“ตำบลมหาดไทย” อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เนื่องจากการคมนาคมขนส่งในสมัยก่อนใช้การสัญจรทางน้ำเป็นหลัก ทำให้พื้นที่หมู่ที่ 3 ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดลิ้นทองอันเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวตำบลหนองไข่เน่า (หรือตำบลมหาดไทยในปัจจุบัน) กลายเป็นที่จอดเรือในทางค้าขายและขนถ่ายสินค้าให้พ่อค้าที่มาทำการติดต่อค้าขาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็คนมอญทำให้ผู้คนสัญจรไปมาพบเห็นแต่คนมอญ จึงเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ว่าท่ามอญ ต่อมาทางราชการได้จัดแบ่งเขตตำบลใหม่ ตำบลมหาดไทยจึงแบ่งอำนาจการปกครองเป็น 6 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ 1 บ้านหนองไข่เน่า หมู่ที่ 2 บ้านบางหัก หมู่ที่ 3 บ้านท่ามอญ หมู่ที่ 4 บ้านหัวตะพาน หมู่ที่ 5 บ้านคุ้มหมักเม้า และหมู่ที่ 6 บ้านโรงนา
ในปัจจุบันตำบลมหาดไทยมีประชากรจำนวน 1,672 คน เป็นผู้สูงอายุ 295 คน คิดเป็นจำนวนร้อยละ 17.64 ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของตำบลมหาดไทยในอนาคต ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ที่มีส่งผลให้ครอบครัวไทยเปลี่ยนจากครอบครัวขยายไปสู่ครอบครัวเดี่ยว ลดทอนความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว รวมถึงจำนวนผู้ที่จะทำหน้าที่ดูแลผู้สูงวัยในครอบครัวน้อยลง อีกทั้งยังมีเวลาให้ผู้สูงวัยลดลงตามไปด้วย ทำให้ขาดการให้ความรักและความอบอุ่น ผู้สูงวัยถูกทอดทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยว ดำเนินชีวิตเพียงลำพัง
จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงวัยต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมในปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจ และค่านิยมต่างๆ ซึ่งทำให้ผู้สูงวัยเกิดความน้อยใจ ความเครียด ความคับข้องใจ แยกตัวออกจากสังคม ขาดสัมพันธภาพกับสมาชิกในครอบครัว ท้อแท้และเบื่อหน่ายในชีวิต ประกอบกับวัยสูงวัยเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ต้องออกจากงาน มีรายได้ลดลง สุขภาพเสื่อมลง มีโรคทางกายเพิ่มมากขึ้น มีสารชีวเคมีและฮอร์โมนลดลง อีกทั้งการสูญเสียสิ่งสำคัญของชีวิต เช่น การสูญเสียคู่ชีวิตเพราะตายจาก การสูญเสียบุตรเพราะแยกไปมีครอบครัว การสูญเสียตำแห่งหน้าที่การงาน การสูญเสียสถานภาพหรือบทบาททางสังคม ตลอดจนการสูญเสียการเป็นที่พึ่งของครอบครัว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้สูงวัย และหากผู้สูงวัยไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลใกล้ชิดด้วยแล้ว จะยิ่งส่งเสริมให้ผู้สูงอายุว้าเหว่ มีภาวะซึมเศร้าและความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองลดลงจนเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง แยกตัวออกจากสังคม เป็นผลให้เกิดความผิดปกติทางจิตใจที่รุนแรงและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
สภาองค์กรชุมชนตำบลมหาดไทยจึงได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว สนับสนุนการทำกิจกรรมของผู้สูงวัย เพื่อให้มีการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมไทยแบบโบราณ การดูแลสุขภาพทั้งทางร่างกาย และจิตใจของผู้สูงวัย
จ.ส.อ.เชาวลิต มาลัยวงค์ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลมหาดไทย ได้เล่าถึงการดำเนินกิจกรรมผู้สูงวัยตำบลมหาดไทยว่า “ได้เชื่อมโยงการดำเนินงานของกลุ่มต่างๆ ในชุมชน นำมาสู่การจดแจ้งชมรมผู้สูงวัยกับสภาองค์กรชุมชน มีกองทุนสวัสดิการชุมชนสนับสนุนงบประมาณจัดกิจกรรม เช่น กิจกรรมรดน้ำดำหัวผู้สูงวัย และสมาชิกของชมรมผู้สูงวัยบางส่วนสมัครเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลมหาดไทย มีการจัดกิจกรรมผู้สูงวัยเมื่อ วันที 14 เมษายน 2557 เป็นครั้งแรกโดยใช้ประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ในการเชิญชวนผู้สูงวัยมาร่วมกิจกรรม เพื่อให้ได้มาพบปะกันตามประเพณี ทำให้เกิดการผ่อนคลายมีสุขภาพจิตดี มีความสุขสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยาวนาน”


คนในชุมชนร่วมกันรดน้ำดำหัวและขอขมาขอพรผู้สูงวัย ทำให้ผู้สูงวัยมีความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองและมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน

ผู้สูงวัยทำกิจกรรมร่วมกันในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่

สอนเยาวชนรำกลองยาว อนุรักษ์ประเพณีไทย
นอกจากกิจกรรมตามประเพณีแล้ว ยังได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ อาทิ รพ.สต. กศน. วัดโรงเรียน ท้องถิ่น ท้องที่ และพัฒนาชุมชน ในการจัดกิจกรรมอื่นให้ผู้สูงวัยมาทำร่วมกันทุกวันที่ 9 ของเดือน เช่น กิจกรรมตำรวจพบผู้สูงอายุ การฝึกอาชีพ กิจกรรมนันทนาการ ออกกำลังกาย เป็นต้น

กิจกรรมตำรวจพบผู้สูงอายุ

สมุนไพรพอกเข่า เราหายปวด

ผ้าขนหนู สร้างสุขภาพ

ฝึกสมอง


ชะลอวัย ชะลอไตเสื่อม ความรู้เกี่ยวกับอาหารชะลอไต
ทำน้ำยาล้างจาน

ฝึกอาชีพทำเทียนในแก้ว
กิจกรรมตามวัฒนธรรมประเพณีทำให้คนในชุมชนมารวมตัวกันและมีความรักใคร่สามัคคี ส่งผลให้ผู้สูงวัยมีความสุขทั้งด้านจิตใจและร่างกาย กิจกรรมเหล่านี้สามารถสร้างความเป็นเปลี่ยนให้กับผู้สูงวัยได้มาอยู่ร่วมกัน พูดคุย ทำให้เกิดสุขภาพร่างกายแข็งแรง สุขภาพจิตใจแจ่มใส และเป็นการสร้างอาชีพและรายได้เสริมให้กับผู้สูงวัยในชุมชน
คุณยายประชุม กลิ่นพยอม วัย 87 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 6 ตำบลมหาดไทย คุณยายอาศัยอยู่เพียงลำพัง ไม่มีลูกหลาน มีเพียงรายได้จากเบี้ยผู้สูงวัยไว้เลี้ยงชีพ มีเด็กๆ และเพื่อนบ้าน คอยช่วยเหลือ ดูแล ด้วยความที่คุณยายเป็นคนชอบสนุก เมื่อ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)มีกิจกรรมเกี่ยวกับผู้สูงวัย คุณยายก็ไปเข้าร่วมอย่างสม่ำเสมอ ทำให้คุณยายเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง มีจิตใจที่แจ่มใส มีความอบอุ่น ไม่เหงาและว้าเหว่


สมาชิกผู้สูงวัยที่เข้ามาร่วมกิจกรรมจำนวนมากได้แสดงความคิดเห็น ไปในแนวทางเดียวกันว่าเห็นสมควรอย่างยิ่งว่าต้องมีการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้สม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้สูงวัยได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมและเพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีความรักใคร่รวมทั้งเป็นการสร้างสุขภาพที่ดีทั้งทางกายและใจ
บทความโดย นางประทิน มีพัฒนะ






