ตำบลศรีพราน อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง มี 6 หมู่บ้าน หมู่ที่ 1– 2 ชื่อว่าบ้านพราน หมู่ที่ 3 บ้านวัดป่า หมู่ที่ 4 บ้านบึง หมู่ที่ 5 บ้านโคบึง หมู่ที่ 6 บ้านเตาเหล็ก มีพื้นที่ทั้งหมดจำนวน 7,500 ไร่ มีจำนวนครัวเรือน 809 ครัวเรือน พื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพการทำเกษตร
เมื่อปี 2556 มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านพราน เป็นเวทีกลางในการชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำท้องถิ่นท้องที่ในแต่ละชุมชน จัดเก็บข้อมูลผู้เดือดร้อน โดยการแบ่งทีมลงสำรวจทุกครัวเรือนในแต่ละหมู่ จากผลการสำรวจพบว่า ตำบลศรีพรานมีผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยตำบลศรีพรานหลายครอบครัวจำนวน 61 ครัวเรือน มีสภาพทรุดโทรม หลังคารั่ว ฝาผนังผุพัง เสาแตกร้าวทำให้การอยู่อาศัยไม่มีความปลอดภัย ขาดความสุขในการดำรงชีวิต
จึงได้มีการจัดประชุมร่วมกันระหว่างสภาองค์กรชุมชน ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ รวมถึงผู้เดือดร้อน เพื่อทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการบ้านพอเพียงชนบท ได้ร่วมกันเลือกคณะกรรมการโดยมีทั้งผู้นำชุมชนและผู้เดือดร้อนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการในการดำเนินงาน และออกกฎกติการะเบียบข้อบังคับเพื่อการดำเนินงานเป็นในทิศทางเดียวกัน


ปี 2560 โดยใช้สภาองค์กรชุมชน เป็นองค์กรผู้นำเสนอขอรับงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงชนบท จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า พอช. ได้รับงบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน จำนวน 16 หลังคาเรือน รวมเป็นเงิน 288,000 บาท ตามกรอบงบประมาณหลังคาเรือนละ 18,000 บาท นำมาปรับปรุงซ่อมแซมบ้านให้กับผู้เดือดร้อนรายอื่นที่ไม่ได้รับงบประมาณด้วย รวม 17 หลัง
คณะทำงานได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณตามความเป็นจริงและจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการปรับปรุงซ่อมแซม เปลี่ยนหลังบ้าน ผนังห้องน้ำ และรื้อสร้างใหม่ ซึ่งผู้เดือดร้อนส่วนใหญ่จะเป็นผู้ด้อยโอกาส ยากจนรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย และผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยเจ็บป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ปี 2561 สภาองค์กรชุมชนตำบลศรีพรานได้ขอรับงบสนับสนุนการปรับปรุงบ้านในโครงการบ้านพอเพียง อีกจำนวน 24 ครัวเรือน ได้รับประมาณรวม 419,294 บาท
ก่อนปรับปรุง

หลังปรับปรุง
ทั้งนี้ ขอยกตัวอย่าง กรณีนางชำเรือง ช้างพันธุ์ อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ผู้มีรายได้น้อยและสูงอายุหนึ่งในกลุ่มผู้ได้รับงบประมาณปรับปรุงบ้านจากโครงการบ้านพอเพียงชนบท มีอาชีพรับจ้างสานตะกร้าหวาย บ้านเดิมมีสภาพเก่าทรุดโทรม จึงรื้อและบ้านสร้างใหม่ แม้ว่าบ้านหลังใหม่จะมีขนาดเล็กกว่าเดิม แต่สร้างความสุข ความปลอดภัยตลอดจนสร้างกำลังใจที่จะต่อสู่เพื่อดำเนินชีวิตต่อไปได้ โดยใช้เงินในการซ่อมแซม 18,030 บาท
“รู้สึกดีใจที่สภาองค์กรชุมชนตำบลศรีพรานได้ใส่ใจ ในการดูแลผู้มีรายได้น้อย ด้อยโอกาสผู้สูงอายุ ทั้งที่ไม่มีตำแหน่งในชุมชนหรือค่าตอบแทนใดๆ ก็ยังอุดส่าช่วยเหลือสังคม รู้สึกดีใจและทราบซึ่งในเมตตาถึงแม้ว่าจะไม่มากนักก็ทำให้รู้สึกมีความสุขและปลอดภัย” นางชำเรืองกล่าว
ต่อมาคือบ้านของนายเช้า กว้างขวาง เลขที่ 9/1 หมู่ที่ 4 บ้านบึง เป็นผู้สูงอายุอีกรายที่ร่างกายไม่แข็งแรง รายได้มีเพียงจากเบี้ยยังชีพและได้รับการช่วยเหลือจากบุตรหลานที่อาศัยอยู่ด้วยกัน แต่ก็ไม่มีรายได้ที่แน่นอนจากการประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปมีงานบ้างไม่มีบ้าง สภาพบ้านเสาบ้านแตกร้าวหลายต้น และหลังคาผุ ได้รับงบประมาณเพียง 18,000 บาท แต่งบประมาณที่ใช้จริง 23,200 บาท ในส่วนที่เกินครัวเรือนจ่ายสมทบ การซ่อมแซมได้รับการช่วยเหลือจากญาติและคนในชุมชนช่วยกัน

ก่อนปรับปรุง

หลังปรับปรุง
นางบังอร ชื่นอุรา อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ที่ 4 บ้านบึง “อยู่บ้านคนเดียวสามีเสียชีวิตไปนานแล้ว ส่วนลูกต่างก็พากันแยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมด เขาไม่มีเวลามาดูแล ส่งเงินให้ใช้จ่ายบ้างตามสภาพ ไม่มีทีทำกิน” ด้วยสุขภาพไม่แข็งแรงจากเป็นโรคกระดูกพรุนทำให้ไม่สามารถทำงานหนักได้ จึงรับจ้างถางหญ้า สานตะกร้า เผาถ่านขาย และได้รับเบี้ยผู้สูงอายุมีรายได้พอยังชีพไปวันๆ
นางบังอรอาศัยเพิงที่อยู่ข้างบ้านตัวเองเป็นที่หลับนอน เนื่องจากไม่กล้าขึ้นไปอยู่บนบ้าน เพราะเกรงว่าลมพัดแรงมาบ้านจะพังลงมาทับเอา แต่เพิงที่นอนพักด้านไม่มิดชิด บางครั้งมีงูเลื้อยเข้าบ้านมาอยู่ในบ้าน
ช่วงแรกนางบังอรก็ไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล ด้วยไม่เชื่อว่าประชาชนที่ไม่มีตำแหน่งในตำบลจะได้รับความช่วยเหลือ แต่เมื่อได้รับงบช่วยเหลือซ่อมแซมบ้าน “รู้สึกดีใจ ยกมือไหว้ น้ำตาไหลนอง” พวกเราสภาองค์กรชุมชนเองก็มีความสุขที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ยังมีทุกข์ พอช.ได้สนับสนุนความรู้และงบประมาณ จำนวน 18,000 บาท แต่ซ่อมจริงใช้งบประมาณ 23,200 บาท ได้รับการช่วยเหลือจากร้านวัสดุ 2,000 บาท และงบประมาณส่วนเหลือจากการซ่อมแซมบ้านหลังอื่น จากมติคณะกรรมการสภาองค์กรชุมชนตำลลศรีพราน เห็นชอบให้ช่วยเหลือบ้านที่ทรุดโทรมมากจะได้รับการซ่อมแซมให้มั่นคงปลอดภัย
หลังจากนั้นได้มีการจัดตั้งกองทุนบ้านพอเพียงชนบทตำบลศรีพรานขึ้น โดยสมาชิกที่มีความสามารถในการชำระเงินคืนให้กับกองทุนเพื่อช่วยเหลือรายอื่นต่อไป โดยช่วงแรกตกลงว่าร้อยละ 10 เปอร์เซ็นต์แต่คณะกรรมการและครัวเรือนขอลดมาเหลือ 5 เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลาส่งคืนภาย 6 เดือน หลังจากซ่อมบ้านเสร็จแล้ว เพื่อเป็นกองทุนนำไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนรายอื่นต่อไป
จากการเคลื่อนงานโครงการบ้านพอเพียงชนบทของตำบลศรีพรานที่ผ่านมา นอกเหนือจากผู้เดือดร้อนได้รับการช่วยเหลือให้มีบ้านอยู่อย่างมั่นคงและแข็งแรง มีความปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ยังได้ส่งผลให้คนในตำบลมีความสามัคคีรักใคร่ ช่วยเหลือกัน เกิดกองทุนเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนอื่นที่มีความเดือดร้อนแต่ไม่ได้รับงบประมาณ และยังเกิดการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภาคีในตำบลและจังหวัดอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าที่ผ่านมาโครงการบ้านพอเพียงชนบทตำบลศรีพรานจะประสบความสำเร็จมากพอสมควร แต่กระบวนการระหว่างทางยังมีข้อติดขัด มีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้าง อาทิ การรื้อบ้านส่งผลให้เกิดความเสียหายเพิ่ม ขาดเครื่องมือในการซ่อมแซม งบประมาณไม่เพียงพอ และยังไม่มีงบประมาณในส่วนของค่าแรงในการซ่อมสร้างบ้าน ทำให้เป็นภาระกับเจ้าของบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ด้อยโอกาสอยู่แล้ว แต่ถึงกระนั้น ก็ถือได้ว่าโครงการบ้านพอเพียงชนบท ยังเป็นโครงการที่ผู้เดือนร้อนในชุมชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในชุมชนได้ ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคงเป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยที่มั่นคง แข็งแรง ปลอดภัยขึ้น และคนในชุมชนเกิดความรัก ความสามัคคี ช่วยเหลือกันและกันนั่นเอง
เรียบเรียงโดย นายถวัลย์ สีมะโน/นางประทิน มีพัฒนะ/นางจำรัส เปล่งปลั่ง






