กาญจนบุรี/ระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2562 เหล่าจอมยุทธ์ของภาคกลางและตะวันตก โซนกลาง ได้นัดหมายมารวมตัวกัน ณ รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อมาเข้าฝึกวิทยายุทธ์ เคล็ดวิชา “สื่อสารจัดการความรู้” เป้าหมายสูงสุดเมื่อฝึกฝนจนสำเร็จจะได้เป็น “นักสื่อสารจัดการความรู้ชุมชน” และจะนำไปเป็นกระบอกเสียงของชุมชน ประกาศให้ “จักวาลสั่นสะเทือน” รับรู้เรื่องราวของชุมชน

โดยมีนักสื่อสารจัดการความรู้ชุมชน จำนวน 20 คน จากจังหวัดต่างๆ เช่น อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ทีมงานวิชาการจากสำนักงานภาคกลางและตะวันตก และทีมวิทยากรจากสำนักสื่อสารจัดการความรู้และนวัตกรรมชุมชน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ
หลักสูตรของการฝึกในครั้งนี้ มีอยู่ด้วยกัน 3 หลักสูตร คือ 1.การเขียนสารคดีเพื่องานพัฒนาชุมชน บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนในแง่มุมต่างๆ 2.หลักการถ่ายภาพเบื้องต้น และ 3.การบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนผ่านคลิปวีดีโอผลิตด้วยโทรศัพท์มือถือ ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้เวลาเรียนรู้ไม่น้อยกว่า 2 สัปดาห์ แต่ด้วยงานนี้เราได้ปรมาจารย์ ผู้ที่มีวิทยายุทธ์ล้ำเลิศและทีมงานคุณภาพ จึงจัดหลักสูตรฉบับย่อ เคล็ดวิชาล้วนๆ “เน้นเนื้อไม่เน้นน้ำ” ใช้เวลา 3 วัน จบทั้ง 2 หลักสูตร สามารถนำไปใช้ได้จริงแน่นอน
เริ่มด้วยหลักสูตรที่ 1.การเขียนสารคดีเพื่องานพัฒนา “อาจารย์แดง” (สุวัฒน์ กิขุนทด) เติมเต็มความรู้ เรื่อง ซึ่งผู้ที่จะเป็นนักเขียนได้ต้องมีคุณสมบัติ ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบวิเคราะห์ ชอบสังเกต ชอบพบปะผู้คน ชอบเดินทาง ก่อนจะทำการเขียนสารคดีต้อง คิดโครงเรื่อง วางแผน รู้กลุ่มเป้าหมายในการสื่อสาร กำหนดประเด็น/เนื้อหา ที่ต้องการเขียน วางโครงเรื่อง ข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ ภาพถ่าย

โครงสร้างของการเขียนมีอยู่ด้วยกัน 4 อย่าง คือ 1.ชื่อเรื่อง 2.เปิดเรื่องหรือเกริ่นนำ 3.เนื้อหา 4.ปิดเรื่องหรือสรุปปิดท้าย ส่วนเรื่องที่จะนำมาเขียนควรจะนำประเด็นเด่นๆ ของกิจกรรมการพัฒนาในแต่ละพื้นที่มานำเสนอ ไม่ต้องเสนอเรื่องราวทั้งตำบลหรือหมู่บ้าน
ส่วนหลักของการเขียนชื่อเรื่อง คือ สั้น กระชับ อ่านเข้าใจง่าย สื่อความหมาย ได้ยินชื่อแล้วอยากจะอ่าน การเขียนควรเรียงประโยค ใส่เครื่องหมายวรรคตอนให้ถูกต้อง หลักการจับประเด็น ฟังแล้วดูว่าตรงไหนที่เป็นสาระสำคัญ เพราะเวลาลงไปในพื้นที่ต้องสัมภาษณ์ชาวบ้านหรือผู้นำ จับประเด็นมาถ่ายทอดต่อ ความถูกต้องของข้อมูล/เนื้อหาเป็นสิ่งสำคัญไม่ควรผิดพลาด
ข้อแนะนำในการเขียนเพิ่มเติมคือ วางแผนงานก่อนเริ่มเขียน สัมภาษณ์ หาข้อมูลที่มีความสำคัญ การตั้งชื่อเรื่องต้องน่าสนใจ เขียนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสำนวนภาษา เขียนให้หน้าอ่าน มีสีสัน ไม่จำกัดความยาว การเขียนสามารถปรับได้ตามความเหมาะสม

2.ด้านการถ่ายภาพ “อาจารย์จอย” (สุธิดา บัวสุขเกษม) กล่าวถึง รูปแบบของการถ่ายภาพ มีอยู่หลายรูปแบบ บ้างก็ใช้การบันทึกเรื่องราวหรือเหตุการณ์ ใช้การสื่อสาร ถ่ายประกอบการศึกษา สร้างความเพลิดเพลิน บ้างก็ถ่ายรูปเป็นอาชีพจริงจังกันเลย

ส่วนเทคนิคของการถ่ายภาพนั้น มีอยู่ 2 ส่วนที่สำคัญ คือ 1.มุมกล้อง ได้แก่ มุมกล้องระดับสายตา จะได้ภาพที่มองเห็นอยู่ตรงเบื้องหน้า มุมกล้องระดับเหนือศรีษะ หรือที่เรียกว่าถ่าย “มุมกด” ซึ่งหากถ่ายกับบุคคลจะทำให้รู้สึกอึดอัด กดทับ ยกเว้นในการถ่ายภาพวงประชุมใหญ่ๆ หรือภาพมุมกว้าง สามารถไปถ่ายจากที่สูงลงมาได้ มุมกล้องระดับต่ำกว่าศรีษะ “มุมเงย” เหมาะกับการถ่ายภาพบ้าน ต้นไม้ ท้องฟ้า ทิวทัศน์ แต่การถ่ายกับบุคคลอาจจะต้องดูจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม
2.ความสมดุลของภาพ ได้แก่ ภาพสมส่วน“การถ่ายภาพที่วัตถุอยู่ตรงกลางทื่อๆ ซ้ายขวาตรงกัน” เช่น อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ภาพไม่สมส่วน “เอียงข้างใดข้างหนึ่ง ไม่ซ้ายก็ขวา” เหมาะกับงานที่ต้องการใส่ข้อความหรือตัวหนังสือ

ศิลปะในการถ่ายภาพ “การถ่ายภาพที่ดีจะต้องแรงด้วยสี ดีด้วยเรื่อง เฟื่องด้วยปัญญา แสวงหาและรอคอย” มีหลายๆ อย่างรวมกันทั้งแสง สี และเรื่องราว การที่จะมีภาพสวยไม่ใช่แค่แสงสี แต่รวมถึงมุม และจังหวะ ระดับความสูงของกล้องกับการถ่ายภาพ ระดับความสูงของกล้องที่ใช้ในการถ่ายภาพ จะทำให้ลักษณะของภาพมีความแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ถ่ายต้องการสื่อสารออกมาอย่างไร กล้าที่จะเดินไปถ่ายภาพใกล้ๆ เนื่องจากถ่ายไกลซูมมากๆ ภาพอาจจะแตก หรือถ่ายจากไกลๆ องค์ประกอบภาพไม่ชัด ไม่สวยงาม

3.เล่าเรื่องผ่านคลิปวีดิโอ ผลิตด้วยมือถือ โดยอาจารย์เอ๋ (นิติพงษ์ ศรีระพันธ์) และ “อาจารย์แมว” (สมจิตร จันทร์เพ็ญ) ได้พูดถึงการทำคลิปวีดิโอในมือถือ ใช้โปรแกรม Kine Master สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ใช้เทคนิคและเครื่องมือที่เรามีอยู่ ไม่ต้องรอให้ใครมาทำให้ โดยใช้เทคนิคการเก็บข้อมูล ร้อยเรื่องราว เหมือนกับการเก็บดอกไม้ที่มีหลายชนิด แล้วกรอง ร่อน หรือเลือกนำมาร้อยเป็นมาลัย ซึ่งการร้อยเรื่องราวมี 3 ส่วน คือ การเปิดเรื่อง การเดินเรื่องหรือเนื้อหา (เส้นเรื่อง) และการปิดเรื่อง

หลังจากการอธิบายภาคทฤษฎีจบ ทีมวิทยากรได้ให้ผู้เข้ารับการฝึกทดลองปฏิบัติการใช้เครื่องมือในห้องประชุม ต่อจากนั้นจึงยกขบวนทั้งหมดลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติการจริงที่บ้านหมอเฒ่า ตำบลช่องสะเดา โดยให้เก็บบันทึกข้อมูลตามความสนใจ ทั้งการสัมภาษณ์ ถ่ายภาพ ถ่ายวีดีโอ แล้วนำกลับมาตัดต่อให้สมบูรณ์

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ เป็นวันสุดท้ายของการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการอบรมนำคลิปวีดิโอที่ผลิต รวมทั้งหมด 18 เรื่อง นำมาฉายโชว์ โดยทีมวิทยากรให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ เพื่อให้ผู้ผลิตหรือนักสื่อสารชุมชนนำไปปรับปรุงให้สมบูรณ์ หรือผลิตคลิปวีดิโอเรื่องราวใหม่ๆ ของชุมชนออกมา เรื่องไหนที่มีความสมบูรณ์ก็สามารถอัปโหลดขึ้น YouTube เผยแพร่ได้
นอกจากการอบรมการผลิตงานเขียนสารคดีเพื่อการพัฒนาชุมชนและคลิปวีดิโอแล้ว นักสื่อสารชุมชนจากจังหวัดต่างๆ ที่เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ คือ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง รวมทั้งราชบุรี ยังได้วางแผนที่จะกลับไปผลิตงานเขียนและคลิปวีดิโอเพื่อให้มีความสมบูรณ์ สามารถนำเสนอต่อสื่อสาธารณธ รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือเผยแพร่งานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเองได้
ท้ายที่สุด ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้ จำนวน 22 คน ได้รับมอบเกียรติบัตรจากนางสาวรัชรา เอียดศิริพันธ์ ผช.ผอ.พอช.สำนักงานภาคกลางและตะวันตก พร้อมแสดงความยินดีและกล่าวให้กำลังใจกับผู้เข้าอบรมในครั้งนี้

ข้อสรุปจากการฝึกอบรมในครั้งนี้ คือ ผู้เข้ารับการฝึกอบรม สามารถเรียนรู้เทคนิคและวิธีการสร้างสื่อด้วยตัวเองได้ สามารถใช้เครื่องมือในการตัดต่อคลิปวีดิโอจากโทรศัพท์มือถือได้ มีเครื่องมือ/ ช่องทางการสื่อสาร เช่น เว็บไซต์ เพจของ พอช. เพจของจังหวัด รวมทั้งสื่อสาธารณะต่างๆ เช่น ทีวี หนังสือพิมพ์ ฯลฯ พัฒนาให้เป็นเรื่องเล่าเร้าพลัง หรือเรื่องเล่าจากชุมชน เพราะชาวบ้านมีข้อมูลพื้นที่อยู่แล้ว แต่จะเอามาย่อยหรือใช้ประโยชน์ได้อย่างไร
รวมถึงสื่อสารได้อย่างมีจรรยาบรรณ ช่วยกันแชร์ เรื่องราวข้อมูลดีๆ นำบทเรียนไปประยุกใช้ เป็นบทเรียนในการสร้างเครือข่ายการทำงานของขบวนองค์กรชุมชนต่อไป…!!
ภาพ/ข่าว : ธิปไตย ฉายบุญครอง
สำนักสื่อสารจัดการความรู้และนวัตกรรมชุมชน






