โดย สุวัฒน์ คงแป้น /โกวิทย์ สักหวาน

บ้านตะโหมดตั้งอยู่ที่ราบเชิงเขาทางตะวันออกของแนวเทือกเขาบรรทัด พื้นลาดชันลงไปทางทิศตะวันออกสลับกันเนินเขาเตี้ยๆและพื้นราบ พื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และแม่น้ำลำคลองที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด ชาวบ้านตะโหมด ครั้งแรกมีชาวมุสลิมจำนวนหนึ่ง ได้อพยพหนีศึกสงครามมาจากไทรบุรี ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมี โต๊ะหมูดเป็นผู้นำได้มาเห็นสถานที่แห่งนี้ เป็นที่ราบเหมาะแก่การทำกิน เช่น เพาะปลูก ทำไร่ทำนา เพราะอยู่ใกล้เทือกเขา มีแม่น้ำหลายสายจากเทือกเขาต่าง ๆ จึงได้ตั้งรกรากสร้างบ้านเรือน เป็นที่อยู่อาศัยเป็นครั้งแรก จึงได้เรียกชื่อบ้านแห่งนี้ว่าบ้านโต๊ะหมูด
ชุมชนตะโหมดตั้งอยู่เชิงเขาบรรทัดทางทิศตะวันออก บริเวณที่ตั้งของชุมชนเป็นที่ราบเหมาะสำหรับการทำนาข้าว รอบนอกออกไปเป็นที่ทำสวน มีลำคลองไหลผ่าน 4 สาย คือ คลองตะโหมด คลองกง คลองกง คลองหัวช้างและคลองโหล๊ะจันกระ ทั้งสองบ้านนี้สันนิษฐานว่าตั้งมาในยุคต้นของชุมชนเช่นกัน ปัจจุบันมีประชากร จำนวนทั้งสิ้น 4,370 คน แยกเป็นชาย 2,168 คน หญิง 2,202 จำนวนครัวเรือน 1,415 ครัวเรือน
ตำบลตะโหมดเป็นพื้นที่ติดกับเทือกเขาบรรทัด พื้นที่ลาดชันมาทางด้านตะวันออก เป็นพื้นที่ที่เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำ 4 สายประกอบด้วย คลองกง คลองตะโหมด คลองโหล๊ะจังกระ คลองหัวช้าง เหมาะกับการทำการเกษตรโดยเฉพาะการทำนาข้าว แต่ปัจจุบันเริ่มลดน้อยลงเนื่องจากชาวบ้านเริ่มปลูกยางพารา เพราะเห็นว่าราคาสูงแต่ก็เป็นโอกาสดีที่พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้พระราชดำรัชเรื่องข้าวสังข์หยดพัทลุง ทำให้ชาวบ้านเกิดแรงบันดาลใจ จนกระทั้งปัจจุบันพื้นที่ทำนาข้าวไม่มีที่ว่างเว้น ชาวบ้านทั้งชุมชนศาสนาพุทธ และชุมชนศาสนาอิสลามมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน


การทำนาของชาวบ้านตำบลตะโหมด ทำกันมาตั้งแต่สมัยปู่ยาตายาย สืบทอดมายังคนรุ่นปัจจุบัน นับร้อย ๆ ปี การทำนาของชาวบ้านขาดการรวมกลุ่มต่างคนต่างทำ การบริหารจัดการการทำนาทำได้ยาก เกษตรกรบางคนยังใช้สารเคมีในการทำนา ต่อมาปี พ.ศ. 2551 กลุ่มต่าง ๆ ได้จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนเกิดขึ้น และปี พ.ศ. 2559 มีการจัดทำแผนพัฒนาสามปี โครงการทำนาอินทรีย์ เป็นกิจกรรมหนึ่งของแผนพัฒนาโดยใน ปี พ.ศ.2560 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) ใช้ในการขับเคลื่อนโครงการทำนาอินทรีย์บ้านตะโหมด เริ่มแรกมีสมาชิกจำนวน 20 คน พื้นที่รวม 91 ไร่ ปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 54 คน พื้นที่รวม 110.5 ไร่ เป้าหมายในการจัดตั้งกลุ่มนาอินทรีย์ก็เพื่อต้องการให้เกษตรกรเลิกทำนาโดยการใช้สารเคมี และเพื่อต้องการให้ชาวบ้านในชุมชนซื้อข้าวสารที่ปลอดสารเคมีไปรับประทาน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของสมาชิกในครอบครัวและในชุมชน เมื่อเหลือจากการบริโภคสมาชิกสามารถนำไปขายเพื่อจะได้มีรายได้เสริมของครัวเรือน
มีการทำงานร่วมกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง โดยมีวิทยากรมาอบรมให้ความรู้เรื่องการทำนาอินทรีย์ การทำปุ๋ยหมักแก่สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ โดยได้มอบพันธุ์ข้าวเล็บนก พันธุ์ข้าวไรเบอร์รี่ และปอเทืองเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสดให้
สมาชิกของกลุ่มฯได้จัดทำปุ๋ยหมักเพื่อนำไปใช้ในนาข้าวของสมาชิก โดยที่ผ่านมามีการจัดทำไปหนึ่งครั้ง โดยใช้งบประมาณ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท) ได้ปุ๋ยประมาณ 200 กระสอบ ทำให้สมาชิกได้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 10% จากผลผลิตเดิม

ปี พ.ศ. 2561 ทางกลุ่มได้เข้าร่วมโครงการทำนาแปลงใหญ่กับศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง โดยมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยข้าวมาตรวจแปลงนาของสมาชิกว่าเป็นนาอินทรีย์หรือใช้สารเคมีหรือไม่ โครงการนี้ใช้ระยะเวลาสามปีในการดำเนินโครงการ ถ้ากลุ่มสามารถผ่านการตรวจสอบจะมีงบประมาณส่งเสริมให้กับสมาชิกรายละไม่เกิน 15 ไร่ต่อคน ปีที่หนึ่งไร่ละสองพันบาท ปีที่สองไร่ละสามพันบาท ปีที่สามไร่ละสามพันบาท
จากการดำเนินโครงการ พบว่าสมาชิกขาดการมีส่วนร่วมการทำปุ๋ยหมัก และรับปุ๋ย สมาชิกบางคนยังขาดความรู้เรื่องการทำนาอินทรีย์ เรื่องการปรับปรุงบำรุงดิน ขาดระบบการจัดการน้ำที่ดี และบางคนยังยึดติดกับการทำนาเคมี ขาดเมล็ดข้าวพันธุ์แท้ให้สมาชิก มีแต่ข้าวพันธุ์ผสม ทำให้ผลผลิตออกมาไม่ตรงตามพันธุ์ สมาชิกมีการสมัครเข้าร่วมโครงการมากทำให้ขาดงบประมาณในการบริหารจัดการ จึงต้องค้นหาแหล่งทุนจากหน่วยงานอื่น เช่น เทศบาล ศูนย์วิจัยข้าว งบประมาณจากยุทธศาสตร์จังหวัด อื่นๆ และจัดประชุมสร้างความเข้าใจเพิ่มขึ้น รวมทั้งออกแบบความรับผิดชอบ มีการทำแผนงานขอสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากสถาบันพัฒนาที่ดินจังหวัดพัทลุง
อย่างไรก็ดีการทำนาอินทรีย์ในครั้งนี้ทำให้ ประชาชนคนในพื้นที่ได้เพิ่มความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ครอบครัวได้มีข้าวปลอดสารพิษกินโดยไม่ต้องซื้อ กลุ่มสามารถยกระดับการพัฒนาขึ้น มีหน่วยงานภาครัฐที่ยินดีสนับสนุน เกิดข้อมูลผู้ประกอบการเลี้ยงสัตว์ กลุ่มเกิดความรู้เรื่องนาอินทรีย์ และมีข้อมูลกลุ่มทำนาอินทรีย์ เพื่อการวางแผนต่อไป


นอกจากนี้ยังได้รับการหนุนเสริมจากหน่วยงานต่างๆ เช่น ท้องถิ่น สนับสนุนโครงการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน (แผนชุมชนทุกชุมชน) เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กรภาคประชาชน ในการสนับสนุนการจัดกิจกรรมของสภาองค์กรชุมชนตำบล เช่น การประชุม การสัมมนา เพื่อให้องค์กรภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง ในปี 2561 จำนวน 20,000 บาท สถาบันการศึกษา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดพัทลุง แนะนำ ส่งเสริม ให้ความรู้และเรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ การทำงานแปลงใหญ่ของตำบล ศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดพัทลุง แนะนำส่งเสริม การเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับดินในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งมีการสนับสนุนกระบวนการจัดทำแผนธุรกิจจาก พอช. ใช้แนวคิดการริเริ่มการสร้างทุนของชุมชนในการพัฒนาสู่การจัดทำแผนธุรกิจชุมชนที่ยั่งยืน
ในอนาคตสภาองค์กรชุมชนตำบลตะโหมดมีแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและทุน โดยส่งเสริมการทำนาอินทรีย์ ทำแผนทางด้านการพัฒนาที่ดิน โดยจะประชุมสมาชิกกลุ่มทำนาอินทรีย์เพื่อรับทราบความต้องการด้านการปรับปรุงบำรุงดิน เช่น เมล็ดพันธุ์ปอเทืองใช้ทำปุ๋ยพืชสด สารเร่งทำปุ๋ยหมักแห้ง และปุ๋ยหมักน้ำ น้ำหมักสมุนไพรไล่แมลงศัตรูพืช รวมทั้งทำงานร่วมกับศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ได้เชื่อมโยงกับเทศบาลตำบลตะโหมดเรื่องการเข้าแผนการของบประมาณปี พ.ศ. 2563






