บทความโดย กิตติพงษ์ สวนสมศรี
อำเภอเมืองอ่างทองเป็นอำเภอที่มีความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดเป็น 1 ใน 3 อำเภอของจังหวัดอ่างทอง มีประชากรทั้งสิ้น 56,506 ราย หากพิจารณาความหนาแน่นของจำนวนประชากร พบว่ามีประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองอ่างทอง จำนวน 14,600 ราย คิดเป็น 25 % ของจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเมืองอ่างทอง
ปี 2542 พบว่า จำนวนประชากรที่หนาแน่นทำให้เกิดเป็นชุมชนแออัดกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรม เกิดการบุกรุกที่ดินของเอกชน หน่วยงานรัฐ เช่น กรมชลประทาน หรือแม้กระทั่งที่ดินบริเวณหลังวัดสนามชัย เป็นการบุกรุกชายฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองลำท่าแดง ทำให้กรมโยธาธิการไม่สามารถสร้างเขื่อนเรียงหินได้ เป็นอุปสรรคในการพัฒนาพื้นที่ ก่อให้เกิดอุทกภัยสร้างความเสียหายแก่พื้นที่ในเขเทศบาลเมืองอ่างทอง
ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา จึงมีความจำเป็นต้องย้ายประชากรที่ทำการบุกรุกชายฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองลำท่าแดงออกจากพื้นที่ เพื่อให้เทศบาลเมืองอ่างทองสามารถสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมได้ และยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นมีสภาพความเป็นอยู่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีประชากรที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายจำนวน 350 ครอบครัว ที่ต้องดำเนินการรื้อย้าย

นายชัย สุวพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง กล่าวว่า “เทศบาลมีความจำเป็นต้องย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ดังกล่าว โดยได้เตรียมแผนรองรับด้วยการจัดทำโครงการเมืองใหม่ชัยมงคลขึ้น เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยอย่างถาวรให้แก่ประชาชนในชุมชนแออัด ไร้ที่อยู่อาศัย ลดปัญหาสังคมด้านต่างๆ อีกทั้งยังทำให้การป้องกันน้ำท่วม ซึ่งโครงการบ้านมั่นคงเมืองใหม่ชัยมงคล ได้รับการอนุมัติจากสภาเทศบาลให้ก่อสร้างที่อยู่อาศัยของประชาชนซึ่งมีอยู่ 350 ครอบครัว โดยเทศบาลได้จัดหาที่ดินให้จำนวน 4 ไร่ บริเวณที่ดินทิ้งขยะเดิม และจัดซื้อเพิ่มเติมอีก รวมทั้งสิ้น 42 ไร่ 1 งาน 46 ตารางวา”
จากพื้นที่รองรับขยะ สู่พื้นที่การพัฒนาโครงการบ้านมั่นคงอย่างมีส่วนร่วม
การแก้ไขปัญหาด้วยโครงการบ้านมั่นคงเมืองใหม่ชัยมงคลนั้น มีหลายหน่วยงานเข้ามาส่งเสริมและให้การสนับสนุนการพัฒนาโครงการร่วมกันผู้เดือดร้อนในเขตเทศบาลเมืองอ่างทอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศบาลเมืองอ่างทองเป็นผู้ดำเนินการจัดหาที่ดิน เพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาผู้เดือดร้อน โดยใช้ที่ดินที่เป็นกองขยะเดิมจำนวน 4 ไร่ และมีการจัดซื้อเพิ่มเติม รวมเป็น 42 ไร่ 1 งาน 48 ตารางวา เป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ
นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหา อาทิ การเคหะแห่งชาติที่สนับสนุนงบประมาณดำเนินการด้านสาธารณูปโภค สหกรณ์จังหวัดอ่างทองที่ให้ความรู้คำแนะนำในการจัดตั้งสหกรณ์ และที่สำคัญ คือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่สนับสนุนเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ จัดขบวนชาวบ้าน การออกแบบบ้าน การตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เน้นให้ผู้เดือดร้อนมีส่วนร่วมที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาที่อยู่อาศัยและชุมชนของตนเอง เพื่อให้ได้ที่อยู่อาศัยที่ตรงกับความต้องการและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวชุมชนอย่างแท้จริง
การหนุนเสริมของ พอช. ในการแก้ไขปัญหา


สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สนับสนุนการจัดกระบวนการต่าง ๆ รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อ โดยร่วมกันจัดตั้งสหกรณ์ที่ชื่อว่า “สหกรณ์บริการเมืองใหม่ชัยมงคล จำกัด” จดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2544 เริ่มแรกมีสมาชิกจำนวน 135 ราย ทุนดำเนินการ 141,750 บาท เพื่อขอรับงบประมาณสินเชื่อในการดำเนินการก่อสร้างบ้านจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 จนถึงปัจจุปัน เป็นเงินจำนวน 15,600,035 บาท
การสร้างบ้าน ที่มากกว่าคำว่า “บ้าน”
ภายหลังจากการดำเนินโครงการ เทศบาลเมืองอ่างทองได้ประกาศจัดตั้งพื้นที่ดำเนินการโครงการขึ้นเป็นชุมชนย่อยแห่งใหม่ ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตนเอง โดยใช้หลักเกณฑ์ความหนาแน่นของประชาชนและความเหมาะสมของพื้นที่ โดยให้ใช้ชื่อว่า “ชุมชนเมืองใหม่ชัยมงคล”


นายชัย สุวพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง กล่าวว่า ผู้ที่เข้าร่วมโครงการเป็นสมาชิกสหกรณ์บริการเมืองใหม่ชัยมงคล เทศบาลได้ให้สหกรณ์เช่าเป็นรายปี และให้บริหารจัดการโดยสหกรณ์ ยังมีบริการด้านอื่น ๆ อาทิ การจัดตั้งโรงพยาบาลอ่างทอง 3 ที่ตั้งอยู่ในโครงการศูนย์บริการน้ำดื่ม สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล


สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการทำให้เมืองอ่างทองมีความน่าอยู่อย่างยั่งยืน คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และความต้องการผลักดันให้ท้องถิ่นเกิดการพัฒนาในทุกด้าน จากความเข้มแข็งของชุมชนทำให้ที่ผ่านมาได้รับรางวัลชุมชนหมู่บ้านประชาธิปไตยดีเด่น จากสำนักงานเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี 2 ครั้งติดต่อกัน

นายธนกฤต ตั้งทวีทรัพย์ ผู้เดือดร้อนที่เข้ามาทำโครงการบ้านมั่นคงชุมชนเมืองใหม่ชัยมงคล เล่าว่า จากการที่ได้ทำโครงการบ้านมั่นคงและได้เข้าอยู่อาศัย ทำให้มีความภาคภูมิใจ มีความสุขที่ในที่สุดเราก็สามารถมีบ้านของตัวเอง มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย เกิดกำลังใจในการประกอบอาชีพ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีสาธารณูปโภคที่บริบูรณ์ เช่น ถนนคอนกรีตอย่างดีกว้างตามมารตฐานไม่เคยทรุดหรือแตก มีท่อระบายน้ำที่ไม่เคยตัน ไฟฟ้าประปาพร้อม เกิดโรงพยาบาลในชุมชนทำให้ไม่ต้องเดินทางไปไกล มีสนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล ให้ออกกำลังกาย มีห้องสมุด มีการร่วมวางแผน เสนอการแก้ไขทุกปัญหาในชุมชน ทำให้อยู่ได้อย่างมีความมั่นคงในชีวิต เกิดความเข้าใจสังคมของการอยู่ร่วมเกิดจิตอาสาที่ร่วมช่วยเหลือสังคมต่อไป
ต้องขอขอบคุณสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนที่สนับสนุนงบประมาณ หลักคิด แนวทาง ความรู้ในการบริหารจัดการที่ดี ความรู้ในการดำเนินงานต่างๆ ขอขอบคุณพี่น้องเครือข่ายต่างๆ ที่ร่วมด้วยช่วยกัน จากปัญหาชุมชนแออัดในเขตเทศบาลเมืองอ่างทองกลายเป็นแหล่งเสื่อมโทรม ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ กระทั่งเกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาของทุกฝ่าย
ทุกวันนี้ “บ้านมั่นคงชุมชนเมืองใหม่ชัยมงคล” กลายเป็นสถานที่แห่งความภาคภูมิใจของคนที่อยู่อาศัยที่เคยร่วมไม้ร่วมมือกันในการรุกขึ้นมาจัดการและแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ทำให้เกิดความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย
มีสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทุกคนมีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ เกิดเป็นชุมชนเมืองใหม่ชัยมงคล เป็นชุมชนที่ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน มีความรักใคร่สามัคคี มีจิตอาสา ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของสังคมได้ต่อไป






