เรียบเรียงโดย ฟาริด้า ยะหรี่

ตำบลปังหวาน เดิมชื่อมะปรางหวาน เพราะมีต้นมะปรางหวานอยู่ 1 ต้น อยู่ในบริเวณวัดของตำบลมะปรางหวาน ต่อมามีคนจีนมาทำเหมืองแร่บริเวณตำบลปากทรง เดินทางมาโดยทางเรือ ผ่านบริเวณนั้น จึงเรียกชื่อตำบลมะปรางหวานไม่ชัด และคนภาคใต้มักจะใช้คำย่อในการเรียกชื่อตำบล ว่าตำบลปรางหวาน ต่อมาเพี้ยนไปเป็นตำบลปังหวาน เป็นตำบลหนึ่งใน 4 ตำบลของอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร มีจำนวน 9 หมู่ ประชากรทั้งสิ้น 5,224 ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอำเภอพะโต๊ะ ติดกับ อ.หลังสวน จะมีถนนสายหลังสวน-ราชกรูด ตัดผ่าน โดยจะผ่านพื้นที่ หมู่ที่ 1,3,5,7 เหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาโดยเฉพาะตลาดปังหวานซึ่งเป็นพื้นที่ในหมู่ที่ 5 ติดต่อกับหมู่ที่ 7 นั้น เป็นชุมชนใหญ่ และอยู่ไม่ไกลจากอำเภอหลังสวน เหมาะที่จะพัฒนาเป็นตลาดกลางรับซื้อสินค้าทางเกษตร เช่น ผลไม้ กาแฟ ยางพารา หรือสินค้าชนิดอื่นๆ ซึ่งจะเป็นที่พบกันระหว่าง พ่อค้า เกษตรกร เพราะเกษตรกรจะมาจากตำบลปากทรง ตำบลพะโต๊ะ ตำบลพระรักษ์ รวมทั้งตำบลปังหวานเอง ส่วนพ่อค้าก็มาจาก อำเภอหลังสวน ทำให้พ่อค้ากับเกษตรกรได้พบกันระหว่างกลางของระยะทาง และเมื่อมองตามสภาพพื้นที่และสถานที่ตั้งแล้ว พื้นที่ดังกล่าวเหมาะอย่างยิ่งที่จะพัฒนาให้เป็นตลาดกลางรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรของตำบลปังหวานต่อไป
นายโอภาส เพชรประสงค์ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลปังหวาน และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการเกษตรตำบลปังหวาน เล่าว่า ในระยะหลายปีที่ผ่านมาเกษตร/ชาวสวน ประสบปัญหาผลผลิต ทั้งคุณภาพและราคาตกต่ำ เป็นผลมาจากระบบการผลิตและกลไกราคาตลาด รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพและการจำหน่ายผลผลิตที่ไม่มีสถานที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับกลุ่มพ่อค้าที่มารับซื้อในราคาที่ผู้รับซื้อกำหนดเอง ดังนั้นเพื่อความอยู่รอด จึงรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว มีแผนงานทิศทางของตนเอง กลุ่มการเกษตรปังหวาน ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2557 ต่อมาได้จดทะเบียน “วิสาหกิจชุมชน กลุ่มการเกษตรปังหวาน” ณ วันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2559 หลักการและเหตุผลคือให้มีรูปแบบการจัดการกลุ่มที่ถูกต้อง มีกฎหมายรองรับ เพื่อให้ขบวนการ การดำเนินการ การจัดการสามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิต เรื่องทุน เรื่องน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวก ความรู้ การตลาด การขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน
การดำเนินการของกลุ่มประสบปัญหาเรื่องเงินทุนสนับสนุน เบื้องต้นได้กำหนดแผนงานจัดหาทุนมาดำเนินการจากสมาชิก ได้แก่ เงินฝากออมทรัพย์รายเดือน คนละ 100 บาท การระดมหุ้นกำหนดให้สมาชิกทุกคนต้องถือหุ้นขั้นต่ำ คนละ 100 หุ้น ๆ ละ 10 บาท ปัจจุบันมีเงินทุนจากการฝากออมทรัพย์ และการถือหุ้นของสมาชิก เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมประมาณ 110,000 บาท เป็นทุนหมุนเวียนในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตปุ๋ย ยาควบคุมโรคและแมลง และปัจจัยการผลิตอื่น ๆ ที่จำเป็นให้กับสมาชิกเพื่อพัฒนา ปรับปรุง คุณภาพ ผลผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด
สำหรับเงินทุนที่มีจัดซื้อปัจจัยการผลิต ต้องเฉลี่ยกันตามความจำเป็นเบื้องต้นให้กับสมาชิกแต่ละราย ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อขบวนการผลิต การขอวงเงินกู้จากสถาบันการเงิน เพื่อมาเป็นทุนหมุนเวียนกลุ่มยังไม่มีความพร้อมในการดำเนินการ
เมื่อมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลกลุ่มการเกษตรบ้านปังหวานได้ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครื่องมือในการประชุมสัญจรให้ความรู้เรื่องการทำสวนผลไม้ ผลิตให้มีคุณภาพเพื่อส่งออกรูปแบบของเกษตรปลอดสารเคมี มังคุด ลองกอง ทุเรียนพันธุ์ กล้วย ตลอดถึงการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตปาล์มน้ำมัน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ครบวงจรให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในทุกชุมชน โดยแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันตั้งแต่ต้นน้ำ คือ การปรับปรุงพันธุ์ ที่เกษตรกรปลูกอยู่แล้ว การให้ความรู้การจัดการ เซ่น การปรับปรุงสภาพดิน ทรงพุ่ม ลำต้น ใบ การแตกตาดอก การใส่ปุยให้ถูกตามกรรมวิธี การจัดการเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไรให้สูงขึ้นซึ่ง เป็นกลางน้ำ ส่วนปลายน้ำ คือ ราคา และลานรับซื้อปาล์มน้ำมัน กลุ่มจะหางบประมาณเพื่อจัดสร้างลานรับซื้อผลผลิตปาล์มน้ำมันให้สมาซิกมีสถานที่ลานรับซื้อเป็นของตนเอง ส่วนการขายผลผลิตปาล์มน้ำมัน กลุ่มจะขายให้กับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มของขุมขนสหกรณ์ปาล์มน้ำมันชุมพร จำกัด และโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โอลีน จำกัด อำเภอ ทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตคนตำบลปังหวานให้มีความมั่นคงทางด้านการเกษตรและเชื่อมโยง ถักทอเป็นเครือข่ายอำเภอ จังหวัด สู่การขยายผลให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด ซึ่งแผนพัฒนายกระดับด้านเกษตรได้เสนอให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลปังหวานแล้ว และองค์การบริหารส่วนตำบลได้รับบรรจุเข้าแผนท้องถิ่นไปแล้ว

ในการพัฒนาผลผลิตมังคุดอินทรีย์ ใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนตำบล ประชุมสัญจรลงพื้นที่หมู่บ้านทั้งตำบล ในการให้ความรู้ รณรงค์ให้เกษตรกรมีความเข้าใจการใช้ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ในการผลิตมังคุด เพื่อทำตลาดสินค้าอินทรีย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสูง การผลิตมังคุดอินทรีย์ ลดต้นทุนการผลิตค่อนข้างมากจากที่ใช้ต้นทุนหลักหลายๆหมื่นบาท มาเหลือแค่เพียงหลักพันบาท-หมื่นบาทเท่านั้น ปลอดภัยทั้งชีวิตและสิ่งแวดล้อม เกษตรกรมีสุขภาพที่ดีขึ้น มีการตั้งคณะกรรมการโดยมีหน้าที่การตรวจแปลง หลังเก็บเกี่ยว เช่น การตรวจสภาพดิน การตัดแต่งกิ่ง การกำจัดศัตรูพืช เช่น หญ้าให้ตัดไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า การบำรุงดูแลรักษา การใส่ปุ๋ย-ยา อินทรีย์ที่สั่งซื้อจากโรงงานผลิตโดยตรง เพื่อลดต้นทุน ผลผลิต มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ลูกโต รสชาติหวาน เป็นที่ต้องการของผู้รับซื้อ ซึ่งจะมีการสั่งซื้อล่วงหน้าทุกปี
ซึ่งในปัจจุบันการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตมังคุด มีการรวมกลุ่มเกษตรกร/สมาชิก ครอบคลุมทุกหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลจำนวน 9 หมู่บ้าน โดยมีกฎเกณฑ์ กติกา ของตนเอง มีสมาชิกที่ทำการเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบจำนวน ประมาณ 150 ราย ปัจจุบันมีตลาดมังคุดอินทรีย์เป็นของตนเอง กลุ่มทำตลาดซื้อขายมังคุดเอง โดยยึดต้นทุนการผลิตมังคุด 30 บาท/กิโลกรัม ตั้งราคาขายเองตามคุณภาพผลผลิตมังคุด การขาย ขายผ่านผู้รับซื้อส่งออกตลาดต่างประเทศตามฤดูกาล ราคาขาย 45-95 บาท/กิโลกรัม เป็นโครงการพัฒนามังคุดอินทรีย์ที่ปลอดจากสารเคมีทุกชนิด
นอกจากนี้ตำบลปังหวานยังมีโครงการหมู่บ้านเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้เพิ่ม พัฒนาผลผลิต สร้างตลาดถึงสวน พัฒนาการทำการเกษตร เพื่อการท่องเที่ยวซึ่งแต่ละกลุ่มมีสวนผลไม้ เซ่น มังคุด ทุเรียน ลองกอง เงาะ กล้วย และสถานที่ภูมิทัศน์ของสวน ที่เป็นจุดเด่น บริเวณ พื้นที่สวน สามารถพักผ่อน – เที่ยวได้ เปิดให้นักท่องเที่ยว ได้ซมสวนดูผลไม้ ลิ้มรสสด ๆ จากต้น แล้วซื้อเป็นของฝากทั้งแบบสดและแปรรูปกับสโลแกน “เปิดบ้านซมสวน เที่ยวแลผลไม้ลิ้มรสสด ๆ จากต้น เช้าเที่ยว – เย็นกลับพัฒนาให้มีที่พัก โฮมสเตย์ ตามบ้านและสวนของเกษตรกร/ สมาขิก ที่มีความพร้อมรับนักท่องเที่ยวได้อย่างน้อยบ้านละ 1-2 หลัง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว มีอาหารและบริการอื่น ๆ เข่น นำชมสวน เที่ยวป่า มีจักรยานให้ปั่นเที่ยว บริหารจัดการในลักษณะกลุ่มพัฒนาสู่โครงการยั่งยืน “ไออุ่นในสายหมอก ณ ตำบลปังหวาน อำเภอ พะโต๊ะ หมู่บ้านเกษตรเพื่อ การท่องเที่ยว”







