โดย สุวัฒน์ คงแป้น เรียบเรียง/กมลศรี พลบุญ

ตำบลวังคีรี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นตำบลที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ป่า ภูเขา นา แหล่งต้นน้ำอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ทำนา ทำไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่เนิน และราบลุ่ม เหมาะแก่การทำนา ที่ดินส่วนใหญ่จะเป็นที่จับจอง และเป็นที่ดินมีกรรมสิทธิ์ จะอยู่อาศัยแบบครอบครัวใหญ่ แบ่งการปกครองเป็น 6 หมู่บ้าน คือ บ้านควนนกหว้า บ้านวังลำ บ้านต้นโพธิ์ บ้านเขาพรุเสม็ด บ้านเขานายพัน บ้านเขาแก้ว มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 4,250 คน
ช่วงปีพ.ศ. 2549-2552 เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงราคายางพารา และปาล์มน้ำมันสูง ราคากก.ละ 180-200 บาท จึงเป็นเหตุให้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่นา ซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม มีการถมที่ ขุดร่อง เพื่อปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน เพิ่มสูงขึ้น และเนื่องจากผลผลิตของข้าวได้ในปริมาณมากในแต่ละปี ทำปีหนึ่งก็จะบริโภคได้ 2-3 ปี ทำไว้บริโภคเองภายในครัวเรือน ไม่ได้จำหน่าย เพราะไม่มีตลาดและทุกคนก็จะมี โรงข้าว หรือยุ้งฉางข้าวเป็นของตนเอง พื้นที่นาเริ่มลดลง จากในพื้นที่มีประมาณ 1,500 ไร่ ลดลงเหลือประมาณ 500 ไร่ ทุกคนเริ่มหลงไหลในการปลูกพืชเศรษฐกิจ จนลืมวิถีชีวิตของการทำ ถ้าคนใดทำนา ถือเป็นเรื่องที่แปลก เพราะต้องแบกรับต้นทุนในการทำนา ค่าจ้างปักดำ ค่าจ้างเกี่ยวข้าว ค่าสีข้าว ซึ่งไม่คุ้มกับ รายได้ที่จะได้รับ แต่ก็จะมีกลุ่มชาวนาที่ต้องการรักษาและอนุรักษ์พื้นที่นา รักอาชีพการทำนา รักที่จะบริโภคข้าวที่ปลูกเอง สีเอง กินเอง จึงรวมตัวกัน เพราะคิดว่าต่อไปในวันข้างหน้าอาจจะไม่มีนาสำหรับปลูกข้าวให้ลูกหลานกิน เด็กไม่รู้จักนา ไม่รู้จักวิธีการทำนาปลูกข้าวว่าเป็นเช่นไร


จึงร่วมกันสร้างโรงเรียนชาวนา Farmer School เป็นศูนย์เรียนรู้ชุมชน เรื่อง ข้าวและการทำนา ตามรอยพ่อหลวง ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ว่า ลูกหลานคนไทยอย่าทิ้งผืนดินนา ต้องปลูกข้าวกินเอง ให้เด็กนักเรียน นักศึกษาเข้ามาศึกษาวิธีการทำนา ในตำบลวังคีรี
มีการประชุมชาวนาในตำบลวังคีรี มีหน่วยงานราชการ เช่น กรมการข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง สำนักงานพัฒนาที่ดิน สภาเกษตรจังหวัดตรัง ให้ความรู้ และการแปรรูปข้าว การลดต้นทุนในการทำนา ไปศึกษาดูงานต่างจังหวัด เพื่อมาปรับเปลี่ยนและปลูกพืชเสริมหลังจากหมดฤดูการทำนา หรือพืชหลังนา มีการทำปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ

ในการทำงานจะมีการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลวังคีรี กับกลุ่มชาวนา เพื่อเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาท้องถิ่นของ อบต. แผนพัฒนาเกษตรจังหวัด เพื่อวิเคราะห์ ทำความเข้าใจ ถึงแนวทางการรักษาวิถีชีวิตการทำนา ไม่ให้สูญหาย มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน เรื่องการทำนา เพื่อเป็นจุดการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา เยาวชน ผู้ที่สนใจการทำนารวมทั้ง นักท่องเที่ยว คนไทยและต่างประเทศ มีการอนุรักษ์ข้าวพันธุ์เมือง ข้าวเบายอดม่วง และขยายพันธุ์ ตลอดจนมีตลาดชุมชน เพื่อรองรับสินค้าเกษตร และเป็นตลาดสินค้าปลอดภัย รวมทั้งมีการสนับสนุนงบประมาณในการทำกิจกรรม เพื่อรักษา ประเพณี วัฒนธรรม ที่ดีงาม เช่น การทำขวัญข้าว บูชาพระแม่โพสพ
นอกจากนี้ได้มีการเชื่อมโยงการทำงานด้านต่างๆของชุมชนกับองค์การบริหารส่วนตำบลวังคีรี ในแผนพัฒนาสามปีตั้งแต่ปี 2560-2562 ได้แก่ 1) ให้การช่วยเหลือในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเพื่อใช้ทำเกษตรกรรมของผู้ยากไร้และไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง 2) วิจัยเพื่อปรับปรุงพันธุ์ข้าว ในการต่อยอดภูมิปัญญา ซึ่งชาวบ้านจะเป็นเจ้าของมีลิขสิทธิ์ ส่งเสริมการประกอบอาชีพกลุ่มทำนา 300 ไร่ กลุ่มปลูกข้าวไร่ 100 ไร่ กลุ่มปลูกพืชผักสวนครัว 100 ไร่ โดยสนับสนุนงบประมาณจำนวน 50,000 บาท 3) การแปรรูปข้าว โดยการถ่ายทอดความรู้การแปรรูปข้าวและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าว 4) การปลูกพืชเสริมในแปลงยางพารา โดยใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนในการให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา จำนวน 1,020 ครัวเรือน เป็นการเปลี่ยนจากระบบเชิงเดี่ยวเป็นระบบแบบผสมผสาน เช่น สะตอ หมาก มะพร้าว ต้นเนียง ต้นเหรียง สมุนไพร มะกรูด มะขาม เป็นต้น 5) การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยเน้นวิถีเกษตรธรรมชาติ เป็นการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวโดยชุมชน 6) โครงการทักษะชีวิต ทักษะชีวิตในความเป็นมนุษย์ โดยการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนให้มีศักยภาพเป็นพื้นที่การเรียนรู้ และ 7) การสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน ให้กับประชาชนในตำบลได้มีสวัสดิการ
“ในอนาคตจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน เรื่อง การทำนา เพื่อเป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้จากคนรุ่นหลังที่มีวิถีชีวิตการทำนา สู่ เด็กรุ่นหลัง เป็นจุดศูนย์กลางการเรียนรู้แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้สนในเรื่องการทำนา และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นำไปสู่การอนุรักษ์ข้าวพันธุ์พื้นเมือง ข้าวเบายอดม่วง ต้องมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการเก็บรักษาพันธุ์และคัดเลือกพันธุ์ มีการขยายพื้นที่เพาะปลูก ให้มากขึ้น และเพิ่มมูลค่า แปรรูป จากข้าวในชุมชนให้รู้จักแปรหลาย เพื่อพัฒนากลุ่มชาวนา ตำบลวังคีรี ให้มีความเข้มแข็ง เพิ่มรายได้แก่ชาวนา มีการปลูกพืชหลังนา หลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จ ไปพร้อมกับการเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และกลุ่มชาวนาและต้องการซื้อ ขาย ข้าว ของชุมชนในตำบลอื่น”







