บ้านมะเกลือเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จากการเล่าขานของคนโบราญในตำบลว่ามีการอพยพมาจากจังหวัดอ่างทองและจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นส่วนใหญ่ โดยการใช้เรือพายทวนแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่แม่น้ำปิง มาพักตรงวัดบ้านมะเกลือ แล้วได้กระจายตัวกันตั้งถิ่นฐานเรียงรายรอบแม่น้ำปิง ซึ่งมีหลักฐานทางโบราณคดีประมาณ 700 ปี คือเจดีย์เหลือง สมัยพระนเรศวรเคลื่อนทัพมาพักที่วัดบ้านมะเกลือ ชาวบ้านได้สร้างถวายเพื่อเป็นหลักฐานว่าครั้งหนึ่งพระองค์ท่านได้เคลื่อนทัพผ่านเพื่อไปตีเมืองกาญจนบุรี ต่อมาในสมัยรัชการที่ 4 ทรงเสด็จเส้นทางน้ำผ่านตำบลบ้านมะเกลือ ทรงให้ตั้งกำนันขึ้นโดยทรงพระราชทานนาม กำนันชื่อขุนฉายามะเกลือครามเป็นผู้ดูแลในครั้งนั้น วัดบ้านมะเกลือมีท่านเจ้าคุณพระนิโรธรักขิตเป็นเจ้าอาวาส และได้เปลี่ยนชื่อวัดจากชื่อวัดบ้านมะเกลือ มาเป็นวัดท่าพระเจริญพรตในปัจจุบัน อาชีพของคนในตำบลทำการเกษตรกรรม ทำไร่อ้อย ทำนา สวนมะลิ สวนฝรั่งและรับจ้างร้อยมาลัยจากดอกมะลิ จำหน่าย



ภัยพิบัติจัดให้
บ้านมะเกลือเป็นตำบลที่เกิดน้ำท่วมทุกปีและท่วมนาน 3 เดือน โดยรับน้ำจากอำเภอชุมแสง เส้นทางน้ำเริ่มจากตำบลบางเคียนสู่ตำบลโคกหม้อของอำเภอชุมแสง ไหลบ่าท่วมพื้นที่นาแล้วลงสู่แม่น้ำยมกับน่าน ผ่านไปทางตำบลบางพระหลวง อำเภอเมือง แล้วไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อประตูเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาทไม่สามารถระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยได้ จะส่งผลกระทบทำให้น้ำหนุนและดันน้ำเข้าสู่แม่น้ำปิง และแม่น้ำยม แม่น้ำน่าน จึงเป็นสาเหตุทำให้น้ำท่วมตำบลทุกครั้ง
จากคำบอกเล่าเรื่องของอดีตผู้ใหญ่บ้าน ลุงวินัย ฐานโพธิ์ อายุ 84 ปี ว่าน้ำสมัยก่อน 4 ปี น้ำถึงจะท่วมสักครั้ง แต่ปัจจุบันน้ำท่วมทุกปีและขังอยู่นาน ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเสียหาย ทั้งบ้านเรือน เรือกสวน ไร่นา ทั้งนี้เพราะว่า บ้านเรือนจากที่เก่าก่อนจะสร้างสูงๆ ใต้ถุนโล่ง กลับกลายมาเป็นบ้านตึกชั้นเดียวมากขึ้น พอน้ำท่วมจึงได้รับความเสียหาย ประกอบกับบ้านเรือนในตำบลจำนวนไม่น้อยมีสภาพทรุดโทรม สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านมะเกลือจึงได้มีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้เดือดร้อนในตำบล



จากแนวคิดนำมาสู่การปฏิบัติโดยเริ่มจากการสำรวจข้อมูลของคณะทำงานด้านที่อยู่อาศัยร่วมกับชาวบ้านผู้เดือดร้อน ซึ่งพบว่าเมื่อน้ำท่วมนาน พื้นบ้านทรุด ผนังบ้าน ประตู หน้าต่างแช่น้ำก็ผุผังไปตามกาลเวลา และประกอบกับบ้านที่ถูกสร้างมานาน เสื่อลำแพนเริ่มผุ แผ่นอิงค์เจส ของผู้สมัคร สส.ที่ชาวบ้านเก็บมาทำฝาบ้านก็เริ่มเปื่อย ยามฝนตกหลังคารั่วต้องใช้หม้อกะละมังรองน้ำไว้ตามบนตู้ ตามพื้นบ้านบ้าง ข้างที่นอนบ้าง



หลังจากที่ได้รับข้อมูลจากคณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชน จังหวัดนครสวรรค์ ว่ามีงบซ่อมแซมบ้านจากโครงการบ้านพอเพียงชนบท ที่ดำเนินการโดยหน่วยงาน พอช. ทางผู้นำและผู้เดือดร้อนจึงนำข้อมูลที่มีอยู่แล้วส่วนหนึ่ง และได้ตั้งคณะทำงาน และมีช่างของแต่ละหมู่บ้านเป็นช่างชุมชน ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น รวมถึงผู้ที่เดือดร้อนลุกขึ้นมาช่วยกัน ใช้เครื่องมือที่ทันสมัยอย่าง GPS จับพิกัดบ้านที่ทรุดโทรม ใช้แบบสำรวจสอบถามความเดือดร้อนพร้อมใบประเมินราคาของที่จะซ่อมแซมรายหมู่บ้าน และจัดประชาคมส่งรายชื่อพร้อมจัดเรียงลำดับผู้เดือดร้อนของแต่ละหมู่บ้าน เพื่อมาร่วมกันประชาคมในระดับตำบลอีกครั้ง เพื่อสร้างความชอบธรรม คณะทำงานตำบลจัดลำดับผู้เดือดร้อนและสร้างกติกาของตำบลร่วมกัน
กรองบ้านกรองคน
จากการสำรวจข้อมูล 12 หมู่บ้านในปี 2558 ที่ขอรับงบการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยตำบลบ้านมะเกลือ ได้ข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยทรุดโทรมจำนวน 307 ครัวเรือนแยกเป็นหมู่ 1จำนวน 27 ครัวเรือน หมู่ 2 จำนวน 13 ครัวเรือนหมู่ 3 จำนวน 20 ครัวเรือน หมู่ 4 จำนวน 23 ครัวเรือนหมู่ 5 จำนวน 39 ครัวเรือนหมู่ 6 จำนวน 19 ครัวเรือนหมู่ 7 จำนวน 13 ครัวเรือนหมู่ 8 จำนวน 30 ครัวเรือนหมู่ 9 จำนวน 12 ครัวเรือนหมู่ 10 จำนวน 48 ครัวเรือนหมู่ 11 จำนวน 42 ครัวเรือน และหมู่ 12 จำนวน 21 ครัวเรือน โดยยึดหลักกติกาที่ร่วมกันสร้างของตำบลเป็นเครื่องมือในการจัดลำดับผู้เดือดร้อน มีกติกาตำบลเป็นที่ตั้งเน้นคนพิการสูงอายุ ยากจน บ้านเสื่อมโทรม ถ้ารื้อแล้วพังแน่นอนมีที่ดินปลูกสร้างเป็นของตนเองหรือที่ดินที่มั่นคง จัดไว้ลำดับ 1 ยากจนอยู่กันแออัด (ครอบครัวขยาย) บ้านเสื่อมโทรมพอประทั้งไปได้ มีที่ดินเป็นของตนเองและมั่นคงเป็นลำดับที่ 2 ส่วนลำดับที่ 3 ยากจนไม่มีที่บ้านเป็นของตนเอง อาศัยญาติหรือเช่าบ้านอยู่ จัดลำดับเป็นลำดับต่อไป เพื่อหาพื้นที่สร้างบ้านในที่ดินตนเอง ที่ดินญาติที่มีความมั่นคงหรือสร้างบ้านในที่ดินร่วมกัน โดยขอใช้ที่ดินสาธารณะของตำบลสร้าง จากการสำรวจข้อมูลพบว่าส่วนมากเป็นผู้เดือดร้อนไม่เข้าหลักเกณฑ์ หน่วยงานรัฐไม่สามารถช่วยเหลือได้ แต่สามารถรับเงื่อนไขกติกาการสมทบคืน 100% ใช้แรงงานซ่อมแซมเองโดยไม่มีงบค่าจ้างแรงงานให้
บริหารอย่างไรได้เที่ยงตรง
ในด้านการบริหารจัดการ ได้มีการคัดเลือกผู้นำจากแต่ละหมู่บ้านมาเป็นคณะทำงานร่วม ชุติมา สอนไว ผู้ใหญ่บ้านหญิงวัย 51 ปี ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยรับผิดชอบงานด้านการจัดระบบบริหารจัดการ คน งาน งบประมาณ ที่ใช้ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการโครงการ กองทุน คณะทำงานปฏิบัติการระดับหมู่บ้าน ตำบล มีช่าง อบต. เป็นผู้ให้คำปรึกษาและแนะนำการดำเนินการซ่อมแซม ทีมช่างชุมชนร่วมประเมินวัสดุที่เสียหายและดำเนินการจัดซื้อของ โดยทีมช่างได้สั่งของตรงตามใบประเมิน เพื่อให้ทีมตรวจสอบสิ่งที่จะซ่อมแซมต่อเติมสร้างใหม่ในพื้นที่หมู่บ้านตำบล โดยมีทีมตรวจรับวัสดุก่อสร้างร่วมกับเจ้าของบ้าน และติดตามประเมินผลการดำเนินงานรายหลังคาเรือนเพื่อรายงานกับแหล่งงบประมาณต่อไป
ช่วยได้แค่ไหน
จากงบประมาณที่มีไม่เยอะมากจาก พอช. สามารถช่วยให้คนในชุมชนได้รับการช่วยเหลือให้พ้นทุกข์ได้แม้จะได้รับงบช่วยเหลือตามที่เป็นจริงจากการประเมินไม่เกินหลังคาเรือนละ 18,000 บาทแรงงานก็ต้องสมทบผลัดกันนตามแรงกัน (ลงแขก) เฉกเช่นพริกบ้านเหนือเกลือบ้านใต้ เพื่อช่วยเหลือกันในชุมชน
ผลลัพธ์เมื่อทำเสร็จ
จากการสำรวจข้อมูลมีผู้เดือดร้อน 307 ครัวเรือน เมื่อต้องเสนอรับงบประมาณเมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นปีแรกของการดำเนินงานโครงการบ้านพอเพียงชนบท ยังไม่มีใครเชื่อมั่นในสภาองค์กรชุมชนตำบลที่เป็นผู้รับงบผ่านมาให้เครือข่ายแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยตำบลบ้านมะเกลือ ทั้งหน่วยงานและผู้เดือดร้อนคิดว่าใครจะเอาเงินมาให้ง่ายๆ โดยไม่ต้องผ่าน อบต. หรือหน่วยงานอื่นๆ สภาฯ เป็นเพียงกลุ่มองค์กรเล็กๆมีแต่หน้าที่ไม่มีอำนาจและที่มีเพียง พรบ.พ.ศ. 2551 รองรับ จะเอางบประมาณมาจากไหน ที่ผ่านมาคิดเพียงแค่ว่า จะทำได้มาหน้อยเพียงใด ทั้งยัวโดนปรามาตร ว่าหลอกลวง จนถึงขั้นมีคนขอลาออก และถอนตัวจากกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 ตำบลท่ามะเกลือได้รับงบประมาณปรับปรุงบ้านในโครงการบ้านพอเพียงชนบท จำนวน 55 หลังคาเรือน เมื่อได้รับงบประมาณจึงได้ดำเนินการสั่งวัสดุก่อสร้างบ้านจนสามารถดำเนินการแล้วเสร็จตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ ซ่อมแซมบ้านจำนวน 54 หลังคาเรือน และสร้างใหม่ จำนวน 1 หลังคาเรือน ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นทำให้คนเริ่มรู้จักสภาองค์กรชุมชนตำบลมากขึ้น
ความยั่งยืนของทุนชุมชน
เมื่อซ่อมแซมบ้านเสร็จ คณะกรรมการพิจารณางบประมาณซ่อมสร้างแบบให้เปล่าจำนวน 4 หลัง เนื่องจากเป็นคนสติไม่ดี ผู้สูงอายุ ยากจน พิการ ดูแลภรรยาที่ป่วย คนจนไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอาศัยญาติอยู่จำนวน 2 หลังคาเรือน สำหรับผู้ได้รับงบประมาณรายอื่นที่พอมีกำลังความสามารถในการคืนทุน ต้องชำระเงินคืนเข้ากองทุน 100 เปอร์เซ็นต์ โดยแบ่งจ่ายเป็นรายเดือน
จากงบประมาณที่ได้รับเมื่อปี 2560 จำนวน 55 หลังคาเรือน ภายหลังได้รับการสมทบงบประมาณกลับคืนมายังกองทุนสร้างเพิ่มจำนวน 4 หลังคาเรือนสร้างได้จำนวน 59 หลังคาเรือนเหลือผู้เดือดร้อนจำนวน 248 ครัวเรือน ต่อมาปี 2561 ได้เสนอรับงบประมาณเพิ่มอีกจำนวน 19 หลังคาเรือน สามารถสร้างได้จริง 23 หลังคาเรือน มีเงินสมทบกลับมากองทุนสร้างเพิ่มอีก 2 หลังคาเรือน รวมซ่อมแซมบ้านได้ทั้งหมด 25 หลังคาเรือน ยังคงเหลือ 223 ครัวเรือน จึงได้เสนอรับงบฯ ปี 2562 ซึ่งได้รับการอนุมัติ จำนวน 14 หลังคาเรือน เหลือที่ยังไม่ได้ดำเนินการ 209 หลังคาเรือน จะเห็นได้ว่าถ้าเรามีกองทุนเราจะสร้างเพิ่มได้ ปีละ 2 หลังคาเรือน
โครงการนี้สร้างกองทุนจากการได้รับแล้วต้องคืนทุนสู่คนอื่นที่เสียสละให้เราได้สร้างก่อน ต้องสมทบคืน100 % ของงบที่ได้รับ โดยสมทบเข้ากองทุนอย่างน้อยเดือนละ 100 บาท ทุกวันที่ 10 ของเดือนจนกว่าจะคืนเงินหมดในจำนวนเงินที่ได้รับการสนับสนุนมา หากเสียชีวิตก่อนสมทบคืนหมด ถือว่าสิ้นสุดไม่เป็นมรดกตกทอดแก่ลูกหลาน โดยคนที่ให้เปล่าต้องเป็นคนที่ประชาคมยินยอมให้ เช่น คนแก่ พิการ ยากจน ลูกหลานมากอยู่กันแออัด ลำดับที่ 1 ยากจน /พิการ/สูงอายุ บ้านเสื่อมโทรม ลำดับที่ 2 ยากจน แออัด (ครอบครัวขยาย) บ้านเสื่อมโทรม ลำดับที่ 3 ยากจนไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องซ่อมแซมเองและช่วยเหลือกันซ่อมแซม พร้อมทั้งรับคนที่สมัครใจรับได้ในกติกาและทำได้ร่วมเท่านั้น โดยการเปิดบัญชีกองทุนรักษาดินรักษาบ้านตำบลบ้านมะเกลือเพื่อช่วยเหลือเรื่องบ้านและที่ดินในโอกาสต่อไป



ทำแล้วสุขใจ
จากการลงติดตามทุกหลังคาเรือนร่วมกับทีมจังหวัด จะพบว่าผู้เดือดร้อนสามารถสมทบเป็นเงินซื้อของเพิ่มได้ จากเมื่อก่อนหากไม่มีเงินนี้มาพวกเขาก็ไม่คิดที่จะปรับปรุงหรือสร้างบ้านหลังใหม่ได้ แต่เมื่อได้รับงบประมาณนี้มา ทำให้มีกำลังมีแรงที่จะหาเงินมาสมทบในการปรับปรุงบ้านของตัวเองได้ อีกทั้งบางบ้านรื้อซ่อมแล้วต้องสร้างใหม่เพราะปลวกกินทั้งหลัง แต่ที่ยังอยู่ได้เพราะการดามบ้านไว้จึงได้ฉายาว่า “บ้านร้อยเสา”



บ้านร้อยเสา ก่อนปรับปรุง หลังปรับปรุง



บ้านผู้พิการ ก่อนปรับปรุง ระหว่างปรับปรุง หลังปรับปรุง
กรณีบ้านคนพิการ (เสียสติ) บ้านเดิมทรุดโทรมเพราะถูกน้ำท่วม ในการปรับปรุงได้รับงบประมาณสมทบจากกองทุนหมู่บ้าน ทำให้บ้านเสร็จเรียบร้อยและสวยงาม
จากการสอบถามผู้รับผลประโยชน์จะตอบไปในแนวทางเดียวกันว่าได้บ้านที่มากว่าบ้าน คือ การช่วยเหลือเกื้อกูลกันกลับมา เห็นพลังของคนในชุมชน ผู้นำท้องถิ่นกลุ่มกองทุนหมู่บ้านให้การสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมมีคนนำของที่ไม่ใช้แล้วมาบริจาคให้ เห็นรอยยิ้มของผู้เดือดร้อนที่บอกทั้งน้ำตาว่า “ไม่ต้องลุกขึ้นมารองน้ำอีกแล้ว หม้อแม่นาคหายไปจากหลังตู้แล้ว” “ข้างฝาบ้านฉันฝนไม่สาดเข้าบ้านแล้ว” “พื้นบ้านฉันงู ตะขาบ แมลงป่อง ไม่รอดเข้ามาแล้ว” ทำให้ทีมทำงานรู้สึกดีใจถึงแม้นจะเป็นเงินที่ต้องคืนทุนให้คนอื่นต่อก็สามารถช่วยบำบัดทุกข์ของเขาได้เบื้องต้น และเรากับทีมก็ยังจะทำต่อไปจนหมดบ้านเสื่อมโทรมที่ยังรอเรา รอการช่วยเหลือจากเราต่อไป เข้ากับคำที่ว่า “สุขใจที่ได้ทำบ้านมะเกลือ ตำบลในฝัน”
เรื่องราวโดย ชุติมา สอนไว
นักสื่อสารจัดการความรู้ชุมชนจังหวัดนครสวรรค์






