจัดการที่ดี สิ่งสำคัญคือทางเทศบาลตำบลบึงโขงหลงให้การสนับสนุนทางด้านงบประมาณ และมีนโยบายในแผนของเทศบาลด้วยในเรื่องการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย และสนับสนุนบุคลากรในการทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทอย่างเต็มที่
ในวันนั้นทีมวิชาการถอดบทเรียนความรู้ และอยากได้ยินเสียงคนทำงานของผู้นำ เราจึงได้ให้ผู้นำแต่ละคนได้สะท้อนผ่านความรู้สึกในการทำงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท ที่ได้มีโอกาสในการเข้ามาทำงานและได้ช่วยเหลือชาวบ้านด้วยกันเอง โดยแต่ละคนต่างมีมุมมองและความรู้ในการทำงานที่แตกต่างกันไป ในระหว่างที่พูดความรู้สึกของคนทำงานนั้น มีทั้งเสียงหัวเราะและร้อยยิ้มแห่งความชื่นใจสะท้อนผ่านแววตาของแต่ละคนประกอบกันไปด้วย

แกนนำตำบล นายบุญเลิศ โคตรธรรม เล่าว่า “…การที่มีโครงการบ้านพอเพียงชนบทเข้ามาในตำบลก็รู้สึกดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานและทำให้ชาวบ้านมีความสุข ได้เข้ามาช่วยเหลือสังคม ทำงานนี้ไม่รู้สึกเดือดร้อน สามารถมาทำงานได้อย่างเต็มที่และทุกเมื่อ…” ต่อด้วยรำไพ บุญจูง “…ดีใจที่ได้ช่วยเหลือชุมชน ช่วยเหลือสังคม เรามีความเต็มใจที่ได้ลงพื้นที่สำรวจผู้ที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยในหมู่บ้านของเราเอง และดีใจที่ได้เสนอชื่อเข้ามา 2-3 หลังคาเรือน เพราะว่าเห็นใจเขาอยากให้เขาอยู่ดีกินดีขึ้น…”
สุพรรณ์ สีห์บุตร เล่าว่า “…ดีใจและมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือ และเข้ามาดูแลชาวบ้าน รวมทั้งดูแลคนในครอบครัวของเราเองด้วย ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่หนัก สามีไม่ใช่เรื่องใหญ่และไม่เป็นอุปสรรคในการทำงาน…” และ อุษา ศรีภูมิ เล่าว่า “…เราก็ต้องดูและคนในบ้านไปด้วย เรามาทำงานช่วยเหลือสังคมก็ไม่ได้มีปัญหากับทางครอบครัว เมื่อเราทำงานแล้วไปเห็นคนอื่นก็คิดว่าคนอื่นน่าสงสารกว่าเราทำให้วิธีคิดของเราก็เปลี่ยนไป…”
บทเรียนการทำงานอันล้ำค่าในการทำงานของพื้นที่นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้าไปทำงาน ในช่วงแรกพื้นที่เข้าใจการทำงานยังไม่ค่อยลงตัว ทีมคณะทำงานในปี 60 ก็เข้าใจว่าจะมีความซ้ำซ้อนกับโครงการบ้านมั่นคงชนบทจึงไม่ได้เสนอรายชื่อครัวเรือนผู้ที่เดือดร้อนเข้าไป แต่ในปีนี้ทางทีมคณะทำงานตำบลบึงโขงหลงได้เสนอรายชื่อเข้าไป ทำให้ในปี 61 ได้รับงบประมาณจาก พอช. จัดสรรงบประมาณได้ทั้งหมด 8 หลังคาเรือน ตอนนี้ได้สร้างเสร็จไปแล้วร้อยละ 50 สิ่งที่เกิดขึ้นคือทางท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบึงโขงหลงได้เห็นความสำคัญและได้ลงไปช่วยเหลือของทีมเทศบาลลงพื้นที่ไปทำงานก็จะทำให้ทีมผู้นำมีขวัญและกำลังใจในการทำงาน และเกิดความต่อเนื่อง เกิดการขับเคลื่อนงานไปได้ เนื่องจากมีการจัดสรรงบประมาณลงมาด้วย ถ้าท้องถิ่นลงมาช่วยเหลือก็จะทำงานได้ หลังจากการสนทยากลุ่มเสร็จแล้วทางทีมวิชาการได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ พร้อมกับทีมงานผลิตสื่อ และได้เห็นภาพของบ้านหลังขนาดไปใหญ่มาก เมื่อเราสอบถามเจ้าของบ้านจึงทราบว่าเขาพอใจที่จะได้บ้านขนาดนี้ เขาอยู่คนเดียวไม่จำเป็นต้องอยู่บ้านหลังใหญ่ บ้านหลังเท่านี้คือความสุขและความฝันของเขาแล้ว
สุดท้ายการดำเนินงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลบึงโขงหลง ในปี 61 ได้เสนอรายชื่อครัวเรือนผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยไปทั้งหมด และได้รับการจัดสรรงบประมาณมาให้ทางตำบลได้ทั้งหมด 8 หลังคาเรือน ภาพการสร้างความร่วมมือในการทำงาน โดยจุดศูนย์กลางของตำบลอยู่ที่เทศบาลตำบลบึงโขงหลงที่ค่อยให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือพี่น้องที่มีปัญหาด้านที่อยู่อาศัย โดยการหนุนเสริมงบประมาณจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) พอช. ทำให้เกิดการทำงานและเกิดการเรียนรู้ขึ้นจากโครงการนี้ไปพร้อมกันในที่สุด
ปิดท้ายเราอยากได้ยินเสียงของทางเทศบาล เราจึงให้พี่นาง กล่าวประโยชน์เด็ดที่ได้ทำงานมาในช่วงปี พ.ศ. 2561 ว่ามีความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง พี่นาง (รัชนี ไตรพันธ์) บอกว่า “…เรามีโครงการบ้านพอเพียงชนบทเข้ามาแล้ว จะเป็นประโยชน์ของคนในชุมชน เป็นนโยบายทางเทศบาลฯ ลงมาเล่นด้วย เราเป็นแกนนำหลักในการทำงาน ทุกวันนี้เราไม่จำเป็นต้องทำงานเองทั้งหมดก็ได้แต่ลูกน้องที่ทำงานด้วยกันกับเรานั้นก็มีภาระงานที่มากขึ้น เราจึงต้องลงมาทำงานเองอย่างเต็มที่ การเข้ามาทำงานของเราก็จะแบ่งบทบาทหน้าที่การทำงานกัน ทุกวันนี้คนก็เรียกเราว่า แม่ใหญ่นางแล้ว เราทำงานเป็นทีม …”






