บทความโดยประทิน มีพัฒนะ / จำรัส เปล่งปลั่ง
ข้อมูลโดย วรรณอนงค์ อินสนอง
ตำบลไผ่จำศีล เริ่มมีการขับเคลื่อนงานการทำงานของสภาองค์กรชุมชน โดยกลุ่มองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ตำบล รวมตัวกันจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลไผ่จำศีล ตั้งแต่ปี 2551 มีนายประทวน อยู่รับสุข เป็นประธาน เนื่องจากตำบลไผ่จำศีล แบ่งเขตการปกครองเป็น 2 เขต คือ องค์การบริหารส่วนตำบลไผ่จำศีลและเทศบาลตำบลวิเศษไชยชาญ ทำให้การขับเคลื่อนงานค่อนข้างมีอุปสรรค แรกเริ่มมีเพียง 5 หมู่บ้านที่เข้ามาจดแจ้งจัดตั้งเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบลไผ่จำศีล จนกระทั่งมีการปรับโครงสร้างสภาองค์กรชุมชน ในปี 2560 เนื่องด้วยครบวาระมีนายสุรกิจ ชัยกล้าหาญ กำนันตำบลไผ่จำศีล เป็นประธานฯ จำนวนหมู่บ้านเข้าร่วมจดแจ้งครบทั้ง 8 หมู่บ้าน กลุ่ม/องค์กร จำนวน 15 กลุ่ม มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ในการทำงาน เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนงานพัฒนาในพื้นที่ตำบล โดยใช้เป็นพื้นที่กลางในการขับเคลื่อนงาน วิเคราะห์ปัญหา และหาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนในตำบล โดยใช้ศาลาการเปรียญวัดราชสกุณาเป็นศูนย์กลางการประชุม และได้ร่วมกันวิเคราะห์ศักยภาพของตำบล เพื่อจัดทำแผนงานและกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายการพัฒนาร่วมกัน จากการขับเคลื่อนของสภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำงานร่วมกัน เช่น เทศบาล อบต. เจ้าหน้าที่ พอช. คณะขับเคลื่อนขบวนองค์กรชุมชนระดับจังหวัด สมาชิกสภาฯ กศน. อสม. ผู้นำชุมชนและเชื่อมโยงพี่น้องประชาชนกลุ่มองค์กรต่างๆ ในตำบล และหน่วยงานภาคีที่เข้ามามีส่วนร่วมใจในการพัฒนาตำบล
ที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนและกลุ่มองค์กรต่างๆ ได้มีการขับเคลื่อนงานอย่างจริงจัง มีการเชื่อมโยงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ประกอบด้วยเทศบาล อบต. กศน. อสม. และผู้นำชุมชน ตามแนวทางการพัฒนาตามโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถสภาองค์กรชุมชนตำบลไผ่จำศีล ปี 2560 โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือที่เรียกว่า พอช. หนุนเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และจัดเวทีวิเคราะห์พื้นที่ตลอดจนการจัดทำแผนพัฒนาตำบลเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและทุนในชุมชนให้เกิดความตระหนักรู้ถึงการพัฒนาเพื่อเกิดความเข้มแข็งของชุมชนร่วมกับท้องที่ท้องถิ่น ในการส่งเสริมด้านการสืบสานประเพณีวัฒนธรรม

งานรำลึกวีรชน

ประเพณีวันสงกรานต์
ความสำเร็จจากกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาตำบลผลที่ได้จากการวิเคราะห์ศักยภาพทุนที่มีความเข้มแข็งในเรื่องการ มีปราชญ์ชาวบ้าน/ภูมิปัญญาท้องถิ่น (หมอทำขวัญ การแทงหยวก) แต่ด้วยวิวัฒนาการทางสังคมเจริญขึ้นวัฒนธรรมดั้งเดิมและภูมิปัญญาท้องถิ่นกลับถูกลืมเลือน
สภาองค์กรชุมชนตำบลไผ่จำศีลจึงเสนอโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนฐานรากปี พ.ศ. 2561 เพื่อขอรับการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนงานตามแผนพัฒนาตำบลด้านสังคมและเศรษฐกิจ คือ การสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ภายใต้โครงการอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้านงานแทงหยวก เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ให้สูญหายไปและเพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ภายในชุมชน เนื่องจากในตำบลมีปราชญ์ชาวบ้านที่ความสามารถในการแทงหยวกได้นั้นเหลือเพียงไม่กี่คน โดยมีนายชุมแสง ยินดี ซึ่งได้รับการถ่ายทอดความรู้มาจากบรรพบุรุษ และมีเพื่อนโดยรวมกลุ่มกัน ซึ่งมีคนหลักที่ทำได้ทุกเรื่องตั้งแต่การเขียนแบบ วาดภาพ บรรยาย เป็นแกนนำในกระบวนการทุกขั้นตอน


ขั้นตอนการแทงหยวก
ในการดำเนินการได้มีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ขยายกลุ่มโดยการชักชวนกัน อบรมเด็กเยาวชน ผู้สูงอายุ โดยไม่ปิดกั้น และเข้าไปสอนให้ความรู้กับเด็กเยาวชนในโรงเรียน
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เข้าอบรมแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของแต่ละคน บางคนอาจจะแทงหยวกไม่ได้ แต่สามารถออกแบบได้ โดยมีปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นผู้ให้ความรู้และคอยแนะนำ
การแทงหยวกเริ่มจากการเขียนแบบ วาดลวดลายลงในกระดาษ จากนั้นร่างในตัวหยวกแล้วแทงด้วยมีดแทงหยวกเจาะตามลวดลายที่วาดไว้ ซึ่งมีลวดลายที่โดดเด่นหรือได้รับความนิยมกันมาก เช่น ลายกนกเปลว หรือแล้วแต่จะออกแบบลายเองไม่มีตายตัว ขึ้นอยู่กับการประยุกต์ของช่าง ส่วนมากจะเป็นลายตั้งแนวนอน
นายชุมแสง และเพื่อนมีรายได้จากการรับเหมางานแทงหยวกในงานต่างๆ ครั้งละ 5,000 – 35,000 บาท โดยทำร่วมกับทีมงานซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 – 4 คน โดยมีค่าแรงตามความยากง่ายของชิ้นงาน ช่วงที่มีงานบวช งานเทศกาล ก็จะทำให้มีรายได้มาก เดือนหนึ่งราวๆ 2 – 3 งาน ทำให้มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 10,000 บาท/คน

การแทงหยวกเป็นงานที่ต้องอาศัยความชำนาญและใช้สมาธิสูง ช่างที่แทงหยวก ต้องเป็นช่างที่มีฝีมือเพราะไม่มีการวาดลวดลายหรือร่างภาพบนหยวก ช่างต้องจดจำแบบแผนของลายที่จะฉลุลงไปบนหยวกได้อย่างแม่นยำ ลวดลายที่นำมาใช้ต้องเหมาะสมกับประเภทของงานและเหมาะสมกับการทำงานด้วย นอกจากนี้ ยังต้องรีบทำให้เสร็จโดยเร็วเนื่องจากหยวกกล้วยเหยี่ยวเฉาได้ง่าย จะคงรูปอยู่ได้ประมาณ 1-2 วันเท่านั้น ดังนั้น ช่างแทงหยวกจึงต้องทำงานให้เสร็จภายในวันเดียว คือ ถ้าทำในเวลาเช้าจะต้องใช้งานเวลาบ่าย หรือทำกลางคืนก็จะใช้ในวันรุ่งขึ้น จึงต้องมีผู้ช่วยหลายคนคอยช่วยเหลือแบ่งงานกันทำ
สภาองค์กรชุมชนตำบลไผ่จำศีล มีแผนงานในการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจทุนชุมชน คือ การสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้านในงานแทงหยวก โดยการขอให้บรรจุอยู่ในแผนการเรียนการสอนของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ก.ศ.น) เพื่อก่อให้เกิดรายได้ในชุมชนและเป็นการสืบสานวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นให้อยู่คู่คนไทยสืบต่อไป






